Yamaha FSX-315C กีต้าร์คุณภาพ

ขายเพียง  7,900฿ จาก  9,875฿

Yamaha YFL-222 ID

ขายเพียง  20,800฿ จาก  26,000฿

Crafter HDE-200

Yamaha YCL-255

ขายเพียง  20,800฿ จาก  26,000฿

สายแจ๊ค Fender FG186L 5.5 เมตร หัวงอ (18.6 ft)

ขายเพียง  749฿ จาก  850฿

Timeline เพลงร็อคไทยกับวงดังแห่งยุค Part 2

หลังจากหมดยุควงฮาร์ดร็อคหรือวงเมทัลก็จะเข้าอยู่ยุคอัลเทอร์เนทีฟ ในยุคนี้จะมีค่ายเพลงเล็กๆเกิดขึ้นมากมายเพื่อเป็นทางเลือกให้คนฟังเลือกเสพย์เพลงในแนวที่แปลกใหม่ออกไปไม่ซ้ำซากจำเจกับเพลงป็อปตลาดของค่ายใหญ่ เวลานั้นค่ายแกรมมี่ก็จะปั้นนักร้องอย่าง มอส, ทาทา ยัง, UHT ส่วนทางฝั่ง RS ก็จะเป็น ลิฟท์-ออย, แร็พเตอร์ ทำให้กระแสเพลงร็อคไปตกอยู่กับค่ายเล็ก ซึ่งถือเป็นการดีต่อตัวศิลปินเอง เนื่องจากจะได้ทำเพลงที่ตนเองต้องการอย่างเต็มที่ไม่ต้องสนกระแส แต่ก็ถือเป็นดาบสองคมเช่นเดียวกันเพราะค่ายเล็กหลายค่ายต้องยุบลงไปเนื่องจากความอินดี้สูงสวนกับยอดขายที่ต่ำ ค่ายเพลงอย่างเบเกอรี่ก็กำเนิดขึ้นมาในยุคนี้พร้อมกับวงดังอย่างโมเดิร์นด็อกอีกด้วย จนมาช่วงปลายยุค 90 ที่ทางแกรมมี่เริ่มหันมาปั้นวงร็อคอย่างจริงจังเพราะเล็งเห็นว่าตลาดเพลงร็อคเริ่มกลับมาและสามารถขายได้

Image result for โมเดิร์นด็อก

1994 โมเดิร์นด็อก

หลังจากอัลบั้มชุดที่ 1 ของวงหินเหล็กไฟก็ได้มีวงที่จุดประกายเพลงร็อคขึ้นมาอีกครั้งในแนวอัลเทอร์เนทีฟกับค่ายเบเกอรี่ มิวสิคด้วยเนื้อหาที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใครในเพลงบุษบา ต่างจากเพลงทั่วไปที่จะพูดเกี่ยวกับเรื่องความรัก และฝีไม้ลายมือขั้นเทพแน่นปั๋งกับเครื่องดนตรีแต่ 3 ชิ้นคือ ป็อด ธนชัย (ร้อง), เมธี (กีต้าร์) บ็อบ สมอัตถ์ (เบส) และ โป้ง ปวิณ (กลอง) รวมวงกันประกวดโค้กมิวสิคอวอร์ดเมื่อปี 1992 และได้รางวัลชนะเลิศ ออกอัลบั้มแรกชุดเสิรมสุขภาพในปี 1994 กลายเป็นตำนานของอัลเทอร์เนทีฟไทยไปตั้งแต่เพลงแรกและเป็นวงที่ทำให้ค่ายเบเกอรี่ มิวสิคมีชื่อคุ้นหูนักฟังเพลงอีกเช่นกัน ปี 1994 ทั้งเพลงบุษบา, ก่อน, มานี, กะลา และบางสิ่ง หรือแทบทั้งอัลบั้มวัยรุ่นยุคนั้นร้องกันได้หมด เนื้อหาของเพลงนั้นฉีกแนวเดิมๆของเมืองไทยไปอย่างสิ้นเชิง รวมไปถึงแนวดนตรีที่เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับวงการเพลงร็อคของไทย ดังนั้นช่วงเวลาปี 1994 คงไม่มีใครเกินวง โมเดิร์นด็อก วงดนตรีที่เป็นสัญลักษณ์ของยุคอัลเทอร์เนทีฟ โดยวงโมเดิร์นด็อกมีผลงานมาทั้งหมด 6 อัลบั้มจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหลังจากอัลบั้มที่ 2 ชุดคาเฟ่ ก็ได้มีการเปลี่ยนมือเบสเป็นมือเบสสมทบจากวงอื่นหลายท่าน

Image result for y not 7

1994 Y not 7

หนึ่งในวงร็อคดังแห่งยุค 90 ที่มีเอกลักษณ์จากการถือโทรโข่งร้องของเหน่ง นักร้องนำ สมาชิกในยุคแรกเริ่มมี 6 คน คือ เหน่ง (ร้องนำ), กอล์ฟ (เบส), แป๊ะ (กีต้าร์), ก้อย (กีต้าร์), ไก่ (กลอง) และ โต๊ด (คีย์บอร์ด) รวมตัวกันทำวงดนตรีเล่นกลางคืนและทำงานที่บริษัท ORANGE MUSIC ไปด้วย ก่อนจะได้ออกเทปกับค่ายแกรมมี่เมื่อปี 1994 ในชื่อชุด Y not 7 แค่เพลงแรก “ค่อยๆพูด” ก็ส่งให้คนฟังเพลงทั่วประเทศรู้จักกับวงนี้ทันที อัลบั้มชุดแรกประสบความสำเร็จอย่างมากมีเพลงฮิตอย่าง “เกลียดความสงสาร” และ “ทิ้งรักลงแม่น้ำ” ร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง 2 ปีต่อมาก็อัลบั้มที่สองชื่อชุด Six แต่ด้วยเนื้อหาที่หนักขึ้นทำให้ประสบความสำเร็จน้อยกว่าชุดแรก จนมาอัลบั้มที่ 3 ในปี 1998 ที่มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกเนื่องจาก แป๊ะ ต้องย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น และ โต๊ด มือคีย์บอร์ดออกจากวงไป จึงได้ เชษฐ์ พิเชษฐ์ เครือวัลย์ เป็นมือกีต้าร์แทน เหลือสมาชิกแค่ 5 คน แต่อัลบั้ม Yeah!ก็กลับมาประสบความสำเร็จไม่น้อยไปกว่าอัลบั้มแรก มีเพลงฮิตอย่าง “Yeah! Yeah!” และ “เรื่องขี้หมา” หลังจากนั้นก็มีอัลบั้มออกมาอีก 2 ชุด ก่อนจะแยกย้ายไปทำเพลงเบื้องหลัง อย่างกอล์ฟ มือเบสก็ไปเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับปาล์มมี่ ในอัลบั้ม Stay และ เชษฐ์ มือกีต้าร์ก็ไปเล่นแบ็คอัพให้กับอัสนี-วสันต์

Image result for สไมล์บัฟฟาโล่

1995 สไมล์บัฟฟาโล่

วง”ควายยิ้ม”ที่แจ้งเกิดกับกระแสอัลเทอร์เนทีฟในบ้านเราด้วยเพลงเปิดตัว ดีเกินไป ในปี 1995 ส่งผลให้ 4 สมาชิก ดิษฐ์, เต็น, หนึ่ง และเชษฐ์ ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในวงร็อคชั้นนำของบ้านเราทันที อัลบั้มชุดแรกยังมีเพลง ฟ้ายังฟ้าอยู่ หนึ่งในเพลงฮิตตลอดกาลของพวกเขาเช่นเดียวกัน วงสไมล์บัฟฟาโล่ออกเทปกับค่าย EMI มา 2 ชุดก่อนจะย้ายไปค่ายเมคเกอร์เฮดในเครือแกรมมี่และมีผลงานออกมาอีก 3 ชุด มีเพลงฮิตอย่าง จำใจ และ กุหลาบในมือ แม้ว่าช่วงอยู่แกรมมี่จะสามารถคว้ารางวัลวงร็อคยอดเยี่ยมจากสีสันอวอร์ดมาได้ในปี 1999 แต่กระแสความนิยมถือว่าน้อยลงกว่าตอนอยู่ค่ายEMI เพราะแนวเพลงค่อนข้างเบาลงเยอะพอสมควร จนหมดอัลบั้มสุดท้าย สาวชุดดำ ในปี 2000 สมาชิกในวงก็ต้องแยกย้ายกันไป ช่วงแรกนั้นแต่ละคนแยกไปทำอัลบั้มส่วนตัว เช่นดิษฐ์และเต็นไปทำวงชื่อ สไนเปอร์ หนึ่งและเชษฐ์ไปทำอัลบั้มสไมล์ร็อค แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนตอนทำวงร่วมกัน ปัจจุบันสมาชิกต่างก็ไปทำงานเบื้องหลังกันแทบทั้งหมด เช่น ดิษฐ์ที่ยังคุ้นหน้ากับการเป็นแบ็คอัพให้ เสก โลโซ ในขณะที่เชษฐ์มือกลองหันหลังให้กับวงการไปทำเกษตรกรรม

