กีตาร์ไฟฟ้า Electric Guitar
Music Arms
>สินค้า
>เครื่องดนตรี Musical Instrument
>กีตาร์ Guitar
>กีตาร์ไฟฟ้า Electric Guitar
>Fujigen
 Music Man
 Peoz
 Eart
 Fender
 Gibson
 Squier
 Epiphone
 Gusta
 Ibanez
 Suhr
 Strandberg
 Maya
 Yamaha
 PRS
 Charvel
 Framus
 Sterling
 Schecter
 Soloking
 GTRS
 Sire
 Gretsch
 Jackson
 SGR by Schecter
 Cort
 Clevan
 Century
 Junior
 LTD
 Line 6
 Kazuki
 Crafter
 Paramount
 กีตาร์ไฟฟ้า Electric Guitar
สินค้าใหม่ล่าสุด
Ibanez RG450QMB กีตาร์ไฟฟ้า
Ibanez RG421DX
Ibanez RGD621AH
Nuno Guitars Stable White Stallion
Ibanez RGA742EX กีตาร์ไฟฟ้า
Music Arms มีกีต้าร์ไฟฟ้า Electric guitar ให้คุณเลือกมากมายหลายแบรนด์ตั้งแต่ฝึกเล่นไปจนถึงมืออาชีพ
เรายินดีช่วยแนะนำให้คุณเจอกีต้าร์ไฟฟ้าที่เหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณมากที่สุด เรามีหน้าร้านให้คุณทดลองเสียงจริงถึง 13 สาขา รวมโปรโมชั่นที่ดีที่สุดของทุกแบรนด์ มีผ่อนชำระ 0% มีการรับประกันระบบไฟฟ้า และบริการจัดส่งที่รวดเร็วที่สุดภายในวันที่สั่ง (สำหรับกรุงเทพและปริมณฑล) และ 1-3 วันสำหรับทั่วประเทศ
กีตาร์ไฟฟ้าคืออะไร?
กีตาร์ไฟฟ้า คือ เครื่องดนตรีประเภทดีดที่ต้องอาศัยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการ “ขยายเสียง” แตกต่างจากกีตาร์โปร่งที่มีลำตัวกลวงเพื่อขยายเสียงตามธรรมชาติ หัวใจสำคัญของกีตาร์ไฟฟ้าคืออุปกรณ์ที่เรียกว่า “ปิ๊กอัพ (Pickup)” ซึ่งทำหน้าที่แปลงการสั่นสะเทือนของสายกีตาร์ให้กลายเป็นสัญญาณไฟฟ้า จากนั้นส่งผ่านสายแจ็ค (Jack Cable) ไปยัง ตู้แอมป์ (Amplifier) เพื่อขับออกมาเป็นเสียงที่เราได้ยิน
ทรงกีตาร์ไฟฟ้ายอดนิยม
- ทรง Stratocaster (Strat)
ทรงมาตรฐานพิมพ์นิยมที่เห็นได้บ่อยที่สุด ออกแบบให้เว้าทั้งสองด้าน (Double Cutaway)
– คาแรคเตอร์: เสียงเด้ง ใส คมชัด สว่าง
– เหมาะกับแนว: Pop, Funk, Blues, Rock
- ทรง Telecaster (Tele)
ทรงต้นกำเนิดกีตาร์ไฟฟ้า หน้าตาเรียบง่าย
– คาแรคเตอร์: เสียงแหลม พุ่ง กัดหู (Twang) มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง
– เหมาะกับแนว: Country, Indie, Alternative, Funk
- ทรง Les Paul (LP)
ทรงคลาสสิกที่มีความหนาและหนัก ให้ความรู้สึกขลังและทรงพลัง เว้าด้านเดียว (Single Cutaway)
– คาแรคเตอร์: เสียงหนา นุ่ม ลึก และหางเสียงยาว (Sustain)
– เหมาะกับแนว: Classic Rock, Blues, Jazz, Metal
- ทรง SG (Solid Guitar)
กีตาร์ทรงเขาปีศาจ บอดี้บางและเบากว่า Les Paul แต่ให้เสียงดุดันไม่แพ้กัน
– คาแรคเตอร์: เสียงพุ่ง ย่านกลางโดดเด่น
– เหมาะกับแนว: Hard Rock, Heavy Metal
ปิ๊กอัพกีตาร์ไฟฟ้า
หากถามว่าเสียงกีตาร์จะดีหรือไม่ ปิ๊กอัพกีตาร์ไฟฟ้า คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด โดยหลักๆ จะมี 2 ประเภท ที่ได้รับความนิยม และเป็นมาตราฐานที่พบเห็นได้บ่อย ๆ
- Single Coil (ซิงเกิลคอยล์)
ปิ๊กอัพแถวเดียว มักพบบนทรง Stratocaster และ Telecaster
– จุดเด่น: ให้เสียงที่ใส สว่าง ได้ยินรายละเอียดการดีดชัดเจน
