Fender PM-1 Standard Dreadnought

ขายเพียง  27,000฿ จาก  30,000฿

Fender CD-60S

ขายเพียง  7,200฿ จาก  8,000฿

Sigma TM-15E กีต้าร์โปร่งไฟฟ้าไซส์เล็ก

ขายเพียง  9,000฿ จาก  10,000฿

Shure PGA Drumkit 7 ชุดไมโครโฟนครบเซ็ท

ขายเพียง  19,900฿ จาก  29,900฿

Fender Stratacoustic

ขายเพียง  11,250฿ จาก  12,500฿

Fender PM-3C Triple O Mahogany

ขายเพียง  21,600฿ จาก  24,000฿

ประวัติ Dream Theater

Image result for dream theater

Dream Theatre ฟอร์มวงกันตั้งแต่ปี 1985 จากสมาชิก 3 คนคือ John Petrucci จอห์น เปตรุซซี่ (กีต้าร์), John Myung จอห์น เมียง (เบส), และ Mike Portnoy ไมค์ พอร์ตนอย (กลอง) เพื่อนร่วมโรงเรียน Berklee College of Music (บาร์คลี่ คอลเลจ ออฟ มิวสิค) ในบอสตัน โดยใช้ชื่อวงว่า Majesty ได้อิทธิพลมาจากวง Rush วงร็อคอเมริกา ชื่อวง Majesty ที่พวกเขาตั้งขึ้นตอนแรกก็ยังมาจากเนื้อเพลง Bastille Day (บาสทิลล์ เดย์) ของวง Rush ในช่วงแรกพวกเขาเล่นเพลงสไตล์เมทัลของวง Rush และ Iron Maiden เป็นส่วนใหญ่ ด้วยฝีมือระดับพระกาฬแบบนี้จะให้ซ้อมอย่างเดียวคงไม่ได้ พวกเขาจึงเกิดความคิดที่จะออกสู่โลกกว้างมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง

Image result for dream theater

วง Majesty จึงได้เพิ่มสมาชิกมาอีก 2 คนคือ Kevin Moore เควิน มัวร์ (คีย์บอร์ด) และ Chris Collins คริส คอลลินส์ (ร้องนำ) เริ่มจากการเล่นตามไลฟ์เฮ้าส์ต่างๆและทำเพลงไปด้วย แต่ถึงแม้จะฝีมือระดับเทพแบบนี้ทว่าหนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อัลบั้มเดโมของพวกเขาขายได้แค่ 1000 ชุดเท่านั้น หนำซ้ำ คริส คอลลินส์ ก็ออกจากวงไป และชื่อวง Majesty ยังจะโดนฟ้องเนื่องจากไปซ้ำกับวงดนตรีจากลาสเวกัส ไมค์จึงเสนอให้เปลี่ยนชื่อวงเป็น Dream Theater ซึ่งมาจากชื่อโรงละครใน Monterey แคลิฟอร์เนีย

Image result for dream theater

หลังจากเปลี่ยนชื่อวงใหม่แล้ว พวกเขาก็ไม่ย่อท้อต่อความฝันยังคงตระเวนเล่นไลฟ์เฮ้าส์ที่นิวยอร์คไปเรื่อยๆ จนไปเข้าตาค่าย Mechanic Records (เมชชานิค เร็คคอร์ด) จึงได้เซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 1988 ได้ Charlie Dominici (ชาร์ลี โดมินิซี่) มาเป็นนักร้องนำ ใช้เวลาทำอัลบั้มแค่ 3 สัปดาห์ เพราะบางส่วนเช่นพวกเนื้อเพลงหรือทำนอง ทำกันตั้งแต่เล่นไลฟ์เฮ้าส์แล้ว เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 1989 อัลบั้ม When Dream and Day Unite ก็ได้ฤกษ์วางแผง มีเพลง After Life เป็นเพลงชูโรง งานช่วงแรกมีแค่คนฟังเฉพาะกลุ่ม เพราะเป็นวงใหม่กับค่ายเพลงเล็กๆไม่มีกำลังทรัพย์ในการโปรโมท ทำได้แค่ทัวร์คอนเสิร์ตตามผับในนิวยอร์คเท่านั้น หลังจากจบงานเพลงชุดนี้ก็ได้แยกทางกับ Dominici เนื่องจากทางวงต้องการหานักร้องใหม่ที่มีพลังเสียงมากขึ้น และออกจากค่าย Mechanic Records