Image result for แบล็คเฮด

1995 แบล็คเฮด

วงร็อคหัวดำที่อดีตสมาชิกวงยูเรเนี่ยมในสมัยก่อนอย่าง ปู อานนท์ (กีต้าร์) และ ต๋อง สมทบ (เบส) ออกมาฟอร์มวงใหม่จึงได้ เอก อภิสิทธิ์ มือกีต้าร์จากวงบิ๊กกัน และ ยุ่น วิโรจน์มาตีกลอง ช่วงแรกนั้นยังเล่นดนตรีกลางคืนทั่วไปแต่ก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้วเพราะเป็นอดีตนักดนตรีจึงเล่นร็อคผับ ผับชื่อดังที่สุดของชาวร็อค ก่อนที่ชั่วโมงนั้นกระแสเพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟกับค่ายเล็กกำลังมา พวกเขาจึงได้ร่วมงานกับค่ายดนตรีเอ็มสแควร์ออกมินิอัลบั้มที่มีแค่ 4 เพลงในปี 1995 ชื่อชุด แบล็คลิสต์ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากกับเพลงยืนยัน จึงออกอัลบั้มเต็ม 11 เพลงมาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ทำให้ชื่อวงแบล็คเฮดเข้าไปอยู่ในใจชาวร็อคหลายคนและต่อยอดด้วยอัลบั้มที่ 2 Full Flavor ในปี 1997 ซึ่งอัลบั้มนี้ทำให้พวกเขาได้รับรางวัลสีสันอวอร์ดถึง 3 รางวัลคือ รางวัล “ศิลปินกลุ่มร็อคยอดเยี่ยม” รางวัล “อัลบั้มร็อคยอดเยี่ยม” รางวัล “เพลงร็อคยอดเยี่ยม” จากนั้นจึงย้ายมาค่ายมอร์ มิวสิคในปี 1999 ทำอัลบั้ม Pure ส่งเพลง ยิ่งโต ยิ่งสวย และ อยู่ไป ไม่มีเธอ ดังเปรี้ยงจนขึ้นแท่นวงร็อคแถวหน้าของประเทศ วงแบล็คเฮด ออกอัลบั้มมาทั้งหมด 8 ชุด ซึ่งชุดล่าสุด White Line ก็เพิ่งปล่อยมาเมื่อปี 2013 กับค่ายสหภาพดนตรี

Image result for โลโซ

1996 โลโซ

ตำนานนักดนตรี 3 ชิ้นของเมืองไทย โดยเริ่มจากเสก มือกีต้าร์ชาวโคราชที่ตระเวนเล่นผับกลางคืนก่อนจะพบสมาชิกร่วมวงคือ รัฐ และ ใหญ่ ร่วมกันทำเพลงไปนำเสนอกับค่ายมอร์ มิวสิกในเครือแกรมมี่ ตามคำแนะนำของ ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จึงได้ออกอัลบั้มแรกในชื่อว่า Lo Society ในปี 1996 แค่เพลงแรก “ไม่ต้องห่วงฉัน” ก็ทำให้คนทั้งประเทศรู้จักกับวงร็อคมากฝีมือวงนี้กันทันที จึงมีอัลบั้มพิเศษประกอบภาพยนตร์เรื่องจักรยานสีแดงในปี 1997 และทำอัลบั้มที่ 2 ของตนเองในปี 1998 ชื่อชุด Entertainment ซึ่งก็ดังไม่แพ้ชุดแรก ส่งเพลง ซมซาน เป็นหนึ่งในตำนานเพลงร็อคไทย และยังมีเพลงช้าซึ่งๆอย่าง อะไรก็ยอม ในช่วงปี 1996 – 2003 นั้นโลโซออกอัลบั้มเต็มมาทั้งหมด 5 ชุด  ซึ่ง 7 ปีทองของโลโซนี้เรียกว่าออกชุดไหนมาก็ดังเปรี้ยงขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ตลอดเป็นวงร็อคแม่เหล็กเบอร์ 1 ของค่ายแกรมมี่ที่ทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านตลับแทบทุกอัลบั้มที่ออกมา ถือเป็นการคัมแบ็คกลับมาครองตำแหน่งจ้าวเพลงร็อคของค่ายใหญ่แกรมมี่ได้ในรอบหลายปีหลังจากปล่อยให้ค่ายอินดี้ยึดครองในยุคอัลเทอร์เนทีฟมานาน ก่อนที่จะมีข่าวช็อคแฟนๆหลังจากออกอัลบั้มที่ 5 ปกแดง มาได้ 2 ปี เมื่อเสกประกาศยุบวงไปออกอัลบั้มเดี่ยวและมีผลงานจนถึงปัจจุบัน ส่วนรัฐและใหญ่ไปทำวงชื่อ ฟาเรนไฮด์

Image result for วง fly

1996 ฟลาย

เป็นวงที่ต่อยอดความสำเร็จทางด้านเพลงร็อคของค่ายแกรมมี่ได้เป็นอย่างดี ด้วยสมาชิก 6 คน คือ แจ็คและเท็น (กีต้าร์), อ็อฟ (เบส), วิน (คีย์บอร์ด), ชาลี (กลอง) มีอี๊ด สำราญ ช่วยจำแนกเป็นนักร้องนำในลุคสกินเฮดแว่นดำจนโด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง วงฟลายฟอร์มวงเล่นกันตั้งแต่อยู่ที่เชียงใหม่โดยช่วงแรกตระเวนเล่นกันตามผับที่เชียงใหม่ ก่อนจะเข้ามาเล่นที่กรุงเทพและได้ทำเดโมเทปไปเสนอค่ายเพลง และได้ออกอัลบั้มกับค่ายแกรมมี่ชื่อชุด Fly 12 ปีก ในปี 1996 ส่งเพลง บิน เข้าสู่ใจคนฟังได้อย่างทันที ตามด้วย ใบไม้ เพลงช้าๆที่ได้อารมณ์ ซึ่งนอกจากลุคของนักร้องนำแล้ว ซาวด์ของวงนี้ค่อนข้างเป็นจุดเด่นเพราะมีทั้งคีย์บอร์ดและตัวแจ็ค มือกีต้าร์เองนั้นก็เป็นคนที่ชื่นชอบการใช้เอฟเฟคอีกเช่นกัน วงฟลายมีอัลบั้มที่ 2 ชื่อชุด Fly แมลงเพลง ในปี 1998 ก็มีเพลง พายุในใจและบัวช้ำน้ำขุ่น ที่เป็นเพลงดัง อัลบั้มที่ 3 Fly 2 K ในปี 2000 ก็เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของพวกเขา สามารถทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านตลับและมีเพลงฮิต ชาวนากับงูเห่า ที่ขาร็อคยังร้องได้มาจนยุคนี้ วงฟลายออกอัลบั้มมา 4 ชุดก่อนที่อี๊ดจะแยกตัวไปเป็นนักร้องเดี่ยว อัลบั้มที่ 5 จึงเปลี่ยนนักร้องเป็น เอ็ด อาคม นุชนิล แต่ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเก่า จึงต้องยุบวงแยกย้ายกันไป

Image result for Paradox วง

1996 Paradox

วงร็อคเอนเตอร์เทนจากกลุ่มกลุ่มนิสิตจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยต้าร์ อิทธิพงศ์ เริ่มความคิดจะตั้งวงเพื่อร่วมกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1 จึงชวน สอง สิริริน มาเล่นเบส และได้ โน๊ต พรภัฏ จากคณะนิเทศศาสตร์มาตีกลอง ภายใต้ชื่อวง “หอยจ๊อ” พอขึ้นปี 2 ก็มีความคิดอยากจะออกเทปจึงทำเดโมส่งไปเสนอค่ายต่างๆ โดยขณะนั้นเป็นยุคอัลเทอร์เนทีฟที่ค่ายเพลงเล็กๆผุดขึ้นมามาก จนได้รับการตอบรับจากค่ายอิสเทอร์นสกาย เร็คคอร์ดส พวกเขาจึงได้มีอัลบั้มแรก Lunatic Planet ในปี 1996 มีเพลงดังอย่าง นักมายากล และ ไก่ ติดหูคนฟังด้วยแนวเพลงที่แปลกใหม่ และได้ บิ๊ก ขจัดภัย มาเล่นกีต้าร์เพิ่มอีก 1 ราย น่าเสียดายที่ค่ายอิสเทอร์นสกาย เร็คคอร์ดส ไม่สามารถยืนระยะได้ต้องปิดตัวลงไป ประกอบกับโน๊ตมือกลองแต่งงานและย้ายไปอเมริกา วงพาราด็อกซ์จึงว่างเว้นผลงานไประยะเวลาหนึ่ง มีเพียงอัลบั้มใต้ดิน “แมลงวันสเปน” ที่จำหน่ายแค่ 1000 ม้วนทำออกมา ภายใต้ค่ายเพลงชื่อ ตาต้า เร็คคอร์ดส และอัลบั้ม Paradox & My Friends ซึ่งได้รวมเอาผลงานของเพื่อนๆของสมาชิกในวงเอาไว้ด้วย จนมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ค่ายจีนี่ เร็คคอร์ดส์ทำอัลบั้มรวม Intro 2000 กับเพลง ท่ามกลาง ปลุกกระแสคนฟังเรียกร้องให้วงนี้กลับมาออกอัลบั้มอีกครั้ง จึงได้ โจอี้ เสรฐพร มาตีกลอง และเพิ่มตำแหน่งว๊ากเกอร์ คือ เก่ง นัทธา และ ออฟ ชาญณรงค์ เข้ามาในวง อัลบั้มเต็มชุดแรกกับค่ายจีนี่ Summer จึงประสบความสำเร็จอย่างสูง มีเพลงฮิตมากมายทั้ง น้องเปิ้ล, ฤดูร้อน และ ร.ด.Dance จนพาราด็อกซ์กลายเป็นหนึ่งในวงแถวหน้าของเมืองไทย ในปีนั้นเองวงพาราด็อกซ์ก็ได้ออกอัลบั้มใต้ดินชุดสุดท้ายชื่อชุด แค้นผีนรก หลังจากนั้นก็มาออกอัลบั้มกับค่ายใหญ่อย่างเต็มตัวจนถึงปัจจุบัน

Image result for วง dezember

1996 Dezember

Dezember ก่อตั้งขึ้นเมื่อธันวาคม1993 โดยสยาม ชุมทอง (ต้น) และวรพจน์ สิงห์น้อย (โต้ง) มือกีตาร์และมือเบสในยุคเริ่มต้น โดยที่ทั้งคู่แยกตัวออกมาจากวงดนตรีวงหนึ่งชื่อ Mad Hot ซึ่งเป็นวงดนตรีที่ได้เข้าร่วมการประกวดเป๊ปซี่ มิวสิค เฟสติวัล เมื่อปี 1993 และเป็นวงดนตรีชนะเลิศของปีนั้น ซึ่งต้นได้รับรางวัลมือกีตาร์ยอดเยี่ยม มาทำวงกันเองในนาม Dezember ออกอัลบั้มชุดแรกเป็น EP 4 เพลง “คนโลกแคบ” “อสูรกาย” “เดนสงคราม” และ “ลัทธิซาตาน” ในปี 1994โดยที่ต้นทำหน้าที่ กีตาร์และร้องนำ โต้งทำหน้าที่เบส และกลองใช้เป็นกลองโปรแกรม หลังจากมินิอัลบั้มแรกได้รับการตอบรับค่อนข้างดี ทางวงจึงทำอัลบั้มที่ 2 “วินาศกรรม” ออกมาเมื่อปี 1996 ได้ กุ้ง คำรณฐ์ มร้องนำ และ รัตน์ โกบายาชิ มาตีกลอง ก่อนจะย้ายไปค่าย โซนี่ มิวสิค มีผลงานออกมาอีก 2 ชุด และเปลี่ยนมือกลองเป็น โจ๊ก พีรพัฒน์ ชื่อชุด บาป และ คลั่ง จนปี 1999 ต้นได้ออกจากวงด้วยเหตุผลส่วนตัว สมาชิกส่วนที่เหลือได้เปลี่ยนชื่อวงเป็น โชกุน จั้มป์ โดยยังอยู่กับทาง โซนี่ มิวสิค หลังจากนั้น 2 ปี ต้นได้มีโอกาสพบกับ รัตน์ อดีตมือกลองและมีความคิดจะฟื้น Dezember กลับมาอีกครั้ง จึงได้ เช็ค ณพล มาเล่นเบส และ อ็อฟ นรเทพ มาร้องนำ จึงออกผลงานชุด Naturalism มาในปี 2005 กลับมาเป็นวง Dezember อย่างเต็มตัว หลังจากนั้นก็มีผลงานมาอีก 2 ชุดคือ Spiritual Leader และ Crisis ก่อนจะเปลี่ยนมือกลองเป็น ธน สธน เพราะ รัตน์ โกบายาชิ ย้ายไปตีกลองให้กับวงซิลลี่ฟูลส์

Image result for Big Ass วง

1997 บิ๊กแอส

ในช่วงยุคปลายอัลเทอร์เนทีฟนั้น ค่ายเล็กๆหลายค่ายได้เริ่มล้มหายตายจากกันไปตามกำลังทรัพย์ แต่มีค่ายหนึ่งที่ชื่อว่า มิวสิค บั๊กส์ กลับยืนหยัดอยู่ได้เป็นเวลานาน เพราะผู้บริหารค่ายนี้คือ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับค่ายแกรมมี่ ค่ายนี้จัดว่ามาแรงกับการปั้นศิลปินร็อคในยุคนั้นโดยหนึ่งในวงที่แจ้งเกิดกับค่ายคือ บิ๊กแอส วงที่เริ่มมาจากอ็อฟและหมูสองมือกีต้าร์เพื่อนร่วมชั่นเรียนมัธยมตั้งวงดนตรีขึ้นมา และแยกย้ายไปศึกษาระดับอาชีวะจึงได้รู้จัก แด๊ก (ร้อง) และ ต้น (เบส) จึงฟอร์มวงด้วยกันทำเพลง และได้กบ น้องชายของหมูมาตีกลอง ออกอัลบั้มชุดแรกปี 1997 มีเพลงฮิตอย่างทางผ่าน แต่อัลบั้มที่ทำให้พวกเขาดังเปรี้ยงขึ้นมาจริงๆคือชุดที่ 2 XL เมื่อปี 1999 ที่มีเพลงฮิต ก่อนตาย ด้วยซาวด์ดนตรีที่หนักแน่นขึ้นจึงเข้าสู่กลุ่มคนฟังเพลงร็อคได้มากกว่าเดิม ก่อนจะเปลี่ยนมือเบสเป็น โอ๊ค ในอัลบั้มที่ 3 My World ปี 2003 ก็มีเพลงฮิต ไม่ค่อยเต็ม และ ทิ้งไว้ในใจ อัลบั้มที่ 4 พวกเขาได้ย้ายไปอยู่ค่ายจีนี่ เร็อคคอร์ด ส่งเพลง เล่นของสูง ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้บิ๊กแอสได้รับการยกย่องให้เป็นวงร็อคระดับแถวหน้าของไทยทันที หลังจากอัลบั้มที่ 6 Love ก้ได้เปลี่ยนนักร้องนำจาก แด๊ก มาเป็น เจ๋ง แทน แต่วงยังได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน โดยมีเพลงฮิตช่วงหลังคือ ลมเปลี่ยนทิศ และ ไม่เดียงสา

Image result for ซิลลี่ฟูลส์

1998 ซิลลี่ฟูลส์

สุดยอดวงร็อคเบอร์ 1 ของประเทศอย่างซิลลี่ฟูลส์ที่ได้ 4 หนุ่ม โต, ต้น, หรั่ง และ เต้ย รวมวงกันทำเพลง ซึ่งก่อนหน้านี้ โตเองเคยเป็นสมาชิกวง Chicken Only วงประจำมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ซึ่งชื่อมาจากที่ ไก่ เป็นเนื้อสัตว์ประเภทเดียวที่สมาชิกทุกคนในวงทานได้ เพราะในวงมีทั้งอิสลามที่ไม่ทานหมูและผู้นับถือเจ้าแม่กวนอิมไม่ทานเนื้อ ใช่วงแรกได้ทำเดโมไปเสนอค่ายเบเกอรี่ มิวสิคตั้งแต่ปี 1996 แล้วแต่ได้แค่ออกเป็นชุด E.P ภายใต้ชื่อวง Silly Foolish ต่อมาต้นได้เปลี่ยนชื่อวงจาก Silly Foolish เป็น Silly Fools เนื่องจากเหตุผลที่ว่าชื่อเก่ายาวเกินไป อัลบั้ม E.P ประสบความสำเร็จพอสมควร ก่อนจะมาสร้างตำนานเมื่อย้ายมาออกเทปกับค่ายมอร์ มิวสิคชุด I.Q.180 เมื่อปี 1998 มีเพลงดัง สู้ไม่ได้ และ เมื่อรักฉันเกิด ต่อด้วยชุด 2 Candyman ในปีต่อมา โดยอัลบั้มนี้เปลี่ยนมือกลองมาเป็น ต่อ ต่อตระกูล ใบเงิน ส่งเพลงดังๆอย่าง อย่าบอกว่ารัก, เพียงรัก, ฝัน กระแทกใจชาวร็อคจนยอดขายถล่มทลายและชื่อของวงซิลลี่ฟูลส์ก็รู้จักกันไปทั่วประเทศทันที จนซิลลี่ฟูลส์กลายเป็นวงร็อคที่ดังที่สุดของเมืองไทย อัลบั้มที่ 3 Mint ปี 2000 ก็มีเพลง จิ๊จ๊ะ และ คิดถึง ฮิตติดชาร์ต ส่วนอัลบั้มที่ 4 ก็มีเพลง วัดใจ, บ้าบอ มาให้สาวกได้โยกหัวกันอีก ในช่วงปี 1999-2002 ที่เป็นอัลบั้ม 2-4 ของซิลลี่ฟูลส์ไม่มีวงร็อควงไหนโค่นพวกเขาจากบัลลังก์อันดับหนึ่งได้เลย ด้วยซาวด์ดนตรีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก แต่หลังจากอัลบั้มที่ 5 ก็มีข่าวช็อคเมื่อ โต นักร้องนำขอถอนตัวออกจากวงด้วยเหตุผลทางศาสนา ทิ้งบทเพลงดังๆอย่าง วัดใจ, ขี้หึง, จิจ๊ะ ไว้เป็นเพลงตำนาน โดยซิลลี่ฟูลส์ก็ยังมีผลงานจนถึงปัจจุบันแม้จะเปลี่ยนสมาชิกทั้งนักร้องและมือกลองก็ตาม