– ข้อสังเกตุ: อาจมีเสียงจี่รบกวน (Hum) เมื่อเปิดเสียงดังหรือใช้เสียงแตกเยอะๆ
- Humbucker (ฮัมบัคเกอร์)
ปิ๊กอัพแถวคู่ ถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาเสียงจี่ของ Single Coil มักพบบนทรง Les Paul และ SG
– จุดเด่น: เสียงหนา แรงขับสูง เงียบ (ไม่มีเสียงจี่) เหมาะกับการเล่นเสียงแตกหนักๆ
– ข้อสังเกตุ: เสียงคลีนอาจจะไม่ใสระยิบระยับเท่า Single Coil
วิธีเลือกกีตาร์ไฟฟ้า ตัวแรก
การเลือกกีตาร์ตัวแรกเป็นเรื่องสำคัญ นี่คือ Checklist วิธีเลือกกีตาร์ไฟฟ้า ตัวแรก ให้เหมาะกับคุณ ฉบับเข้าใจง่าย
- ตั้งงบประมาณ: เผื่อเงินไว้สำหรับ “ตู้แอมป์” ด้วย เพราะกีตาร์ไฟฟ้าเล่นเปล่าๆ เสียงจะเบามาก
- ดูแนวเพลงที่ชอบ: แทนที่จะดูแค่รูปทรง ให้สังเกต “ตัวรับเสียง” หรือปิ๊กอัพบนตัวกีตาร์เป็นหลัก เพราะนี่คือตัวกำหนดเสียงของกีตาร์คุณ
– ชอบเพลงร็อคหนักๆ / เมทัล / เสียงแตกดุดัน: ให้เลือกกีตาร์ที่มีปิ๊กอัพแบบ Humbucker (ฮัมบัคเกอร์) อย่างน้อย 1 ตัวที่ตำแหน่งใกล้สะพานสาย (Bridge) เพราะให้เสียงหนาและลดเสียงจี่ได้ดี สเปคยอดนิยมคือ H-H (ฮัมบัคเกอร์คู่)
– ชอบเพลงป๊อป / ฟังก์ / โซล / เสียงคลีนใสๆ: ให้เลือกกีตาร์ที่เน้นปิ๊กอัพแบบ Single Coil (ซิงเกิลคอยล์) เพราะให้เสียงที่สว่าง คมชัด และเป็นประกาย สเปคยอดนิยมคือ S-S-S (ซิงเกิลคอยล์ 3 ตัว)
– ชอบเล่นหลายแนว / ยังไม่แน่ใจ (All-Rounder): แนะนำให้เลือกแบบผสม คือ H-S-S (ฮัมบัคเกอร์ 1 ตัว + ซิงเกิลคอยล์ 2 ตัว) ซึ่งเป็นทรงยอดฮิตสำหรับกีตาร์ตัวแรก เพราะเล่นได้กว้างตั้งแต่เพลงหวานๆ ยันร็อคหนักๆ
- ลองจับคอกีตาร์: คอกีตาร์มีทั้งแบบบางและแบบอวบ ต้องลองกำดูว่าเข้ามือหรือไม่
- เลือกรูปลักษณ์ที่ชอบ: ข้อนี้สำคัญมาก! กีตาร์ที่สวยถูกใจจะทำให้คุณอยากหยิบมันมาซ้อมทุกวัน
- อย่าลืมเช็คงานประกอบ: ลองรูดนิ้วตามขอบเฟรต (โลหะบนคอกีตาร์) ต้องไม่คมบาดมือ และลูกบิดต้องหมุนได้ลื่นไหล
กีตาร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี
คำถามโลกแตกสำหรับมือใหม่คือ “กีตาร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี?” เพราะในท้องตลาดมีแบรนด์ให้เลือกเป็นร้อย แต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นต่างกัน วันนี้เราคัดมาให้แล้วกับ 5 แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
1. Fender และ Squier : ต้นตำรับเสียงคลีนที่ครองโลก
นี่คือยี่ห้อที่เป็นบรรทัดฐานของกีตาร์ไฟฟ้าทั่วโลก ทรง Stratocaster และ Telecaster ที่เราเห็นกันจนชินตาก็มาจากค่ายนี้ครับ
Fender (เฟนเดอร์): แบรนด์แม่จากอเมริกา
– จุดเด่น: เสียงคลีนใส กังวาน เป็นเอกลักษณ์ (Fender Clean Tone) ที่แบรนด์อื่นเลียนแบบได้ยาก งานประกอบประณีต มีมูลค่าในการสะสมสูง
– เหมาะกับ: มืออาชีพ หรือคนที่ต้องการ “ที่สุด” ของทรง Strat/Tele แนวเพลง Pop, Funk, Blues, Rock
Squier (สไควเออร์): แบรนด์ลูกที่ได้รับลิขสิทธิ์แท้จาก Fender
– จุดเด่น: ได้รูปลักษณ์และสเปคแบบ Fender ในราคาที่ประหยัดกว่ามาก เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ฝันอยากมี Fender แต่มีงบประมาณจำกัด
– รุ่นแนะนำ: Classic Vibe Series (คุณภาพใกล้เคียง Fender รุ่นเริ่มต้นมาก)
2. Gibson และ Epiphone : ตำนานความร็อคและเสียงหนานุ่ม
ถ้าฝั่ง Fender คือความใส ฝั่ง Gibson ก็คือความหนาและทรงพลัง ด้วยทรงอมตะอย่าง Les Paul และ SG
Gibson (กิ๊บสัน): แบรนด์ระดับตำนานจาก USA
– จุดเด่น: ใช้ไม้ Mahogany เป็นหลัก ทำให้ได้เสียงที่หนา นุ่ม ลึก และหางเสียงยาว (Sustain) ให้ความรู้สึกพรีเมียม หรูหรา และดุดัน
– เหมาะกับ: สาย Classic Rock, Hard Rock, Jazz และ Blues ที่ต้องการซาวด์หนาๆ มีพลัง
Epiphone (เอพิโฟน): แบรนด์น้องที่สืบทอด DNA ของ Gibson
– จุดเด่น: เป็นแบรนด์เดียวที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตทรง Les Paul ได้เหมือน Gibson เป๊ะๆ (ยี่ห้ออื่นต้องทำทรงเลี่ยงลิขสิทธิ์) ปัจจุบันพัฒนาคุณภาพขึ้นมาสูงมากในซีรีส์ “Inspired by Gibson”
– เหมาะกับ: คนที่หลงใหลในรูปทรง Les Paul แต่ไม่อยากจ่ายแพงระดับ Gibson
3. Sire : ม้ามืดที่มาเปลี่ยนวงการ
Sire Guitar คือแบรนด์น้องใหม่มาแรงที่สุดในยุคนี้ โดยร่วมมือกับตำนานอย่าง Larry Carlton และ Marcus Miller ในปี 2025 ขึ้นเป็นแบรนด์ยอดนิยม Top 3 ในประเทศอเมริกา
– จุดเด่น: “สเปคเทพในราคาหารครึ่ง” คือนิยามของ Sire สิ่งที่ทำให้ดังระเบิดคือการให้คอไม้เผา (Roasted Maple Neck) และงานเฟรตขอบมน (Rolled Fretboard) มาในกีตาร์ราคาระดับกลาง ซึ่งปกติสเปคนี้จะอยู่ในกีตาร์ราคาแพงระยับเท่านั้น
– เหมาะกับ: คนที่เน้นความคุ้มค่า (Value for Money) ฉลาดเลือก และต้องการกีตาร์ที่เล่นง่าย สบายมือ สเปคจัดเต็มที่สุดในงบประมาณที่มี
4. PRS (Paul Reed Smith) : ความสมบูรณ์แบบที่อยู่ตรงกลาง
PRS Guitars ถูกยกย่องว่าเป็นกีตาร์ที่ “สวยและงานดีที่สุด” แบรนด์หนึ่งของโลก โดยวางตำแหน่งตัวเองไว้ตรงกลางระหว่าง Fender และ Gibson
– จุดเด่น:
ดีไซน์: โดดเด่นด้วยลายไม้ (Top) ที่สวยงามอลังการ และอินเลย์รูปนก (Bird Inlays) ที่เป็นเอกลักษณ์
เสียง: เป็นลูกผสม (Hybrid) ได้ความใสแบบ Fender ผสมความหนาแบบ Gibson เล่นได้กว้างมาก (Versatile)
– เหมาะกับ: คนที่เลือกไม่ได้ระหว่าง Fender หรือ Gibson, นักดนตรีกลางคืนที่ต้องเล่นเพลงหลายแนว หรือคนที่ชอบกีตาร์สวยหรู
5. Ibanez : ราชันย์แห่งความเร็วและโมเดิร์น
แบรนด์จากญี่ปุ่นที่ครองใจขาร็อคและสายปั่น (Shredder) ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน
– จุดเด่น:
คอกีตาร์: ขึ้นชื่อเรื่อง “คอบางและแบน” (Wizard Neck) ทำให้เล่นเร็วๆ ได้ง่ายมาก นิ้ววิ่งสะดวก
สเปค: มักมาพร้อมปิ๊กอัพ Humbucker แรงขับสูง และคันโยกชั้นดี (Floyd Rose/Edge Zero) ที่โยกได้สะใจโดยสายไม่เพี้ยน
เหมาะกับ: แนว Rock, Metal, Fusion Jazz หรือคนที่ชอบโซโล่ไฟแลบ
สุดท้ายแล้ว “กีตาร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี” ขึ้นอยู่กับรสนิยมของคุณ ลองฟังเสียงเทียบกันใน YouTube หรือไปลองจับของจริงที่หน้าร้าน Music Arms ทั้ง 13 สาขา เพื่อดูว่ายี่ห้อไหนเข้ามือคุณที่สุดครับ

















