Fender Deluxe Stratocaster

ขายเพียง  29,700฿ จาก  33,000฿

10 เพลงประกอบภาพยนตร์น่าฟังจากค่าย GTH

Image result for ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น 

อย่างน้อย – ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น 
เพลงที่ได้วงร็อคชั้นนำของเมืองไทยอย่าง Big Ass เป็นผู้ขับร้อง เนื้อร้องแต่งโดย กบ มือกลอง ส่วนทำนองนั้น อ็อฟ และ หมู สองมือกีต้าร์ช่วยกันแต่ง ทางค่าย GTH นำไปใช้ประกอบภาพยนตร์ซึ่งออกฉายเมื่อ 20 มีนา 2551 จนโด่งดัง เรื่องนี้รวบรวมดาราวัยรุ่นชื่อดังแห่งยุคมาเพียบไม่ว่าจะเป็น แพตตี้ อังศุมาลิน, โฟกัส จิระกุล และ แน็ค ชาลี กวาดรายได้ไปถึง 80 ล้านบาท เป็นหนึ่งในหนังที่ประสบความสำเร็จแถวหน้าของค่าย GTH เพลงอย่างน้อยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ สาขาเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม น่าเสียดายที่พลาดรางวัลนี้ไป และในปลายปี 2551 เพลงนี้ก็ถูกบรรจุในอัลบั้มชุดที่ 6 Love ของวง Big Ass อย่างเป็นทางการ

Image result for แฟนฉัน

แฟนฉัน – แฟนฉัน
เพลงที่นำมารีเมคใหม่โดยได้วง เอบีนอร์มอลเป็นผู้ขับร้อง ต้นฉบับนั้นเป็นของวงชาตรี ออกมาตั้งแต่ปี 2519 เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสุดท้ายของค่ายจีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์, ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์, หับโห้หิ้น ฟิล์ม ก่อนรวมตัวกันในนาม GTH เรื่องแฟนฉันนี้กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องดังแห่งยุค กวาดรายได้ไปถึง 137 ล้านบาท แจ้งเกิดดาราเด็กหลายคนโดยเฉพาะคู่พระ-นางอย่าง แน็ค ชาลี และ โฟกัส จิระกุล เพลงประกอบส่วนใหญ่ใช้เพลงย้อนยุคสมัยช่วงปี 80 โดยให้ศิลปินยุคปัจจุบันเป็นผู้ร้อง เช่นเพลงแฟนฉัน และเพลงรักครั้งแรก ของวงชาตรี ทุกเพลงที่ประกอบเรื่องนี้โด่งดังไปทั่วประเทศ ทำให้คนรุ่นใหม่ร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมืองกับปรากฏการณ์แฟนฉันในปี 2546

Image result for พี่มากพระโขนง

อยากหยุดเวลา – พี่มากพระโขนง
ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของเมืองไทย กวาดรายได้ไปถึง 1000 ล้านบาท เพลงประกอบของภาพยนตร์นำเพลง อยากหยุดเวลา ของ ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ มาร้องใหม่โดย ปาล์มมี่ ซึ่งเจ้าตัวถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้อย่างลึกซึ้งกินใจกับฉากชิงช้าสวรรค์ที่นางนาคไม่อยากจากพี่มากไป คำร้องนั้นแต่งโดย สีฟ้า นักแต่งเพลงชื่อดังของทางแกรมมี่ เพลงนี้สามารถคว้ารางวัล ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม จาก ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 22 และมีชื่อเข้าชิงรางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ในงานภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ เป็นการปัดฝุ่นนำเพลงเก่ามาร้องได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนหลายๆคนคิดว่าปาล์มมี่เป็นต้นฉบับของเพลงนี้ไปซะแล้ว