Image result for dream theater

หลังจบอัลบั้มแรกทางวงตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้งด้วยการหานักร้องหลักจริงจัง จึงได้เปิดรับออดิชั่นจากแฟนเพลงกว่า 200 คน จนเดือนมกราคม 1991 ก้ได้รับเทปออดิชั่นจาก Kevin James LaBrie (เควิน เจมส์ ลาบรี้) ชาวแคนาดา ทุกคนในวงถูกใจพลังเสียงของ LaBrie มากจึงรับเป็นนักร้องนำคนใหม่ และเริ่มทำอัลบั้มใหม่ทันทีกับค่าย Atco Records งานชุดนี้ทำกันไม่นานเท่าไหร่เนื่องจากทิ้งช่วงอัลบั้มแรกถึง 3 ปี และระหว่างนั้นทางวงได้ทำเพลงรอไว้แล้ว แค่นักร้องมาเสียบก็พร้อมอัดได้เลย งานชุดที่ 2 นี่ถือว่าพลิกชีวิตแจ้งเกิดทันที อัลบั้ม Images and Words ของพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก มีเพลงฮิตเช่น Pull Me Under, Another Day และ Metropolis ขึ้นอันดับ 61 ในบิลบอร์ดชาร์ต ทำยอดขายเกิน 5 แสนชุด ทำให้ทั่วโลกเริ่มรู้จักกับวงนี้กันมากขึ้น

Image result for dream theater

เมื่อประสบความสำเร็จกับอัลบั้มที่ 2 แล้ว พวกเขาจึงเดินหน้าทำเพลงชุดต่อไป แต่ในปี 1994 ระหว่างอัดเสียงอัลบั้มที่ 3 Awake นั้น Kevin Moore ก็ประกาศลาออกสร้างความตกตะลึงให้กับเพื่อนร่วมวงด้วยเหตุผลว่าแนวเพลงของ Dream Theater นั้นไม่ใช่สไตล์เพลงที่เขาชอบ ทางวงต้องหามือคีย์บอร์ดใหม่จึงได้ Derek Sherinian (ดีเร็ค เชอร์รีเนี่ยน) เพื่อนสมัยเรียนดนตรีที่ Berklee เข้าวง อัลบั้ม Awake เป็นงานเพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างมากขึ้นถึงอันดับ 32 ในบิลบอร์ดชาร์ตและขายดีไปทั่วโลกโดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นทำยอดได้มากกว่า 2 แสนชุดมีเพลงฮิตอย่าง Space-Dye Vest (สเปซ ดาย เวสต์) และ A Mind Beside Itself (อะ มาย บีไซด์ อิทเซลฟ์) รวมถึงทัวร์คอนเสิร์ตไปทั่วยุโรปและญี่ปุ่น กลายเป็นวงโปรเกรสซีฟเมทัลแถวหน้าของโลก

Image result for dream theater

ในปี 1997 พวกเขาย้ายค่ายมาอยู่กับ EastWest Records ซึ่งทางค่ายต้องการให้ทำเพลงเข้าถึงกลุ่มคนฟังมากขึ้นหรือพูดง่ายๆว่าปรับแนวเพลงให้เบาลง แม้ว่าอัลบั้ม Falling into Infinity (ฟอลลิ่ง อินทู อินฟินิตี้) จะขึ้นถึงอันดับ 52 ในบิลบอร์ดชาร์ต รวมถึงกวาดยอดขายได้มากเกินคาด แต่ด้านเสียงวิจารณ์และฐานแฟนเพลงเก่ากลับกลายเป็นแง่ลบ ทางวงจึงต้องหันมาทบทวนการทำงานว่าจะเน้นยอดขายหรือความชอบ กอนจะตกลงใจว่าจะกลับไปทำเพลงในแนวอัลบั้มแรกๆอีกครั้งไม่อิงกระแสเพลงตลาด รวมไปถึงการเปลี่ยนมือคีย์บอร์ดโดยดึงเอา Jordan Rudess (จอร์แดน รูเดส) มาแทน เพราะ Derek Sherinian ไม่สามารถทดแทนการขาดหายไปของ Kevin Moore มือคีย์บอร์ดคนแรกได้เลย

Image result for dream theater

ในปี 1999 พวกเขาตัดสินใจย้ายสังกัดมาอยู่ค่าย Elektra ที่ให้อิสระการทำเพลงมากกว่า อัลบั้ม Metropolis Pt. 2: Scenes from a Memory (เมโทรโปลิส พาร์ท ทู ซีนส์ ฟรอม อะ เมโมรี่) จึงได้อารมณ์ดิบ เถื่อนสไตล์เมทัลแท้ๆแบบชุดแรก แม้จะไปได้แค่อันดับ 73 ในบิลบอร์ดชาร์ต แต่กลับถูกใจคอเพลงเมทัลและนักวิจารณ์เป็นอย่างมาก หลังจากจับแนวเพลงที่ตนเองถนัดและแฟนเพลงยอมรับได้แล้ว สองอัลบั้มต่อมาจึงเป็นการปล่อยของอย่างแท้จริงกับอัลบั้ม Six Degrees of Inner Turbulence (ซิกซ์ ดีกรี ออฟ อินเนอร์ เทอร์บิวแลนซ์) และ Train of Thought (เทรน ออฟ ทรูช) ที่ออกติดกันในปี 2002 และ 2003 มีเพลงที่บรรเลงแต่เครื่องดนตรีโดยไม่มีเนื้อร้องอีกครั้งอย่าง Stream of Consciousness (สตีม ออฟ คอนเชียสเนส) และเพลงฮิตอย่าง In the Name of God รวมไปถึงการทัวร์คอนเสิร์ต World Tourbulence ร่วมกับมือกีต้าร์เทพ Joe Satriani (โจ ซาเทรียนี่) ทำให้งานเพลง Dream Theater ได้รับการยอมรับเรื่องฝีมือในวงกว้างมากขึ้น