 

Yamaha YTS-26

ขายเพียง  57,600฿ จาก  72,000฿

Timeline เพลงร็อคไทยกับวงดังแห่งยุค Part 1

ในสมัยก่อนเพลงร็อคถือว่ากระแสค่อนข้างเงียบในเมืองไทย แม้ว่าทางฝั่งเมืองนอกจะมีวงเช่น Deep Purple, Queen หรือ Cream แต่วงการเพลงไทยกลับถูกยึดครองโดยวงสตริงคอมโบ ทำให้นักดนตรีที่คลั่งไคล้ในเพลงร็อคต้องไปเล่นตามผับที่สัตหีบและอุดรธานีซึ่งเป็นที่ตั้งแคมป์ของทหารอเมริกันจากสงครามเวียดนาม เนื่องจากเวลานั้นชาวอเมริกันจะนิยมเพลงร็อคมากกว่าคนไทย วงร็อคของไทยหลายวงจึงเริ่มจากแคมป์ทหารก่อนที่จะย้ายมาเล่นตามโรงแรมหลังจากจบสงคราม มีหลายวงที่กล้าพลิกโฉมวงการดนตรีไทยให้รู้จักกับเพลงร็อคมากขึ้นจนได้ทำอัลบั้ม ชื่อวงเหล่านี้อาจจะคุ้นหูแฟนเพลงในปัจจุบันอยู่บ้างพอสมควร ก่อนที่ช่วงปลายยุค 80 ทางค่ายใหญ่อย่างแกรมมี่และอาร์เอสจะเริ่มผลิตวงร็อคเข้าสู่ตลาดดนตรีมากขึ้น

1972 V.I.P

วงของตำนานมือกีต้าร์เมืองไทยอย่าง แหลม มอริสัน ที่ร่วมก่อตั้งกับ แป๋ง นิวัติ กองแก้ว (เบส), เอกมันต์ โพธิ์พันธุ์ทอง (กลอง) และ วิน คัมภีร์ (ออร์แกน) รวมวงกันเนื่องจากชอบดนตรีในแนวร็อค เดินสายเล่นตามผับข้างแคมป์ทหารอเมริกันในช่วงสงครามเวียดนาม เพราะเวลานั้นดนตรีร็อคจะเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติมากกว่า หากวงไหนมีฝีมือก็จะถูกจ้างให้ไปเล่นในแคมป์ทหารในคืนวันเสาร์ทำให้วงการเพลงร็อคสมัยก่อนค่อนข้างแคบ นักดนตรีร็อคหลายท่านจะรู้จักกันเองร่วมแจมกันบ่อย โอ้ โอฬาร พรหมใจ ก็มาร่วมแจมกับวง V.I.P ในบางโอกาส เช่นเดียวกับ ชูชาติ หนูด้วง หรือป๋าโก้ มือกลองวงคาราบาวก็เคยขึ้นคอนเสิร์ตในนามมือกลองวง V.I.P มาแล้ว เพลงของวงแทบทั้งหมดจะเป็นเพลงที่ Cover มาจากเพลงฝรั่ง ทำให้มือกีต้าร์อย่างพี่แหลมได้ฉายาว่า แหลม มอร์ริสัน เนื่องจากร้องเพลงเสียงแหบเหมือน จิม มอร์ริสัน และเล่นกีต้าร์ได้เหมือนวง The Doors หลังจากจบสงครามผับตามแคมป์ก็ปิดตัวลงทำให้วงต้องย้ายมาแสดงที่ผับ Savoy สุขุมวิทซอย 5 ก่อนจะเข้าตาแมวมองชักชวนไปเล่นดนตรีที่เยอรมันถึง 10 ปี ช่วงนั้นวง V.I.P ก็เดินทางไป-กลับอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมีคอนเสิร์ตโลกดนตรีในไทยเมื่อปี 1982 หลังกลับมาประเทศไทยถาวรไม่นานก็ประกาศยุบวง น้าแหลมสร้างวงตรีของตนเองขึ้นชื่อ “แหลม มอริสัน แบนด์” ส่วนแป๋งไปทำวงชื่อวง นิวเวฟ

1982 บัตเตอร์ฟลาย

บัตเตอร์ฟลาย ก่อตั้งจาก จิรพรรณ อังศวานนท์, สุรสีห์ อิทธิกุล, ดนู ฮันตระกูล และ กฤษณ์ โชคทิพย์พัฒนา รวมกันจัดตั้งบริษัท บัตเตอร์ฟลาย ซาวน์แอนด์ฟิล์ม เซอร์วิส จำกัด เพื่อผลิตงานเพลงประกอบภาพยนตร์ เพลงประกอบโฆษณา เพลงประกอบละครเวที และงานอัลบั้มเพลง โดยนอกจากจะทำเบิ้องหลังทั้งแต่งเพลงและเป็นแบ็คอัพให้กับศิลปินดังๆแล้ว กลุ่มคนเหล่านี้ยังรวมตัวกันทำอัลบั้มของตนเองอีกด้วย เนื่องจากเป็นบริษัทจึงมีบุคลากรมากมายและทำดนตรีออกมาหลายแนว สำหรับผลงานเพลงร็อคชุดแรก อัลบั้ม “Butterfly” ออกมาเมื่อปี 1982 เป็นการคัฟเวอร์งานของ The Beatles และ The Rolling Stones มีสมาชิก 4 คนคือ สุรสีห์ อิทธิกุล (คีย์บอร์ด/ร้องนำ), กฤษณ์ โชคทิพย์พัฒนา (เบส/ร้องนำ), อุกฤษฏ์ พลางกูร (กีต้าร์) และ กรเณศร์ วสีนนท์ (กลอง) ส่วนอัลบั้มที่ 2 ในปี 1983 ชื่อชุด “Butterfly II” ก็ได้เพิ่มมือกีต้าร์เข้ามาอีก 1 คนคือ อัสนี โชติกุล ก็ยังเป็นเพลงสากลตามกลิ่นอายของวงบีทเทิ่ลส์เช่นเดิม และอัลบั้มที่ 3 “Action!” ก็ยังเป็นเพลงสากลตามแบบฉบับวงร็อคในสมัยนั้น หลังจากอัลบั้มที่ 3 นี้ กลุ่มคนดนตรีบัตเตอร์ฟลายก็แยกย้ายกันไปทำผลงานส่วนตัว อัสนีไปจับคู่กับน้องชายวสันต์ออกอัลบั้มดูโอ้ และ สุรสีห์ อิทธิกุล ไปออกอัลบั้มเดี่ยว

Image result for วงเนื้อกับหนัง

1983 เนื้อกับหนัง (Fresh&Skin)

ถือเป็นวงเฮฟวี่เมทัลวงแรกๆในเมืองไทยที่ได้ออกเทปช่วงบุกเบิก เพราะเวลานั้นค่ายเพลงต่างๆไม่ค่อยกล้าทำดนตรีร็อคเนื่องจากยอดขายจะสู้เพลงป็อปไม่ได้ วงเริ่มจาก ปู จุมพฏ (กีต้าร์) ตั้งวงกับเพื่อนอีก 2 คนคือ ชนินท์ กัทลีนดะพันธ (กลอง) และ ชานนท์ ทองคง (เบส) ในแนวดนตรีเฮฟวี่ จึงได้ไปติดต่อ วิฑูร วทัญญู ดีเจจัดรายการวิทยุที่สถานีวิทยุทหารอากาศ ซึ่ง คุณวิฑูร ก็ให้การสนับสนุน เป็นอย่างดี ทางวงจึงไปเช่าห้องอัดเสียงโรด้าและใช้เวลาอัดเพลงแค่ 10 วัน เพราะเนื้อร้องและทำนองแต่งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เป็นการอัดสดไม่ใช้โปรแกรมใดๆช่วยทั้งหมด 11 เพลง ใช้เงินทุนกันเอง คุณ วิฑูร จึงติดต่อกับค่ายออนป้าให้วางจำหน่ายให้ ผลงานอัลบั้มแรกชื่อชุด ฆาตกัญชา ได้วางแผงในปี 1983 มีเพลงติดหูคนฟังอย่าง ฆาตกัญชา และ ปีศาจเฮโรอีน แม้จะได้รับความนิยมไม่มากเนื่องจากตลาดเพลงร็อคยังไม่เปิดกว้าง แต่ก็ถือว่าพลิกโฉมหน้าวงการเพลงร็อคไทยได้พอสมควร ทำให้ได้ออกอัลบั้มมาทั้งหมด 4 อัลบั้มจนถึงปี 1996 ก่อนที่วงจะพบกับข่าวเศร้าเมื่อ ชนินทร์ มือกลองเสียชีวิต จึงต้องยุบวงไปในที่สุด

Image result for วง ร็อคเคสตร้า

1984 ร็อคเคสตร้า

วงที่นำโดย ชัชชัย สุขาวดี หรือ หรั่ง รวมกับเพื่อนๆอย่าง อ้อ ภาสกร (คีย์บอร์ด)และ นุ ธรรมนูญ (กลอง) ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเล่นดนตรีแนวร็อคตามโรงแรมใหญ่ๆทั้งในกรุงเทพและหาดใหญ่ จนผลงานเข้าตาค่ายนิธิทัศน์ทำให้ได้ออกอัลบั้มคัฟเวอร์เพลงสากลชุด Medley Tophits เป็นอัลบั้มเพลงสากลทั้งหมด จนมาถึงอัลบั้มเพลงไทยชุดแรกเมื่อปี 1984 ชื่อชุดเทคโนโลยี ได้เพิ่มสมาชิก ชัคกี้ ธัญรัตน์ มาเล่นกีต้าร์ให้, เปี๊ยก กฤษฏา เล่นคีย์บอร์ด และ เกี๊ยก สมโชค เล่นเบส อัลบั้มชุดนี้ได้รับความนิยมสูงพอสมควรมีเพลงฮิตอย่าง โลง, เงา จากนั้นก็มีอัลบั้มเพลงสากลออกมาคั่นเวลาก่อนที่จะออกงานเพลงไทยชุดที่ 2 ชื่อชุด วิทยาศาสตร์ เปลี่ยนมือกีต้าร์จากชัคกี้มาเป็น กิตติ กีต้าร์ปืน มีเพลงติดหูอย่าง หยิ่งนัก และ แมงมุม ทิ้งช่วงเวลาไม่นานก็มีอัลบั้มที่ 3 ในปี 1986 ชื่อชุด “เปลี่ยนทุกวัน” อัลบั้มนี้ก้ได้เปลี่ยนมือกีต้าร์จาก กิตติ มาเป็น หมู ศิริศักดิ์ หรือที่รู้จักกันในนาม หมูคาไลโดสโคป มีเพลงดังอย่างพระจันทร์สีส้มและคนสี่ขา ก่อนที่จะออกจากค่ายนิธิทัศน์มาทำเพลงชื่อชุด เที่ยวเมืองไทย แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่า 3 อัลบั้มแรกจึงประกาศยุบวง และ “หรั่ง ร็อคเคสตร้า” ก็หันไปเป็นศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว

Image result for อัสนี วสันต์ ประวัติ

1986 อัสนี-วสันต์

พี่น้องจากจังหวัดเลยที่ชื่นชอบดนตรีร็อคมาตั้งแต่เด็ก หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมก็ได้เดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อเรียนต่อ ช่วงที่อยู่กรุงเทพก็ได้เล่นดนตรีตามผับและร้านอาหาร ก่อนที่จะได้มีโอกาสประกวดดนตรีโฟล์กซองชิงแชมป์ประเทศไทยเมื่อปี 1975 และได้รางวัลชนะเลิศ ทำให้อาจารย์ วิมล จงวิไล หนึ่งในคณะกรรมการชักชวนให้ออกอัลบั้มในนามวง Isn’t แต่ทำเพลงได้แค่ 5 ชุด อัสนี ก็ขอแยกตัวไปร่วมงานกับ เต๋อ เรวัติ พุฒินันท์กับวงโอเรียนเต็ล ฟังก์และวงบัตเตอร์ฟลาย หลังจากจบอัลบั้มร็อคชุดที่ 3 ของวงบัตเตอร์ฟลายแล้ว อัสนีก็ได้กลับมาชักชวนวสันต์น้องชายที่อยู่วงอิสซึ่นให้ไปออกอัลบั้มคู่กัน จึงมีอัลบั้มชุดแรก บ้าหอบฟาง มาในปี 1986 อัลบั้มชุดนี้ได้ทีมงานบัตเตอร์ฟลายช่วยทำเพลงในสังกัดไนท์สปอร์ต และยังมีคนดังอย่าง แหลม มอริสัน มาร่วมแจมในเพลงไม่เป็นไร รวมไปถึง แอ๊ด คาราบาว ที่มาเป็นนักร้องรับเชิญ อัลบั้มนี้ได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควรก่อนจะไปดังเป็นพลุแตกเมื่อย้ายไปอยู่ค่ายแกรมมี่ในปี 1987 กับอัลบั้มที่ 2 ผักชีโรยหน้า มีเพลงดังอย่าง ก็เคยสัญญา และต่อด้วยอัลบั้มที่ 3 กระดี่ได้น้ำในปีต่อมาก็มีเพลงอย่าง บังเอิญติดดินและยินยอม ติดหูคนฟังอีก ทำให้คู่พี่น้องอัสนี-วสันต์มีผลงานมาแล้ว 10 อัลบั้ม รวมถึงการเปิดบริษัทมอร์มิวสิคและร่วมก่อตั้งสหภาพดนตรี มำให้ชื่อของอัสนี-วสันต์และเป็นหนึ่งในตำนานวงการเพลงเมืองไทยจนถึงปัจจุบัน

Image result for วง ไมโคร

1986 ไมโคร

เจ้าของสโลแกน “ขอมือขวาหน่อย” รวมวงกัน 6 คน คือ หนุ่ย (ร้องนำ), กบ (กีต้าร์), อ้วน (กีต้าร์), บอย (คีย์บอร์ด), อ๊อด (เบส) และ ปู (กลอง) ในชื่อวง “เดอะ แคร็บ” ซึ่งเป็นวงดนตรีร็อค เล่นตามสถานที่ต่างๆ จนเข้าตา เปี๊ยก โปสเตอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง จึงได้โอกาสแสดงหนังเรื่อง วัยระเริง และเปลี่ยนชื่อวงใหม่เป็นไมโคร โดยสุนทร สุจริตฉันท์ อดีตสมาชิกวงรอยัลสไปรท์ เป็นผู้ตั้งชื่อให้ หลังจากแสดงหนังแล้ว เต๋อ เรวัติ เห็นความสามารถจึงนำวงไมโครเซ็นสัญญากับ แกรมมี่ ออกอัลบั้มชุดแรก ร็อค เล็ก เล็ก เมื่อปี 1986 ก็แจ้งเกิดได้เต็มตัวเพราะแฟนเพลงคุ้นหน้าคุ้นตามาจากผลงานภาพยนตร์ มีเพลงดังอย่าง “รักปอนปอน” “จำฝังใจ” ต่อด้วยอัลบั้มที่ 2 ใน 2 ปีต่อมาทันทีชื่อชุด หมื่นฟาเรนไฮต์ ก็โด่งดังมากกว่าชุดแรกขึ้นไปอีก มีเพลง “เอาไปเลย”, “ใจโทรมๆ” ติดหูคนฟัง จนมาถึงอัลบั้มที่ 4 ในปี 1991 มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อหนุ่ย อำพลแยกไปออกอัลบั้มเดี่ยว จึงนำ กบ ไกรภพ รับหน้าที่นักร้องนำแทน วงไมโครมีผลงานกับค่ายแกรมมี่ทั้งหมด 6 ชุด ก่อนจะประกาศแยกย้ายกันไปทำงานส่วนตัวในปี 1998

Image result for ดิโอฬาร โปรเจ็คท์

1987 ดิโอฬารโปรเจ็ค

วงร็อครุ่นใหญ่ที่กำเนิดมาจากวงดนตรีแนวป็อปร็อคชื่อวงโซดา แต่ตอนออกเทปภายใต้ชื่อวงโซดานั้นไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร สมาชิก 4 คน คือ โป่ง (ร้องนำ), โอ้ (กีต้าร์), โม (คีย์บอร์ด) และ ทักษ์ (เบส) จึงฟอร์มวงใหม่ในนามดิโอฬารโปรเจ็คและได้ ชนินทร์ แสงคำชู มาตีกลองในอัลบั้มแรก ทำเพลงแนวร็อคที่หนักแน่นขึ้น แต่งเพลงกันเอง โปรดิวซ์กันเองโดยมี โอ้ เป็นหลักในด้านดนตรี และ โป่ง จัดการเรื่องเนื้อร้องแทบทุกเพลง ออกอัลบั้มแรกชื่อชุด “กุมภาพันธ์ 2528” แต่ออกปี 2530 หรือ คศ. 1987 สังกัดบริษัท ห้องอัดเสียงทอง (GS Sounds) ก็จุดประกายดนตรีร็อคในเมืองไทยได้ทันที มีเพลงดังอย่าง อย่าหยุดยั้ง และ ไฟปราถนา โด่งดังขึ้นมาโดนใจชาวร็อคทั้งประเทศทั้งที่แทบจะไม่มีการโปรโมท จากกระแสนิยมวงจึงเดินหน้าต่อทำอัลบั้มที่ 2 ในปี 1989 ชื่อชุด “หูเหล็ก” ในแนวดนตรีที่หนักแน่นขึ้นอีกกับค่าย Milestone Records ของมาโนช พุฒตาล แต่มีการเปลี่ยนสมาชิกเป็นรงค์เล่นเบสแทนและโมออกจากวงไป ก็มีเพลงดังอย่าง หูเหล็ก และเพราะรัก หลังอัลบั้มที่ 2 ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงเมื่อหัวหลักอย่างโป่งนักร้องนำและรงค์มือเบสขอแยกไปทำวง หินเหล็กไฟ ทำให้ดิโอฬารเปลี่ยนนักร้องเป็นบ็อบ ธีระ ในอัลบั้มที่ 3 และบอย ฐิติชนม์ ในอัลบั้มที่ 4 แทน วงดิโอฬารโปรเจ็คมีอัลบั้มออกมาจนถึงปี 2002 ทั้งหมด 5 ชุด และ อัลบั้มล่าสุดนั้นโป่งก็ได้กลับมาร้องนำให้กับวงอีกครั้งโดยดึง ป็อป จักรรินทร์ มือกีต้าร์คู่ใจจากวงหินเหล็กไฟมาร่วมงานด้วย

Image result for วง ไฮร็อค

1990 ไฮร็อค

วงร็อคแฮร์แบนด์กับภาพลักษณ์กางเกงหนังรัดรูปผมยาวถือกำเนิดมาจาก ตุ้ย อนุรักษ์ (กีต้าร์ และ แม็ก เสรี (คีย์บอร์ด) ฟอร์มวงเพื่อที่จะไปเล่นร็อคผับ ผับชื่อดังย่านสะพานหัวช้าง ในช่วงแรกนั้นมีนักร้องนำชื่อ กบ รวมวงออดิชั่นจนผ่านได้เล่นเป็นวงเปิดให้กับวงคาไลโดสโคป สำหรับชื่อวง Hi-Rock นั้นเป็นชื่อที่พี่ตุ่มเจ้าของร้านร็อคผับตั้งให้ หลังจากเล่นในร็อคผับได้ซักระยะก็เปลี่ยนมือกลองเป็นเต้ย กิตติศักดิ์ และมือเบสเป็นเป้ สุรัช แต่กบนักร้องนำมีปัญหากับวงจึงได้แยกตัวออกไป ทางวงจึงดันเป้ที่เล่นเบสแต่มีเสียงสูงสไตล์ร็อคมาร้องแทน เนื่องจากสมัยนั้นร็อคผับเป็นที่ชุมนุมของเหล่าศิลปินร็อคและแมวมองจากค่ายใหญ่ วงไฮร็อคจึงได้รับโอกาสเล่นเป็นวงแบ็คอัพให้กับ พราย ปฐมพร กับค่ายรถไฟดนตรี จนมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อ เสือ ธนพล เข้ามาชมการแสดงที่ผับและชักชวนให้ไปอยู่ค่าย RS จึงได้ จ้อน ภูริช มาเล่นเบสให้ จับเป้ไปเป็นนักร้องเต็มตัว วงไฮร็อคมีอัลบั้มแรกเมื่อปี 1990 ชื่อชุด คนพันธุ์ร็อค ได้รับความนิยมอย่างมาก มีเพลงดังอย่าง กว่าจะรู้สึก, กระจกร้าว ไฮร็อคมีผลงานกับ RS มาทั้งหมด 4 อัลบั้ม มีเพลงดังๆเช่น เกินห้ามใจ, เจ็บกว่านี้มีอีกไหม และ อย่ากลับมา จนปี 1998 เป้ก็แยกตัวไปทำอัลบั้มเดี่ยว วงที่เหลือได้เปลี่ยนชื่อเป็น ฮิร็อคชิม่า (HIROCKSHIMA) ในสังกัด นีโอ มิวสิก เน็ทเวิร์ค ปิดตำนานวงไฮร็อคไป

Image result for วง คาไลโดสโคป

1992 คาไลโดสโคป

วงเฮฟวี่เมทัลรุ่นแรกๆของเมืองไทย โดยยุคแรกนั้นมี ต้อม อิราวัต มือเบส จับมือกับ กิตติ กาญจนสถิตย์ หรือ กิตติ กีต้าร์ปืน ทำวงดนตรีดนตรีแนวร็อคเล่นในค่ายทหารอเมริกันตั้งแต่ยุค 70 เช่นเดียวกับวง V.I.P หลังจากจบสงครามเวียดนามแล้วก็ได้แยกย้ายกลับกรุงเทพ โดย กิตติไปทำวงใหม่ชื่อวง ไซมิส ส่วน ต้อม อิราวัต ยังทำวงวงคาไลโดสโคปต่อ ได้ เอ็ดเวิร์ด แวนโซ มาร้องนำ และ เฉลิมเกียรติ อมรสิงห์ มาเล่นกีต้าร์แทน วงคาไลโดสโคปเปลี่ยนไปเล่นตามโร้านอาหารและไนท์คลับต่างๆ ในกรุงเทพ หลังจากกลับมาเมืองไทยก็ได้รู้จักกับคุณ วิเชียร เจ้าของค่ายเพลงนิธิทัศน์จึงได้รับการชักชวนให้ออกเทป และได้ หมู ศิริศักดิ์ มาเสริมในตำแหน่งกีต้าร์ ผลงานช่วงแรกเป็นการ Cover เพลงฝรั่ง มา 3 ชุด ก่อนจะมาทำอัลบั้มเพลงไทยชื่อชุดกระชากใจเมื่อปี 1992 มีเพลงฮิตอย่าง กระชากใจ และ เพราะเรานั้นคู่กัน ปลุกกระแสความนิยมในเพลงร็อคพอสมควร จนได้ทำอัลบั้มเพลงไทยชุดที่ 2 ชื่อชุด เหนือกาลเวลาในสังกัดรถไฟดนตรีปี 1994 ก็มีเพลงฮิตชื่อเดียวกับอัลบั้ม ก่อนจะประกาศยุบวงแยกย้ายกันไปตามทาง

Image result for วง หินเหล็กไฟ

1993 หินเหล็กไฟ

ถิอเป็นวงดนตรีที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในช่วงก่อนกระแสอัลเทอร์เนทีฟจะมา โดยหินเหล็กไฟนั้นเกิดจากสองสมาชิกวงดิ โอฬาร โปรเจ็คเก่าคือ โป่ง ปฐมพงศ์ และ รงค์ ณรงค์ (มือเบส) ฟอร์มวงใหม่ขึ้นมาและได้ โต นำพล กับ ป็อป จักรรินทร์ มาเล่นกีต้าร์ มือกลองเป็นน้าหมาน สมาน ยวนเพ็งหนึ่งในตำนานกลองเมืองไทย ออกอัลบั้มชุดแรกชื่อชุดเดียวกับวงเมื่อปี 1993 จุดกระแสเพลงร็อคขึ้นมาอีกครั้ง อัลบั้มนี้สมาชิกในวงทุกคนร่วมกันทำเพลงเองทั้งเนื้อร้องและทำนอง โดยได้บันทึกเสียงที่ห้องอัด เซ็นเตอร์ สเตจ ของแอ๊ด คาราบาว ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาดดังแทบทุกเพลงในอัลบั้มไม่ว่าจะเป็น ยอม, เพื่อเธอ, นางแมว, พลังรัก และสู้ สร้างปรากฏการณ์เป็นวงร็อควงแรกที่สามารถทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านตลับ ก่อนจะต่อยอดอัลบั้มที่ 2 ชื่อชุดคนยุคเหล็ก แนวเฮฟวี่เมทัลที่ดนตรีหนักแน่นขึ้นในปี 1995 แต่เปลี่ยนมือกลองเป็นเลสเตอร์ ชาวฟิลิปปินส์แทนเพราะน้าหมานไปรับหน้าที่มือกลองให้กับวงคาราวาน ก็มีเพลง หลงกล, มั่วนิ่ม และคิดไปเองติดชาร์ตเพลงอีกเช่นกัน เรียกได้ว่า 2 ปีนี้คือปีทองของวงหินเหล็กไฟวงร็อครุ่นบุกเบิกของช่วงปี 90 อย่างแท้จริง หลังจากอัลบั้มคนยุคเหล็ก โป่งและป็อปก็ได้ฟอร์มวงใหม่ชื่อวง”เดอะซัน” ก่อนจะคัมแบ็คกลับมาเป็นหินเหล็กไฟในอัลบั้มที่ 3 Never Say Die ในปี 2005 หรือ 10 ปีหลังจากชุดที่ 2

Yamaha YAS-480 แซ็กโซโฟนคุณภาพ

ขายเพียง  68,800฿ จาก  86,000฿

Yamaha YBL-412G Bass Trombone

ขายเพียง  75,200฿ จาก  94,000฿

Evans B12HDD หนังกลองสแนร์ 12นิ้ว 2 ชั้น ขาว Coated พร้อม Muffle Ring รุ่น Dry

10 อัลบั้มเพลงวงร็อคยอดขายสูงสุดของโลก

ในการทำอัลบั้มเพลงในแต่อัลบั้ม จะต้องพิถีพิถันทำดนตรีและเนื้อร้องให้ออกมาได้มีคุณภาพมากที่สุดถึงจะเจาะกลุ่มคนฟังได้ ในวงร็อคบางวงอาจจะแหวกแนวทำซาวด์ใหม่ๆหรือเน้นขายความคิดสร้างสรรค์แทน ในยุคปัจจุบันนั้นเป็นที่น่าเสียดายว่าวงการดนตรีได้รับผลกระทบจากอินเตอร์เนตไปมาก ผู้คนยุคนี้จะเน้นคลิกฟังจากทางยูทูปเสียมากกว่าทำให้ยอดขายอัลบั้มของศิลปินไม่เปรี้ยงปร้างเช่นเดิม จนบางวงต้องมาออกเป็นซิงเกิ้ลแบบเพลงเดี่ยวแทนที่จะทำรวมให้ครบ 10 เพลงแบบยุคก่อน วันนี้เราจะมาดูกันว่าวงร็อควงไหนที่สามารถทำยอดขายเท่าไหร่กันบ้างในช่วงที่ยังไม่มีอินเตอร์เนต ซึ่งยอดขายตรงนี้ทาง RIAA (Recording Industry Association of America) สมาคมสถิติจากอเมริการ่วมมือกับ Music Canada บันทึกจากยอดขายอย่างเป็นทางการที่เชื่อถือได้จากการเปิดเผยของค่ายยักษ์ใหญ่ เช่น EMI, Sony Music และ Warner Music

อันดับ 10 Dire Straits อัลบั้ม Brothers in Arms (17.7 ล้านชุด)

วงร็อคอังกฤษที่มีมือกีต้าร์สุดแนวอย่าง มาร์ค น็อปเฟลอร์ (Mark Knopfler) ที่รู้จักกันดีจากการโซโล่ด้วยการใช้นิ้ว ซึ่งฝากฝังเพลง “Sultans of Swing” ให้มือกีต้าร์นั่งแกะกันตั้งแต่อัลบั้มแรก โดยชุด Brothers in Arms ที่ออกมาเมื่อปี 1985 กับค่าย Warner Brother Records จัดเป็นชุดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงนี้ ทำยอดขายอย่างเป็นทางการไปได้ 17.7 ล้านชุด ติดอันดับ 8 อัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของอังกฤษ ทำยอดขายที่อังกฤษไปถึง 4.1 ล้านชุดจนถึงปี 2016 มีเพลงฮิตอย่าง “Walk of Life” และ “Money for Nothing” ส่งผลให้อัลบั้มคว้าสองรางวัลแกรมมี่อวอร์ด คือการอัดเสียงยอดเยี่ยม และ Best Rock Performance จากเพลง “Money for Nothing” และรางวัลอัลบั้มเพลงอังกฤษยอดเยี่ยมแห่งปี รวมไปถึงขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ตและชาร์ตเพลงต่างๆในหลายประเทศทั่วโลก

Image result for supernatural santana

อันดับ 9 Santana อัลบั้ม Supernatural (20.5 ล้านชุด)

วงร็อคสไตล์ลาตินที่มี คาร์ลอส ซันตาน่า มือกีต้าร์ชื่อก้องโลกเป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1969 โดยชุด Supernatural นี้เป็นอัลบั้มที่ 17 ของพวกเขาที่ออกมาเมื่อปี 1999 ส่งผลให้ดนตรีลาตินเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากขึ้น เพลงฮิตติดหูในอัลบั้มนี้คงไม่พ้น “Smooth” ที่ได้ ร็อบ โธมัส (Rob Thomas) นักร้องชาวอเมริกันมาร่วมแจมจนโด่งดังไปทั่วโลก รวมไปถึงเพลง Maria Mariaที่ได้ The Product G&B ดูโอ R&B ชาวอเมริกันมาเป็นผู้ขับร้อง ชุดนี้เป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของพวกเขาด้วยยอดขาย 20.5 ล้านชุดอย่างเป็นทางการ กวาด 8 รางวัลแกรมมี่อวอร์ดโดยหนึ่งในนั้นคือสาขา อัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปี แค่ 3 สัปดาห์แรกก็ทำสถิติยอดขายเกิน 5 แสนชุดทั่วโลกไปแล้ว เพลง Smooth และ Maria Maria ต่างผลัดกันทะยานขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ต และอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงอีกหลายๆประเทศ

Image result for metallica albums

อันดับ 8 Metallica อัลบั้ม Metallica (20.5 ล้านชุด)

ไม่บ่อยครั้งที่เราจะเห็นแนวเพลงหนักๆอย่างเฮฟวี่เมทัลสามารถทำยอดขายได้สูง เพราะด้านความนิยมถือว่าอยู่ในวงแคบกว่าเพลงป็อปและร็อคทั่วไป แต่เป็นข้อยกเว้นสำหรับวง Metallica โดยเฉพาะอัลบั้มที่ 5 ชื่อเดียวกับวง Metallica ของพวกเขาที่ออกมาเมื่อปี 1991 สามารถทำยอดขายอย่างเป็นทางการไปได้ที่ 20.5 ล้านชุด อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตที่มือกีต้าร์ต้องแกะกันแทบทุกรายอย่าง “Enter Sandman” รวมไปถึงเพลงดังอื่น “The Unforgiven,” และ “Don’t Tread on Me” แถมยังสร้างปรากฏการณ์เป็นวงเมทัลที่ขึ้นอันดับ 1 ใน US บิลบอร์ดชาร์ต อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์เล็กน้อยว่าอัลบั้มนี้พวกเขาลดความเป็นเมทัลลงจากชุดก่อนๆไปพอสมควร ทว่ายอดขายเกิน 5 แสนแผ่นในสัปดาห์แรกและรวม 16 ล้านชุดในอเมริกาจนถึงปี 2016 ก็แสดงให้เห็นว่าเพลงร็อคเมทัลก็เป็นที่นิยมในอเมริกันชนได้เหมือนกัน

อันดับ 7 The Eagles อัลบั้ม Hotel California (21.5 ล้านชุด)

คงไม่มีใครไม่รู้จักสุดยอดเพลงดังอย่าง Hotel California ซึ่งเพลงตำนานนี้อยู่ในอัลบั้มชุดที่ 5 ของวง โดยปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมปี 1976 สามารถทำยอดขายอย่างเป็นทางการได้ที่ 21.5 ล้านชุด นอกจากเพลง Hotel California ก็ยังมีเพลง “New Kid in Town” และ “Life in the Fast Lane” ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่วง The Eagles ประสบความสำเร็จสูงสุดเข้าชิงแกรมมี่อวอร์ดถึง 5 สาขา ก่อนจะได้มา 2 รางวัล อัลบั้มนี้มีการเปลี่ยนมือกีต้าร์มาเป็น โจ วอลช์ (Joe Walsh) ที่เข้ามาแทน เบอร์นี่ ลีดอน (Bernie Leadon) ซึ่งท่อนโซโล่ประสานระหว่าง ดอน เฟลเดอร์ (Don Felder) และโจ วอลช์ ในเพลง Hotel California ก็ยังคงเป็นตำนานมาถึงปัจจุบัน และนิตยสารโรลลิ่งสโตนจัดให้อัลบั้มนี้อยู่ในอันดับ 37 ของอัลบั้มยอดเยี่ยมตลอดกาล

Image result for Appetite for Destruction

อันดับ 6 Guns N’ Roses อัลบั้ม Appetite for Destruction (21.6 ล้านชุด)

อัลบั้มเปิดตัววงร็อคในตำนานอย่าง Guns N’ Roses ที่ได้ W. Axl Rose มาโชว์พลังเสียงสุดร็อคและมือกีต้าร์ที่กลายเป็นไอดอลของใครหลายคนอย่าง Slash ออกมาเมื่อปี 1987 สร้างปรากฏการณ์เป็นยอดขายสูงสุดของวงร็อคหน้าใหม่ แค่เพลงเปิดตัว “Welcome to the Jungle” ก็เขย่าวงการเพลงร็อคได้ทันที และมีเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “Sweet Child o’ Mine” ที่กระโดดขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ตในอเมริกาอยู่ในอัลบั้มนี้ด้วย อัลบั้มนี้ทำให้คนรู้จักและยกย่อง Guns N’ Roses ให้เป็นหนึ่งในวงร็อคแถวหน้าของโลกในทันที โดยยอดขายที่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการคือ 21.6 ล้านชุด อยู่ในอันดับ 11 ของ ยอดขายอัลบั้มตลอดกาลในอเมริกา และติด 100 อัลบั้มยอดเยี่ยมของโลกอีกด้วย

อันดับ 5 The Beatles อัลบั้ม 1 (22.6 ล้านชุด)

อัลบั้มนี้ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ปี 2000 หรือครบรอบ 30 ปีที่วง Beatles ต้องแยกย้ายกันไป โดยเป็นการรวบรวมเอาเพลงฮิตทั้งหลายของวงมาสู่ผู้ฟังอีกครั้งไม่ว่าจะเป็น “Let It Be”, “Can’t Buy Me Love” หรือ “Yesterday” โดยอัลบั้มนี้แบ่งเป็น 4 ส่วนในแต่ละ Timeline ของวงมีเพลงทั้งหมด 27 เพลง จำหน่ายเป็นชุดซึ่งก็จะมีโหนังสือเล่มเล็กๆจำนวน 32 หน้าแบบสีที่จะบรรยายถึงประวัติสมาชิกวง ประวัติของแต่ละเพลงติดมาให้อีก จึงเป็นอัลบั้มสะสมที่แฟน 4 เต่าทองไม่ยอมพลาด โดยสถิติยอดขายที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการคือ 22.6 ล้านชุด เอาแค่เฉพาะที่อเมริกาประเทศเดียวก็ทำยอดถึง 12.4 ล้านชุด ติดอยู่ในอันดับ 4 ของอัลบั้มที่ขายดีหลังจากปี 2000 ในอเมริกา เป็นการยืนยันถึงความนิยมที่ไม่เสื่อมคลายของวงอย่างดี นอกจากนี้แล้วอัลบัมนี้ยังขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตอีกหลายๆประเทศเช่นเดียวกัน

Image result for The Dark Side of the Moon

อันดับ 4 Pink Floyd อัลบั้ม The Dark Side of the Moon (24.2 ล้านชุด)

อัลบั้มโด่งดังที่สุดของวง Pink Floyd ที่การออกแบบหน้าปกทำได้ครีเอทสุดๆกับภาพสายรุ้ง 7 สีหักเหแสงจากสามเหลี่ยมปริซึ่ม อัลบั้มนี้้เป็นอัลบั้มที่ 8 ของวงโดยออกมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ปี 1973 ความโดดเด่นในอัลบั้มนี้คือมีเพลงที่บรรแลงแต่ดนตรีไม่มีเนื้อร้องถึง 2 เพลงอย่าง “Speak to Me” และ “On the Run” รวมไปถึงเพลงตำนานอย่าง “Money” ที่ได้เสียงของมือกีต้าร์เดวิด กิลมอร์มาร้องนำเอง และเพลง “Time” ที่กลายเป็นเพลงด่านทดสอบให้มือกีต้าร์รุ่นหลังแกะกันอย่างยากลำบาก เนื้อร้องในอัลบั้มนี้จะพูดถึงด้านมืดมนุษย์ เช่น ความขัดแย้ง ความโลภ และความตาย แต่กลับถูกใจคนฟังอย่างมากจนขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ตในวันที่ 28 เมษายน 1973 หรือแค่ไม่ถึง 2 เดือนเท่านั้น โดยชุดนี้ทำยอดขายได้ถึง 24.2 ล้านชุด และนิตยสารโรลลิ่งสโตนก็จัดให้อยู่ในอันดับ 43 ของอัลบั้มยอดเยี่ยมตลอดกาลอีกเช่นกัน

Image result for Back in Black

อันดับ 3 AC/DC อัลบั้ม Back in Black (26.1 ล้านชุด)

อัลบั้มที่ 7 ของวงร็อคออสเตรเลี่ยน ขณะนั้นมีสมาชิกอยู่ 5 คนคือ แองกัส และ มัลคอล์ม ยัง (Angus and Malcolm Young) เล่นกีต้าร์, คลิฟฟ์ วิลเลี่ยมส์ (Cliff Williams )(เบส), ฟิล รุดด์ (Phil Rudd )(กลอง) และ ไบรอัน จอห์นสัน (ร้องนำ) ปล่อยออกมาเมื่อปี 1980 ต่อยอดจากอัลบั้ม Highway to Hell เมื่อ 1 ปีก่อนหน้านี้ ทำให้อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของพวกเขาด้วยยอดขายถึง 26.1 ล้านชุด มีเพลงฮิตเช่น “Back in Black”, “You Shook Me All Night Long” และ “Hells Bells” เป็นเพลงชูโรง อัลบั้มนี้วงต้องบินไปอัดเสียงกันที่บาฮามัส โดยหลายๆเพลงของอัลบั้มนั้นมาจากปลายปากกา บอน สก็อตต์ (Bon Scott) อดีตนักร้องที่เสียชีวิตก่อนจะออกอัลบั้มนี้จนต้องเปลี่ยนตัวนักร้องมาเป็น ไบรอัน จอห์นสัน (Brian Johnson) ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าการจากไปของสก็อตต์มีผลกระทบต่อวงเป็นอย่างมาก แต่เพื่อนร่วมวงคนอื่นๆก็ร่วมกันแต่งเนื้อร้องและทำนองเพิ่มเพื่อสืบเจตนารมณ์ของสก็อตต์อย่างเต็มที่จนเพลง “Back in Black” ได้กลายเป็นหนึ่งในเพลงตำนานของวง

Image result for Led Zeppelin IV

อันดับ 2 Led Zeppelin อัลบั้ม Led Zeppelin IV (29 ล้านชุด)

อัลบั้มชุดที่ 4 ของวงร็อคในตำนาน Led Zeppelin ที่มีเพลงอมตะ Stairway to Heaven เป็นเพลงสุดท้ายหน้า A ออกมาให้มือกีต้าร์ทั่วโลกได้นั่งแกะตามรอย จิมมี่ เพจ (Jimmy Page) กันหัวปั่น อัลบั้มนี้ปล่อยออกมาเมื่อปี 1971 โดยมีแค่ 8 เพลง ทว่าแต่ละเพลงค่อนข้างยาวอย่างเช่น Stairway to Heaven ก็ปาเข้าไปเกิน 8 นาทีแล้ว และยังมีเพลงฮิตอื่นๆเช่น Black Dog, Rock and Roll หรือ Going to California อยู่ในอัลบั้มชุดนี้ โดยสามารถบันทึกยอดขายไว้ที่ 29 ล้านชุด จนได้เข้าไปอยู่ Hall of Frame หรือหอคอยเกียรติยศในรางวัลแกรมมี่อวอร์ด เมื่อปี 1999 ในขณะที่เพลง Stairway to Heaven ที่เขียนโดยจิมมี่ เพจ (Jimmy Page) และ โรเบิร์ต แพลนท์ (Robert Plant) เข้าวินอันดับ 1 ใน Greatest Guitar Solos ที่จัดโดยนิตยสาร Guitar World

Image result for Their Greatest Hits (1971–1975)

อันดับ 1 The Eagles อัลบั้ม Their Greatest Hits (1971–1975) (32.2 ล้านชุด)

วงร็อคตำนานจากอเมริกาที่มีเพลงฮิตติดหูคนฟังทั่วโลกอย่าง Hotel California ออกอัลบั้มมาตั้งแต่ปี 1971 จนถึงปัจจุบัน โดยมีอัลบั้มมาทั้งหมด 7 อัลบั้ม ซึ่งชุดที่ขายดีที่สุดนี้คือชุดที่รวบรวมเอาเพลงฮิตใน 4 อัลบั้มแรกของพวกเขาไว้ด้วยกันโดยสามารถทำยอดขายไปได้ 32.2 ล้านชุด แต่หากใครคาดหวังว่าจะซื้อมาฟังเพลง Hotel California ขอบอกเลยว่าไม่มีในอัลบั้มนี้ เพราะเพลง Hotel California นั้นอยู่ในอัลบั้มชุดที่ 5 ที่ออกมาเมื่อปี 1976 แต่อัลบั้มนี้ก็ยังมีเพลงดังๆอย่าง Tequila Sunrise ที่อยู่ในชุด Desperado ชุดที่ 2 ของพวกเขา รวมไปถึงเพลง Take It Easy เพลงแรกในอัลบั้มแรกที่เปิดตัววง Eagles ก็ถูกใส่เข้ามาเป็นเพลงในอัลบั้มนี้เช่นเดียวกัน ยอดขายของอัลบั้มนี้ได้ถูกบันทึกโดย RIAA (Recording Industry Association of America) ติดอันดับ 2 ตลอดกาลรองจากอัลบั้ม Thriller ของ ไมเคิ่ล แจ็คสัน และเป็นอันดับที่ 1 ในหมวดหมู่เพลงร็อค

สายแจ๊ค Monster Studio Pro 2000 12ft (3.65เมตร)

ขายเพียง  2,390฿ จาก  2,655฿

Yamaha YAS-280 แซ็กโซโฟนคุณภาพ

ขายเพียง  54,400฿ จาก  68,000฿

Crafter HI Lite D