Image result for กวน มึน โฮ

ยินดีที่ไม่รู้จัก – กวนมึนโฮ
เพลงเปิดตัวที่ทำให้ใครหลายคนรู้จักกับวง 25hours แต่งเนื้อร้องโดย ปิยวัฒน์ มีเครือ และทำนองโดย ประทีป สิริอิสระนันท์ เนื้อเพลงกล่าวถึงคนสองคนซึ่งไม่รู้จักกันแต่มาพบรักกันได้ ความรักคือความสุขโดยไม่ต้องสนใจตัวตนอีกฝ่ายว่าเป็นใคร ซึ่งตรงคอนเซปต์ตัวหนังได้ชัดเจน เพราะคู่พระ-นาง อย่าง เต๋อ และ หนูนา เป็นนักท่องเที่ยวจากเมืองไทยที่ไปประเทศเกาหลีใต้ น MV ยังเล่นมุมกล้องกับแรงโน้มถ่วงของโลก จนเป็นที่แปลกตาและได้รับคำชมไม่น้อย ตัวภาพยนตร์ได้แรงบันดาลใจมาจากนิยายเรื่อง สองเงาในเกาหลี หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำรายได้ไป 125 ล้านบาท รวมถึงส่งให้ชาวไทยรู้จักกับเสียงสูงๆของวง 25hours ในเวลาต่อมา

Image result for รักไม่ต้องการเวลา - กวนมึนโฮ

รักไม่ต้องการเวลา – กวนมึนโฮ
อีกหนึ่งบทเพลงจากภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงไม่แพ้เพลงยินดีที่ไม่รู้จัก โดยได้ หนูนา หนึ่งธิดา เป็นผู้ขับร้องในเวอร์ชั่นใหม่ ต้นฉบับนั้นเป็นของวงเคลียร์ซึ่งทำไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นหนึ่งในเพลงที่ร้องยาก แต่หนูนาโชว์เสียงร้องใสๆจนผู้ฟังต้องทึ่งในความสามารถ แท้จริงแล้วหนูนาเคยประกวดเวทีสยามกลการในรุ่นเยาวชนและได้รางวัลรองชนะเลิศในปี 2547 ทางค่ายจึงมอบให้เป็นผู้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งเธอทำได้ดีเกินคาด เวอร์ชั่นใหม่นี้สามารถกวาดยอดวิวในยูทูปไปถึง 44 ล้านวิวและคว้ารางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดนิยม จาก Gmember Award เรียกว่าหนูนาแจ้งเกิดทั้งเรื่องการแสดงและการร้องเพลงกันเลย

Image result for โปรดส่งใครมารักฉันที - รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

โปรดส่งใครมารักฉันที – รถไฟฟ้า มาหานะเธอ
เพลงชาติของคนโสดทั่วประเทศ ขับร้องโดยวง อินสติงต์ อยู่ในอัลบั้มแรก Inner ออกมาเมื่อปี 2550 แต่งเนื้อร้องและทำนองโดย ปาล์ม นักร้องนำของวงและฮิตติดชาร์ตในทันที หลังจากเพลงออกมา 2 ปี ทางค่าย GTH ก็นำไปประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่งผลให้ตัวเพลงโด่งดังมากขึ้นไปอีก รถไฟฟ้า มาหานะเธอทำรายได้ไปถึง 145 ล้านบาท ส่ง คริส หอวัง นางเอกของเรื่องแจ้งเกิดในวงการอย่างเต็มตัวกับบท เหมยลี่ พนักงานบริษัทสาวโสดวัย 30 ปี ที่พบรักกับวิศวกรรถไฟฟ้าของรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งรับบทโดย เคน ธีระเดช พระเอกหนุ่มสุดฮ็อตในช่วงนั้น ปัจจุบันเพลงโปรดส่งใครมารักฉันทียังคงได้รับความนิยมตามผับไม่เสื่อมคลาย

Image result for ทุ้มอยู่ในใจ - ซักซี๊ด ห่วยขั้นเทพ

ทุ้มอยู่ในใจ – ซักซี๊ด ห่วยขั้นเทพ
ภาพยนตร์วัยรุ่นที่ย้อนความทรงจำไปสู่การประกวดดนตรี ฮ็อตเวฟ มิวสิค อวอร์ด โดยนางเอกของเรื่องคือ ณัฐชา นวลแจ่ม บุตรสาวของ แหลม มอริสัน กีต้าร์คิงส์เมืองไทยนั่นเอง เรื่องนี้ใช้เพลงประกอบเป็นเพลงร็อคยุค 90 แทบทั้งสิ้น เช่นเพลง บุษบา, ยิ่งโตยิ่งสวย โดยมีเพลงใหม่คือเพลงทุ้มอยู่ในใจที่ได้วงบิ๊กแอสมาร้อง แต่งานนี้หลายคนแปลกใจไม่น้อยเมื่อเป็นเสียงของ อ็อฟ มือกีต้าร์ แทนที่จะเป็นเสียงของแด๊ก นักร้องนำ โดยต่อมาก็มีการเปิดเผยว่าทางวงเปลี่ยนนักร้องนำเรียบร้อย เป็นบทเพลงที่เล่าถึงความฝันและความทรงจำของวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี ในเรื่องมีวงดนตรีร็อคเกอร์รับเชิญเพียบ เช่น บอดี้สแลม, บิ๊กแอส, โซคูล, แบล็คเฮด, พาราด็อกซ์, โมเดิร์นด็อก ถูกใจขาร็อคยุค 90 จนทำรายได้ถึง 78 ล้านบาท

Image result for ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ - สายลับจับบ้านเล็ก

ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ – สายลับจับบ้านเล็ก
อีกหนึ่งเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ยังคงคลาสสิคมาถึงปัจจุบัน ขับร้องโดย ป็อป ปองกูล และ ดา เอ็นโดรฟิน ดูโอ้ชาย-หญิงต่างแนวเพลงแต่มาร้องร่วมกันได้อย่างลงตัวละมุนละไม ต้นฉบับนั้นเป็นของวงอพาร์ทเมนต์คุณป้า อยู่ในอัลบั้มที่ 2 Romantic Comedy ออกมาเมื่อปี 2549 และทาง GTH นำมาประกอบหนังในปี 2550 สร้างปรากฏการณ์เป็นเพลงคู่ที่ถูกนำไป Cover มากที่สุดเพลงหนึ่งแห่งยุค ปัจจุบันก็มีนักร้องหลายคนนำมาร้องเช่นรายการ The Mask Singer จนทวีความโด่งดังมากขึ้นไปอีก ตัวหนังประสบความสำเร็จทำรายได้ไปถึง 70 ล้านบาท และส่งให้ พีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ กลายเป็นนางเอกวัยรุ่นแถวหน้าของเมืองไทย

Image result for ไอ้บ้า ไอ้บี้ ไอ้โบ้ ไอ้เบ้ - เก๋า เก๋า

ไอ้บ้า ไอ้บี้ ไอ้โบ้ ไอ้เบ้ – เก๋า เก๋า
ภาพยนตร์ย้อนยุคที่นำแสดงโดยนักดนตรีชื่อดังของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น โจอี้ บอย, โป้ โยคีเพลย์บอย และ สอง พาราด็อกซ์ เนื้อเรื่องเป็นกลุ่มนักร้องวงพอสสิเบิ้ลที่กำลังเฟื่องฟู ถูกพาข้ามกาลเวลามาสู่ยุคปัจจุบันที่ไม่มีใครรู้จักพวกเขา กลายเป็นวงดนตรีหลงยุคตกกระป๋องทันที เพลงประกอบส่วนใหญ่จึงเป็นเพลงยุค 70 โดยเพลง ไอ้บ้า ไอ้บี้ ไอ้โบ้ ไอ้เบ้ นั้นแปลงจากเพลง A-Ba-Ni-Bi ของ Izhar Cohen & Alphabeta (อิซ่า โคเฮน แอนด์ อัลฟาเบต้า) แต่งเนื้อร้องใหม่โดย โจอี้ บอย แม้ตัวหนังจะกวาดรายได้ไม่มากที่ 35 ล้านบาท แต่เพลงประกอบเรื่องนี้ที่แปลงจากเพลงดังต่างๆกลับโดนใจผู้ฟังไม่น้อย ทำให้ผู้เสพย์ดนตรีรุ่นใหม่เข้าถึงแนวเพลงในยุค 80 กันมากขึ้น

Image result for ไม่ต่างกัน - คิดถึงวิทยา

ไม่ต่างกัน – คิดถึงวิทยา
เพลงที่แต่งและร้องโดยวง 25 Hours ในแนวเพลงสบายๆเข้ากับตัวหนังแนวโรแมนติก เป็นเรื่องราวของครูสองคนที่พบรักกันผ่านไดอารี่ ต่างฝ่ายต่างระบายความเหงาในไดอารี่เล่มเดียวกันโดยที่ไม่เคยพบหน้ากัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ไปถึง 100 ล้านบาท และยังเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกด้วย สำหรับตัวเพลงไม่ต่างกันนั้นคว้ารางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม จากเวทีภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ มาครอง ถือเป็นหนึ่งในหนังของ GTH ที่กวาดรางวัลส่วนตัวจากเวทีต่างๆได้ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น 6 รางวัลจากเวทีสุพรรณหงส์ 2 รางวัลจากชมรมวิจารณ์บันเทิง และรางวัลภาพยนตร์ที่สุดแห่งปี จากดาราเดลี่

ประวัติ Saxophone

Image result for Adolphe Sax

Saxophone เป็นเครื่องดนตรีในตระกูลเครื่องลมไม้ ใช้ลิ้นเดี่ยวเหมือนคลาริเนต ตัวเครื่องจะทำด้วยโลหะทองเหลือง มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษอีกอย่างว่า Brass clarinet หรือ คลาริเนตทองเหลือง มีความนิยมและแพร่หลายอยู่ในวงดนตรีประเภทคลาสสิคและแจ๊สมาเป็นเวลานาน จุดเริ่มต้นของ Saxophone มาจาก อดอลฟ์ แซกซ์ หรือชื่อจริงว่า “อ็องตวน-โฌแซ็ฟ ซักซ์”  เกิดที่เมืองดีน็องต์ในประเทศเบลเยี่ยมเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1814 บิดาเป็นนักดนตรีฟลุตและคลาริเนต รวมถึงกิจการที่บ้านยังเป็นโรงงานผลิตเครื่องดนตรี ตัวเขาเองได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งเรื่องการเล่นดนตรีและการประดิษฐ์เครื่องดนตรีมาจากบิดาตั้งแต่ยังเล็ก รวมถึงการสนับสนุนจากครอบครัวอย่างดีด้วยการส่งไปเรียนที่สถาบันดนตรีแห่งกรุงบรัสเซลส์

Image result for Adolphe Sax

ในวัยเพียงแค่ 16 ปี หรือปี ค.ศ. 1830 อดอลฟ์ แซกซ์ ได้ประดิษฐ์เครื่องดนตรีชิ้นแรกในชีวิตคือฟลุตและคลาริเนตซึ่งทำด้วยงาช้าง ออกแสดงในงานนิทรรศการเครื่องดนตรีที่กรุงบรัสเซลส์ ได้ลิขสิทธิ์ในการประดิษฐ์เบสคลาริเนตเมื่อปี 1838 ทำให้เริ่มมีชื่อเสียงในฐานะนักประดิษฐ์เครื่องดนตรีประเภทลมไม้ ในช่วงหลังปี 1838 เขาได้เริ่มคิดค้นเครื่องดนตรีประเภททองเหลืองโดยเริ่มจาก แซกฮอร์น (Saxhorn) จนปี 1840 นายวงโยธวาทิตผู้หนึ่งติดต่อให้ อดอล์ฟ แซกซ์ ประดิษฐ์เครื่องเป่าชนิดใดก็ได้ที่ให้เสียงดังเพื่อใช้ในวงและต้องการให้มีเสียงคล้ายเครื่องลมไม้ในที่สุด อดอล์ฟ แซกซ์ ก็นำเครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลืองที่ล้าสมัยชื่อว่า โอฟิไคลด์ (Ophicleide) มาถอดที่เป่าอันเดิมออก และเอาที่เป่าของแคริเน็ตเข้าไปใส่แทนรวมทั้งแก้ไขกลไกของกระเดื่องที่ปิดรู โดยเขาตั้งชื่อมันว่า แซกโซโฟน (Saxophone)

Image result for saxophone

หลังจากคิดค้น Saxophone ออกมาแล้ว เขาได้นำออกแสดงในงานนิทรรศการเครื่องดนตรีที่กรุงบรัสเซลส์ใน ค.ศ. 1841 นักปราชญ์ดนตรีในสมัยนั้นยกย่องอย่างมากกับการผสมผสานระหว่างเครื่องลมไม้กับเครื่องทองเหลืองและยอมรับให้เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีประเภทลมไม้ แต่น่าเสียดายที่คณะกรรมการไม่ได้มอบรางวัลให้แก่เขาโดยอ้างว่าอายุน้อย อดอล์ฟ แซกซ์จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ปารีสเพื่อขยายยอดผู้ชมและฐานลูกค้าให้มากกว่าเดิม ในปี 1842 เขาจึงตั้งร้านประดิษฐ์และซ่อมเครื่องดนตรีที่กรุงปารีส แต่กว่าจะได้จดสิทธิบัตร Saxophone เป็นของตนเองก็ต้องใช้เวลาถึง 5 ปี เพราะนักดนตรีคลาสสิคในสมัยนั้นไม่ยอมรับเครื่องดนตรีประเภทครึ่งๆกลางระหว่างเครื่องลมไม้และเครื่องทองเหลือง รวมไปถึงประเภทดนตรีที่ใช้เครื่องนี้มีน้อยเหลือเกิน

Image result for saxophone

จุดเปลี่ยนสำคัญของ อดอล์ฟ แซก มาถึงเมื่อปี 1845 เมื่อรัฐบาลฝรั่งเศสต้องการแต่งทำนองเพลงเพื่อควบคุมวงโยธวาทิตของทหารราบให้มีความพร้อมเพรียงกันซึ่งเห็นว่าเป็นโอกาสที่ อดอล์ฟ แซกซ์ จะแสดงประสิทธิภาพของแซกโซโฟน จึงได้เสนอเครื่องดนตรีที่เขาประดิษฐ์คิดค้นขึ้นให้กับรัฐบาลฝรั่งเศสเพื่อให้ประชันกันระหว่างแซกโซโฟนกับเครื่องดนตรีดั้งเดิมของกองทหารราบ ในที่สุด อดอล์ฟ แซกซ์ ก็ได้รับชัยชนะและแซ็กโซโฟนกลายเป็นเครื่องดนตรีในวงโยธวาทิตของทหารฝรั่งเศสไปโดยอัตโนมัติ ทำให้ได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรเป็นผู้คิดค้น Saxophone ในปี 1847 โดยแซ็กโซโฟนตัวแรกนั้นมีข้อความ “Saxophone alto Eb ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว Adolphe Sax ปารีส ที่สวนดอกไม้ของจักรพรรดิ เลขที่ 50 ถนน Georges ปารีส” สลักอยู่ที่ข้างเครื่อง

แม้ว่าจะได้รับสิทธิบัตรเป็นของตนเองแล้ว แต่ชีวิตของ อดอล์ฟ แซ็กซ์ กลับไม่ได้เรียบหรูสวยงามดังที่คาด บรรดานักดนตรีคลาสสิคสมัยนั้นยังคงใช้เครื่องดนตรีของเขาน้อยเหลือเกิน อีกทั้งยังมีคนที่พยายามขโมยสิทธิ บัตรของเค้าและเผาทำลายห้องทำงาน รวมถึงถูกฟ้องล้มละลายถึง 2 ครั้งในปี ค.ศ.1856 และ ในปี ค.ศ.1873 เขาต้องใช้เวลาต่อสู้กับชีวิตที่แสนลำบากยากเข็ญอยู่ร่วมสิบปี จนเมื่อเขาอายุได้ 79 ปี ก็มีนักแต่งเพลง 3 ท่าน ได้แก่ จูเลส แมสเซเน็ต (Jules Massenet) , เอมมานูเอล คาแบร์ (Emmanuel Chabrier), และคาไมล์ เซนต์-เซียนส์ (Camile Saint-Saens) เป็นตัวตั้งตัวตีเรียกร้องให้ French Minister of Fine Arts (กระทรวงวัฒนธรรมศิลปะและดนตรีของฝรั่งเศส) เข้ายื่นมือช่วยเหลือ แต่น่าเสียดายที่ อดอล์ฟ แซ็กซ์ เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1894 ที่กรุงปารีสเสียก่อนในวัย 79 ปี

Image result for saxophone selmer

หลังจากที่ อดอล์ฟ แซกซ์ เสียชีวิตลงไป ทางกระทรวงวัฒนธรรมศิลปะและดนตรีของฝรั่งเศสได้หันมาให้ความสำคัญกับเครื่องดนตรีประเภททองเหลืองมากขึ้น ทำให้ Saxophone เริ่มแพร่หลายไปในหมู่นักดนตรีคลาสสิคและนักดนตรีแจ๊ส จนตอนต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 20 บริษัทเฮนรี่ เซลเมอร์แห่งปารีสได้ซื้อร้านของ อดอล์ฟ แซกซ์ ต่อจากทายาทของเขามาดำเนินกิจการแทน และได้ผลิตแซกโซโฟนยี่ห้อ เซลเมอร์ ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1920 ก่อนจะเป็นผู้เริ่มตีตลาดเครื่องดนตรีแซกโซโฟนของโลก สานฝัน อดอล์ฟ แซกซ์ ที่ต้องการให้มีคนเล่นเครื่องดนตรีของเขาอย่างแพร่หลายให้เป็นจริงในอีก 50 ปีต่อมา