Image result for dream theater

ช่วงหลังปี 2000 มานี่ถือเป็นยุคทองของวง Dream Theater อย่างแท้จริง พวกเขาก้าวขึ้นไปเป็นวงโปรเกรสซีฟเมทัลเบอร์ 1 อย่างไร้ข้อกังขา สตูดิโอ อัลบั้มชุดที่ 8 Octavarium เป็นอัลบั้มที่สรุปเรื่องราวทาง ดนตรีของพวกเขาทั้ง 5 สมาชิกในปัจจุบัน ด้วยซาวด์ที่หลากหลายตั้งแต่เฮฟวีเมทัล อย่างเพลง Panic Attack ,Never Enough รวมทั้งเพลง Octavarium ที่เป็นแนวโปรเกรสซีพร็อก และยังได้ทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกในชื่อทัวร์ Octavarium World Tour 2005/2006 ซึ่งใช้เวลาการทัวร์ถึง 2 ปีเต็ม ๆ ก่อนจะกลับมาต่อด้วยงานเพลงอัลบั้มที่ 9 และ 10 Systematic Chaos (ซิสเตมาติค คาออส) และ Black Clouds & Silver Linings (แบล็ค คลาวด์ แอนด์ ซิลเวอร์ ลินนิงส์) ที่ทำกันเองทั้งแต่งเพลงและโปรดิวซ์ ในขณะที่วงกำลังไปได้สวยนั้นเองก็เกิดข่าวช็อคเมื่อ Mike Portnoy มือกลองสมาชิกรุ่นก่อตั้งขอลาออกเพื่อไปร่วมวง Avenged Sevenfold

Image result for dream theater

ในปี 2011 ทางวงต้องคัดเลือกมือกลองคนใหม่เพื่อเดินหน้าต่อไปจึงเปิดออดิชั่น สุดท้ายก็มาลงตัวที่ Mike Mangini (ไมค์ มานกินี่) มือกลองสายเทคนิคดีกรีอาจารย์ที่โรงเรียนดนตรี Berklee สถาบันที่สมาชิก Dream Theater เคยศึกษานั่นเอง ทำให้การเสีย Portnoy ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อวงมากเท่าที่คิด พวกเขาเดินหน้าทำอัลบั้มที่ 11 A Dramatic Turn of Events (อะ ดรามาติค เทิร์น ออฟ อีเวนท์) ต่อเนื่องในปี 2011 ด้วยฐานแฟนเพลงที่ใหญ่ขึ้นทำให้เพลงของพวกเขาได้รับการยอมรับไปทั่วโลก และขึ้นถึงอันดับ 8 ในบิลบอร์ดชาร์ตรวมไปถึงอันดับ 1 ในประเทศอื่นๆ เช่นเดียวกับอัลบั้มที่ 12 Dream Theater ชื่อเดียวกับวงก็ได้รับความนิยมสูงสุด ทะยานถึงอันดับ 7 ในบิลบอร์ดชาร์ต มีเพลงฮิตมากมายเช่น Illumination Theory (อิลลูชั่น ธีโอรี) และ The Looking Glass (เดอะ ลุคกิ้ง กลาส)

Image result for dream theater bangkok

และในปี 2016 พวกเขาก็ออกอัลบั้ม The Astonishing (ดิ แอชโตนิชชิ่ง) งานเพลงที่มีความยาว 2 Act ทั้งหมด 34 เพลง แต่ละบทเพลงนั้นจัดเต็มมาทั้งลูกเล่น ฝีมือ สมกับเป็นวงโปรเกรสซีพเมทัลแถวหน้าอย่างแแท้จริง ทำให้พวกเขามีคอนเสิร์ต Images and Words (25th Anniversary) ที่ยุโรป เอเชีย และโอเชียเนีย ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม ถึง 3 ตุลาคม ปีนี้ ซึ่งแฟนเพลงชาวไทยจะได้ชมฝีมือระดับเทพกันสดๆในวันที่ 27 กันยายน ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี