fbpx
LINE


ทำไมนักดนตรีถึงต้องใช้ หูฟัง In ear monitor

ในปัจจุบันการแสดงดนตรีในบ้านเรานั้น จะมีอุปกรณ์อยู่ชิ้นนึงที่นอกเหนือจากเครื่องที่ตัวเองเล่นแล้ว นักดนตรีจะขาดอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ได้  นั่นก็คือ In ear monitor วันนี้ Music arms จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ว่าทำไมนักดนตรียุคนี้ ถึงขาดมันไม่ได้

ย้อนกลับไปในสมัยก่อน เสียงที่นักดนตรีจะได้ยินสิ่งตัวเองเล่นนั้นมา จากตู้แอมป์ หรือเครื่องอคูสติกต่างๆที่อยู่บนเวที  เช่นกลองชุด กีตาร์โปร่ง เป็นต้น ซึ่งปัญหาที่ได้จากระบบนี้คือ balance ของความดัง ลองนึกภาพว่า เวลาเล่นและร้องเพลงถ้าทุกคนได้ยินเสียงของตัวเองไม่ชัด นักร้องก็ต้องตะเบ็งเสียงเยอะ เพราะกะน้ำหนักเสียงไม่ถูก มือกลองก็จะหวดกลองหนักมากขึ้น มือกีตาร์ก็เร่งตู้แอมป์มากขึ้น กลายเป็นเสียงตีกันมั่วฟังไม่รู้เรื่องนั่นเอง

ดังนั้นการแก้ปัญหานี้ จึงเกิดเป็น ลำโพง มอนิเตอร์ ขึ้นมาที่จะวางอยู่ตรงหน้านักดนตรีหรือนักร้องเวลาแสดง ซึ่งจะช่วยให้นักดนตรีได้ยินเสียงที่ตัวเล่น รวมไปถึงเสียงของเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ ได้ชัดขึ้นอีกด้วย

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังคงเกิดปัญหาอีก เมื่อเสียงที่เล่นดังเกินกว่าที่ลำโพงมอนิเตอร์จะรับได้อาจจะด้วย ขนาดของพื้นที่ หรือ กำลังขับของลำโพงเอง จึงได้เกิดอุปกรณ์ที่เรียกว่า หูฟัง In ear monitor ขึ้น ซึ่งจะเป็นระบบที่จัดการเสียงบนเวทีได้อย่างหมดจด โดยนักดนตรีสามารถที่จะ Balance เสียงต่างๆ ที่ต้องการจะให้เข้ามาในหูได้ ทำให้แสดงได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้ยิ้นเสียงของตัวเองอีกต่อไป

โดยในยุคแรกๆ ที่ In ear monitor เข้ามานั้น จะมีเพียงศิลปิน หรือนักดนตรีที่แสดงบนเวทีใหญ่ๆ เท่านั้นที่ใช้เพราะมีการเซทระบบที่ค่อนข้างยุ่งยากนั่นเอง แต่ในปัจจุบัน ด้วยการที่อุปกรณ์ต่างๆ ได้ปรับเปลี่ยนไป ให้เอื้ออำนวยต่อการใช้ In ear monitor ให้ง่ายมากขึ้น ทำให้นักดนตรีที่เล่นตามร้านอาหาร หันมาใช้ In ear monitor กันมากขึ้น จนปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นสิ่งที่นักดนตรีขาดไม่ได้จริงๆ

×