Kawai CN27

ขายเพียง  45,815฿ จาก  50,900฿

Gibson Les Paul Faded 2017 T

ขายเพียง  29,700฿ จาก  33,000฿

Gibson Les Paul Studio T 2017

ขายเพียง  48,600฿ จาก  54,000฿

Yamaha PSR E-263

ขายเพียง  8,800฿ จาก  11,000฿

Gibson SG Special 2017 T กีต้าร์คุณภาพ

ขายเพียง  29,700฿ จาก  33,000฿

Yamaha PSR E-363 คีย์บอร์ดคุณภาพ

ขายเพียง  12,000฿ จาก  15,000฿

Gibson SG Standard 2017 T

ขายเพียง  44,100฿ จาก  49,000฿

Gibson Firebird Studio 2017 T กีต้าร์คุณภาพ

ขายเพียง  40,500฿ จาก  53,000฿

Sigma DM-SG5 กีต้าร์ Top Solid

ขายเพียง  13,050฿ จาก  14,500฿

Gibson SG Faded 2017 T

ขายเพียง  29,700฿ จาก  33,000฿

Yamaha CS-40 กีต้าร์ราคาถูก

ขายเพียง  3,440฿ จาก  4,300฿

กระเดื่องคู่ Mr.drumm P-6H Silver

ขายเพียง  6,290฿ จาก  9,900฿

Fender Kingman Bass SCE Natural

ขายเพียง  22,500฿ จาก  25,000฿

Gibson Les Paul Tribute 2017 T กีต้าร์คุณภาพ

ขายเพียง  31,500฿ จาก  35,000฿

10 ศิลปินที่เคยผ่านเวที Hot Wave Music Award

ในช่วงปลายยุค 90 หรือ พศ. 2539 กระแสเพลงร็อคเริ่มได้รับความนิยมในเมืองไทยมากขึ้น ส่วนมากแล้วกลุ่มผู้ฟังจะเป็นนักเรียนนักศึกษา ทำให้ทางแกรมมี่ต้องจัดเวทีประกวด ฮ็อตเวฟ มิวสิคอวอร์ด ร่วมกับคลื่นวิทยุ 91.5 Hot Wave ในเครือ เพื่อเฟ้นหาวงร็อคหน้าใหม่จากโรงเรียนมัธยมต่างๆทั่วประเทศ และเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เวทีแห่งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของศิลปินดังๆในเมืองไทยมากมาย ก่อนที่ทางคลื่น 91.5 จะปิดตัวลงไปเมื่อปี 2556 ปิดตำนานเวทีฮ็อตเวฟมิวสิคอวอร์ดไประยะเวลาหนึ่ง ล่าสุด ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม แชนแนล ดิจิทัล ทีวี ยืนยันแล้วว่าจะรื้อฟื้นเวทีแห่งความฝันของวงมัธยมกลับมาอีกครั้ง  ทาง Music Arms ก็จะขอพาไปรำลึก 10 ศิลปินดังที่เคยผ่านเวทีนี้กันมาว่ามีใครบ้าง

Image result for ละอ่อน - บอดี้สแลม

ละอ่อน – บอดี้สแลม Hotwave ครั้งที่ 1 ปี 2539

วงดังที่ชนะเวทีประกวดฮ็อตเวฟมิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 1 เมื่อปี 2539 โดยขณะนั้นกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชื่อวงละอ่อนนั้นมาจากวันรับน้องของโรงเรียน วงประกอบด้วยสมาชิก 6 คน คือ ตูน (ร้องนำ), เภา (กีต้าร์), ปิ๊ด (เบส), น็อต (คีย์บอร์ด), ป็อป (กีต้าร์), กฤษณ์ (กลอง) เพลงที่ใช้ในรอบชิงชนะเลิศคือเพลงยืนยันของวงแบล็คเฮด หลังจากการประกวดแล้วก็ได้มีอัลบั้มกับค่ายมิวสิคบัคส์ในชื่อชุด ละอ่อน แต่แค่อัลบั้มเดียว ตูน, เภา และ ปิ๊ด ก็ขอแยกตัวออกไปทำวงบอดี้สแลม ทำให้วงละอ่อนต้องหานักร้องนำคนใหม่คือ ปั้น มีผลงานมาอีก 1 ชุด ชื่อ เทพนิยายนายเสนาะในปี 2541 จากนั้นละอ่อนก็ยุบวงไป มือกลอง กฤษกร ภูมิรัตน หันไปเป็นดีเจ สามสมาชิกที่แยกตัวออกไปเป็นบอดี้สแลมก็กลายเป็นวงร็อคแถวหน้าที่โด่งดังแต่เปลี่ยนมือกีต้าร์จากเภามาเป็นยอด ส่วนปั้นนักร้องนำอัลบั้มที่ 2 ก็ไปเป็นนักร้องนำวง แบชเชอร์

Image result for ลุลา

ลุลา Hotwave ครั้งที่ 1 ปี 2539

ในการประกวดฮ็อตเวฟมิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 1 นั้นยังมีวง Dream Project จากโรงเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) มาด้วยสมาชิก 5 คน ซึ่งนักร้องนำวงนี้ก็คือ ลุลา ศิลปินสาวชื่อดังในปัจจุบันนั่นเอง เพลงที่ใช้ในรอบชิงชนะเลิศคือเพลง รอ ของ มาช่า วัฒนาพานิชผสมกับท่อนเพลง I Want to Break Free ของวง Queen เข้าไปด้วย แม้ว่าจะพลาดแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศ แต่ตัวนักร้องนำ ตุ๊กตา (ชื่อเล่นจริงของ ลุลา) กันยารัตน์ ติยะพรไชย ก็ได้มาอยู่ค่ายแกรมมี่หลังจากจบการศึกษา มีผลงานร่วมกับ คริสทีน จิระวงศ์วิโรจน์ ในชื่อวง 2 Become 1 ภายหลังแยกตัวมาเป็นนักร้องเดี่ยวกับอัลบั้มแรก Urban Lullaby เมื่อปี 2551 ส่วนเพื่อนๆวง Dream Project นั้นหลังจบการศึกษาก็แยกย้ายกันไปตามเส้นทาง

Image result for ลาบานูน Hotwave

ลาบานูน Hotwave ครั้งที่ 2 ปี 2540

วงลาบานูนจากโรงเรียนอิสลามวิทยาลัยเข้าร่วมเวทีฮ็อตเวฟมิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 2 ชื่อวงนั้นเป็นภาษาอาหรับแปลว่านมสด ขณะประกวดนั้นมีสมาชิก 3 คนคือ เมธี อรุณ (กีตาร์, ร้องนำ), อนันต์ สะมัน (เบส) และ สมพร ยูโซ๊ะ (กลอง) ซึ่งกว่าจะฝ่าฟันเข้ามาประกวดนั้นทุลักทุเลพอสมควรเนื่องจากนักร้องนำคนเดิมขอถอนตัว, ส่งเดโมเทปช้ากว่ากำหนด รวมไปถึงวันประกวดก็ไม่มีเครื่องดนตรีเป็นของตัวเองต้องไปยืมหลังเวทีใช้ แต่ด้วยฝีมืออันจัดจ้านทำให้ไปถึงรอบชิงชนะเลิศ 10 วงสุดท้ายและได้รับการทาบทามจาก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ จากค่ายมิวสิกบักส์ หนึ่งในคณะกรรมการ จนมีอัลบั้มแรกชื่อ นมสด ในปี 2541 เป็นวงแรกจากฮ็อตเวฟมิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 2 ที่รับโอกาสทำอัลบั้ม และมีผลงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากวงลาบานูนแล้วยังมีวง วงคร็อกโคไดล์จูเนียร์ จากโรงเรียนราชดำริที่ได้ออกเทปกับค่ายแกรมมี่ และ นิหน่า นักร้องนำจากวง Dream Project 2 ก็ได้ทำอัลบั้มเดี่ยวเช่นกัน สำหรับปีที่ 2 นั้น รางวัลชนะเลิศเป็นวงดิเอราวัณ จากโรงเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรุงเทพ

Image result for แคลช Hotwave

แคลช Hotwave ครั้งที่ 2-3 ปี 2540-2541

วงดนตรีจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้วในพระบรมราชูปถัมภ์ ชื่อเดิมคือวง Lucifer เข้าประกวดเวทีฮ็อตเวฟมิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 2 ไปถึงรอบ 30 วงสุดท้าย ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปีที่ 3 แต่เปลี่ยนนักร้องนำมาเป็น แบงค์ และ 4 สมาชิกที่เหลือยังคงเดิมคือ พล (กีต้าร์), แฮ็ค (กีต้าร์), สุ่ม (เบส) และ ยักษ์ (กลอง) ด้วยฝีมือและประสบการณ์ที่มากขึ้นทำให้พวกเขาไปไกลถึงตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 โดยใช้เพลง อย่าทำอย่างนั้น ของจิระศักดิ์ ปานพุ่มและเพลง เมื่อรักฉันเกิด ของซิลลี่ฟูลส์ ในปีที่ 3 นี้ตัวแบงค์เองรับรางวัลนักร้องนำยอดเยี่ยม ส่วนยักษ์หรือชื่อเล่นเดิมคือโน๊ตมือกลองก็ได้รับรางวัลนักดนตรียอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน หลังจบการแข่งขันแล้วพวกเขาเซ็นสัญญากับค่ายอัพจี หนึ่งในค่ายเพลงในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ออกอัลบั้มแรก One ในปี 2544 มีผลงานออกมาจนถึงปี 2553 ก็ประกาศยุบวงเนื่องจากถึงจุดอิ่มตัว แต่ล่าสุดมีข่าวว่าจะกลับมารวมวงกันอีกครั้ง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หนุ่มกะลา

กะลา Hotwave ครั้งที่ 2-3 ปี 2540-2541

กลุ่มเด็กนักเรียนจากโรงเรียนวัดทรงธรรม เข้าประกวดฮ็อตเวฟมิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 2 และ 3 เช่นเดียวกับวงแคลช ในเวทีฮ็อตเวฟปีที่ 2 พวกเขาไปถึงรอบ 30 วงสุดท้าย จึงกลับมาประกวดในปีที่ 3 อีกครั้งเนื่องจากได้แรงบันดาลใจจากวงลาบานูน แต่เปลี่ยนสมาชิกในวง 2 ตำแหน่งคือมือกลองและเบส ใช้เพลง ใช่เลย (Oh Yes) ของ แร็พเตอร์ มาเรียบเรียงดนตรีใหม่ในสไตล์นูเมทัล และเพลง ทางผ่าน ของบิ๊กแอส ครั้งนี้พวกเขาไปไกลถึงรอบ 10 วงสุดท้าย แม้จะไม่ได้รางวัลใดๆแต่ทางบริษัทแกรมมี่ก็เรียกเข้าไปสกรีนเทสต์ หลังจากรอนานถึง 4-5 เดือน ก็มีข่าวดีเมื่อพทางแกรมมี่โทรกลับตอบรับให้โอกาสทำอัลบั้ม ทำให้เกิดอัลบั้มแรก กะลา ขึ้นมาในปี 2542 กับ 4 สมาชิก หนุ่ม (ร้องนำ), โต (กีต้าร์), นุ (เบส) และ รุส (กลอง) มีผลงานมาทั้งหมด 9 ชุด ปัจจุบันวงแยกย้ายกันไป โดยหนุ่มหันไปเป็นศิลปินเดี่ยวเต็มตัว กะลาและแคลชถือเป็นวงดังจากเวทีฮ็อตเวฟมิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 3 ในขณะที่วงชนะเลิศอย่างวง BRA LA HAVE จากโรงเรียนบางปะกอกวิทยาคมไม่ได้ทำอัลบั้ม

Image result for แสตมป์ อภิวัชร์

แสตมป์ อภิวัชร์ Hotwave ครั้งที่ 3 ปี 2541

ในการประกวดฮ็อตเวฟมิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 3 นั้นยังมีศิลปินชื่อดังอีกคนเข้าประกวดคือ สแตมป์ อภิวัชร์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นมือกีต้าร์ให้กับวง ซ่าน จากโรงเรียนบางกะปิ ปีนั้นทางวงใช้เพลง ลัดวงจร ของไบรโอนี่ และเพลง ไม่มี ของวง P.O.P จนไปไกลถึงรอบ 30 วงสุดท้าย ก่อนที่จะจบการศึกษาแยกย้ายกันไป ซึ่งตัวสแตมป์เองยังสานต่อในเส้นทางดนตรีด้วยการตั้งวงใหม่กับเพื่อนในขณะที่เรียนอยู่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทำเพลงส่งไปที่ 104.5 Fat Radio ซึ่งเป็นจุดพลิกผันให้แสตมป์ ได้พบเจอกับพี่ๆ ในวงการเพลง และ มีผลงานอัลบั้มแรกในนามวงกล้วยไทย นอกจากเป็นนักดนตรีแล้ว ตัวสแตมป์ยังรับแต่งเพลงให้กับศิลปินมากมายจนได้ร่วมงานทำเพลงกับค่าย Love is ในฐานะมือกีต้าร์วง เรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา ก่อนจะขยับมาทำวงกับเพื่อนๆสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในชื่อ 7thSCENE โดยสแตมป์รับหน้าที่ร้องนำ, กฤช วิรยศิริ เป็นมือกีต้าร์ และ ชัชวาล วิศวบำรุงชัย เล่นคีย์บอร์ด แจ้งเกิดกับเพลง รอฟังคำนั้น ทำให้ได้โอกาสร้องเพลงของ บอย โกสิยพงศ์ ในเพลง สมมติ และ เธอไม่เคยเปลี่ยน จนมีอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกในชีวิตเมื่อปี 2551 ชื่อชุด Million Ways to Write Part I

Image result for อุลตร้า ช้วดส์ hotwave

อุลตร้าช้วดส์ Hotwave ครั้งที่ 5 ปี 2543

วงที่ชนะเลิศการประกวดฮ็อตเวฟ มิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 5 ในแนวเพลงเมทัลคอร์ประกอบด้วย 4 สมาชิก แทน (ร้องนำ), ตั้ม (กีต้าร์), อาร์ต (เบส) และ พี (กลอง) เป็นนักเรียนม.6 จาก โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชื่อวงมาจากความชอบในตัวอุลตร้าแมนและเวลาก่อนบินจะมีเสียงว่า “ช้วดส์” ใช้เพลง หิริโอตัปปะ ของ อ่ำ อัมรินทร์ในรอบชิงชนะเลิศเป็นการนำมารีมิกซ์ใหม่ในสไตล์เมทัลคอร์ซึ่งถือเป็นของแปลกสำหรับช่วงนั้น หลังจากชนะเลิศก็ได้ทำอัลบั้ม Spicy Kids ร่วมกับวงอื่นๆที่ประกวดอีก 9 วง (ร้องวงละ 1 เพลง) และเซ็นสัญญากับทางค่าย Mad Catz ในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีแมว จิระศักดิ์ ปานพุ่ม เป็นคนดูแลวงภายในช่วงแรก มีอัลบั้ม Ultra Sound ปี 2545 มีเพลงดัง กล้าขอกล้าให้ และ ไม่เป็นไร ซึ่งแทน นักร้องนำเป็นผู้แต่ง แต่ออกได้แค่ 2 อัลบั้มก็ห่างหายจากวงการไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 25 hours

แหลม 25 Hours Hotwave ครั้งที่ 5 ปี 2543

หากใครยังมีซีดีหรือเทปอัลบั้ม Spicy Kids ที่เป็นอัลบั้มรวมผลงาน 10 วงสุดท้ายในเวทีฮ็อตเวฟมิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 5 ก็น่าจะคุ้นเสียงของแหลม สมพล รุ่งพาณิชย์ นักร้องนำวงลังเลจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ปีนั้นวงใช้เพลงโกหก ของโจอี้บอยและไม่รักเธอ ของ บูโดกัน ไปถึงรอบชิงชนะเลิศ 10 วงสุดท้าย ซึ่งตัวแหลมเองก็รับรางวัลนักร้องนำยอดเยี่ยมด้วยทั้งที่ยังเรียนแค่ชั้น ม.3 ถึงขั้น โจ้ อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ นักร้องนำวง พอส ออกมากล่าวชื่นชมหลังการประกวดว่า “อีกหน่อยจะร้องเก่งกว่าพี่แล้วนะ” หลังจบการประกวดวงลังเลได้โอกาสทำอัลบั้มรวมกับเพื่อนๆเวทีเดียวกันในเพลง อยากตบปากตัวเอง ของวง Fly ก่อนที่ตัวแหลมเองจะเซ็นสัญญากับทางจีนี่เร็คคอร์ดส์ ในเครือ แกรมมี่ ออกอัลบั้ม Showroom 2 ในปี 2549 รวมถึงอัลบั้ม คืนบางคืน เพลงบางอย่าง ในปี 2550 จนหมดสัญญากับทางแกรมมี่จึงออกมาตั้งวง 25 Hours และปัจุบันวงนี้ก็กลับไปทำเพลงกับค่ายจีนี่เร็คคอร์ดส์อีกครั้ง

Image result for สล็อตแมชชีน

สล็อตแมชชีน Hotwave ครั้งที่ 6 ปี 2544

วงจากโรงเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร ในการประกวดนั้นใช้ชื่อวงว่า อะลุ่มอล่วย แบนด์ประกอบด้วยสมาชิก 4 คนคือ เฟิร์ส (ร้องนำ), ก่อน (กีต้าร์), แก๊ก (เบส) และ ลูกพรุน (กลอง) ใช้เพลง ฉันยังเหมือนเดิม ของ ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ ในรอบชิง คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ รางวัล Sony Trendy Awards มาครองได้ น่าเสียดายที่หลังจากการประกวดทางแกรมมี่ดึงตัวลูกพรุนมือกลองไปออกอัลบั้มกับวงฟรีเพลย์คนเดียวเท่านั้น ทำให้สมาชิกที่เหลือต้องหามือกลองใหม่ และมาออกอัลบั้มแรกกับค่ายโซนี่ ในปี 2547 มิวสิคเปลี่ยนชื่อวงเป็นสล็อตแมชชีน สมาชิกเดิมที่หลงเหลือจากการประกวดคือ เฟิร์ส และ แก๊ก เปลี่ยนมือกีต้าร์จากก่อน มาเป็น ยุทธ และ วิทย์ และมือกลองเป็น ออโต้ มีผลงานมาจนถึงปัจจุบันและเป็นหนึ่งในเพชรเม็ดงามจากเวทีนี้ที่ทางแกรมมี่ปล่อยให้หลุดมือ

Image result for Retrospect Hotwave

Retrospect Hotwave ครั้งที่ 2-7 ปี 2540-2545

วงเมทัลที่ฟอร์มวงกันตั้งแต่ปี 2544 ก็จริง แต่ตัวสมาชิกในวงก็เคยผ่านเวทีนี้มาแล้วเกือบทั้งหมด โดย บอม ณพวัช มือเบสของวงเคยร่วมประกวดในปีที่ 2 และ 3 ในฐานะมือเบสวง LIFEPOWER จากโรงเรียนสาธิตวัดพระศรีมหาธาตุ ซึ่งก็เข้ารอบ 10 วงสุดท้ายทั้ง 2 ปี ถือเป็นวงที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งขันเพราะขณะนั้นบอมอายุแค่ 13 ปีเท่านั้น สำหรับน็อต (กีต้าร์) นั้นเข้าประกวดฮ็อตเวฟครั้งที่ 5 กับเพื่อนโรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีฯ , แน็ป นักร้องนำเข้าประกวดในปีที่ 6 กับ เพื่อนโรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุงและ เบิร์ท มือกลองเข้าประกวดในปีที่ 7 เพื่อนโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย แม้ว่าพวกเขาทั้ง 4 คนจะไปไม่ถึงตำแหน่งชนะเลิศแต่ก็มาสานความฝันกันต่อด้วยการรวมวง Retrospect ทำอัลบั้ม E.P ในปี 2546 ก่อนจะออกซิงเกิ้ลเพลง ไม่มีเธอ ในปี 2547กับค่ายจีนี่ เร็คคอร์ดส์ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวและมีอัลบั้มเต็มชุด Unleashed ในปี 2550

Gibson Memphis ES-355 Bigsby – Classic White VOS

ขายเพียง  157,500฿ จาก  175,000฿

10 ศิลปินอัลเทอร์เนทีฟจากรางวัลแกรมมี่อวอร์ด Part 1

Image result for Sinead O Connor

Sinead O Connor (ชนะเลิศปี 1991)

นักร้องสาวชาวไอริชเป็นผู้ประเดิมรางวัล Best Alternative Music Album ที่ทางแกรมมี่อวอร์ดจัดมาในปีแรก โดย I Do Not Want What I Haven’t Got ที่ชนะเลิศนั้นเป็นผลงานชุดที่ 2 ของเธอเป็นการผสมผสานแนวเพลงโฟล์คกับร็อคอย่างลงตัว เพลง Nothing Compares 2 U ที่แต่งโดย Prince Rogers Nelson ได้รับความนิยมจนกวาด 3 รางวัล MTV และถูกเสนอชื่อเช้าชิงแกรมมี่อวอร์ดถึง 4 สาขา ก่อนจะคว้ามา 1 รางวัล อัลบั้มนี้ทำยอดขายไปกว่า 2 ล้านชุดในอเมริกาและทะยานขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ต ว่ากันว่าเธอได้แรงบันดาลใจในการทำเพลงมาจากการเสียชีวิตของมารดาเมื่อ 5 ปีก่อนที่จะออกชุดนี้ นอกจากนี้ยังมีข่าวซุบซิบว่านักร้องสาวผมสั้นรายนี้มีปัญหากับ Prince ผู้แต่งเพลง Nothing Compares 2 U จนเธอออกมายอมรับว่าเคยมีเรื่องถึงขั้นชกต่อยกัยนักแต่งเพลงชาวอเมริกันจริงถึงขั้นจบสัมพันธ์ในการทำงานและเมื่อเพลง Nothing Compares 2 U รับรางวัลในงาน MTV ตัว Sinead ก็ไม่ขึ้นไปรับรางวัลอีกด้วย อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีปัญหามากมายในระหว่างการทำเพลงแต่ I Do Not Want What I Haven’t Got ถือเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จที่สุดของนักร้องสาวผู้นี้

Image result for R.E.M

R.E.M (ชนะเลิศ ปี 1992)

วงตำนานอัลเทอร์เนทีฟร็อคสากลวงแรกๆ เป็นการรวมตัวของนักดนตรีจากรัฐจอร์เจียในอเมริกามี ไมเคิล สไตรพ์ (Michael Stipe)ร้องนำ, ปีเตอร์ บัค (Peter Buck)กีต้าร์, ไมค์ มีลส์ (Mike Mills)เบส และ บิล เบอร์รี่ (Bill Berry)กลอง ตั้งแต่ปี 1980 จุดเริ่มต้นนั้นมาจากการเล่นในวันเกิดของเพื่อนที่จัดขึ้นที่โบสถ์เท่านั้น แต่หลังจากรวมวงกันแล้วพวกเขาก็หลงใหลในกลิ่นอายของเพลงพังค์ร็อคจนตกลงกันว่าวงจะจริงจังในการทำเพลง สมาชิกในวงถึงขั้นดร็อปเรียนจากมหาวิยาลัยเพื่อที่จะทำเพลงกันอย่างเต็มที่ จึงกำเนิดซิงเกิ้ลแรก “Radio Free Europe”ขึ้นมาโดยเป็นการวางแผงกับค่ายเพลงอิสระ แต่กลับเกลี้ยงแผงภายในเวลาอันรวดเร็ว จนย้ายไปอยู่ค่ายใหญ่ RCA Records เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 1982 อัลบั้มแรกของวง “Murmur” จึงออกมาในปี 1983 และดังในหมู่วัยรุ่นทั่วอเมริกา ในช่วงต้นยุค 1990 ที่กระแสเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อค เริ่มได้รับความนิยมจากผู้คนฟังมากขึ้น วงอาร์อีเอ็มถูกมองในฐานะวงที่เป็นผู้นำในการเปิดตลาด จากนั้นก็มาถึงผลงานชุดที่ 7 ของพวกเขาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวง Out of Time เมื่อปี 1991 สามารถทำยอดขายเกิน 10 ล้านชุด และคว้ารางวัลอัลบั้มเพลงอัลเทอร์เนทีฟยอดเยี่ยมจากแกรมมี่อวอร์ด ชนะคู่แข่งอย่าง Nirvana ที่เป็นตัวเต็งในชุด Nevermind นอกจากรางวัลอัลบั้มอัลเทอร์เนทีฟยอดเยี่ยมก็ยังชนะสาขามิวสิควีดีโอยอดเยี่ยมในเพลง Losing My Religion ซึ่งเป็นเพลงเปิดตัวอีกเช่นกัน หลังจากคว้ารางวัลในปี 1992 แล้ว วง R.E.M ก็ยังมีชื่อเข้าชิงสาขานี้อีก 2 ครั้งคือปี 1994 ในชุดที่ 8 Automatic for the People และ ชุดที่ 10 New Adventures in Hi-Fi แต่พลาดรางวัลไปอย่างน่าเสียดาย ปัจจุบันวง R.E.M ประกาศยุบวงในปี 2011 ด้วยเหตุผลว่าอิ่มตัว

Image result for Tom Waits

Tom Waits (ชนะเลิศปี 1993)

ทอม เวทส์ หรือชื่อเต็มว่า โธมัส อลัน เวทส์ (Thomas Alan Waits) นักร้องรุ่นเก๋าวัย 67 ปีที่สั่งสมประสบการณ์ดนตรีในทุกแนวไม่ว่าจะเป็นโฟล์ค, แจ๊ส ร็อค หรือ บลูส์ นอกจากจะเป็นนักดนตรีระดับแถวหน้าแล้ว ปู่ทอมยังเคยเขียนเพลงรวมไปถึงทำมิวสิควีดีโอให้กับศิลปินดังทั้งหลาย เช่น Bruce Springsteen หรือ Rod Stewart งานเพลง Bone Machine ที่ออกมาในปี 1992 จึงมีนักดนตรีฝีมือดีมาร่วมงานมากมาย เช่น Keith Richards มือกีต้าร์แห่งวง Rolling Stone ที่มาร่วมร้องและเล่นกีต้าร์ให้ในเพลง That Feel ดนตรีชุดนี้เป็นการผสมผสานแนวดนตรีร็อคและบลูส์เข้าด้วยกันได้ลงตัว หรือจะเรียกว่ากำเนิดดนตรีบลูส์ร็อคก็ว่าได้ โดยเนื้อหาของแต่ละเพลงมักจะพูดถึงความตาย, ปรัชญาชีวิต ทำให้ช่วงที่ออกมาในปี 1992 นั้นกระแสของอัลบั้มนี้ไม่โด่งดังเท่าไหร่นัก ไปไกลแค่อันดับที่ 176 จาก 200 เพลงในบิลบอร์ดชาร์ตเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปงานดนตรีชิ้นนี้กลับกลายเป็นผลงานมาสเตอร์พีซซะอย่างนั้น เพราะดนตรีบลูส์ร็อคเริ่มแพร่หลายเข้าสู่ยุคสมัยใหม่มากขึ้น มีการนำเอาหลายบทเพลงในอัลบั้มนี้ไปใช้ในภาพยนตร์เช่น Earth Died Screaming ประกอบเรื่อง 12 Monkeys ในปี 1995 หรือ Dirt in the Ground ที่ใช้เรื่องทอมแอนด์เจอรี่ในปี 1998 ทำให้ช่วงหลังปี 2000 ผลงานชุดนี้ได้รับความสนใจอย่างเหลือเชื่อแม้ว่าจะคว้ารางวัลแกรมมี่อวอร์ดตั้งแต่ปี 1993 ก็ตาม

Image result for U2

U2 (ชนะเลิศปี 1994)

วงร็อคไอริชที่มีสมาชิก 4 คนคือ โบโน่ (Bono)ร้องนำ/กีต้าร์, ดิ เอดจ์ (the Edge) กีต้าร์/คีย์บอร์ด, อดัม เคลย์ตัน (Adam Clayton) เบส และ ลาร์รี่ย์ มัลเลน จูเนียร์ ( Larry Mullen Jr.) กลอง ทำวงดนตรีแนว Post-punk ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างดนตรีร็อคและพังค์หรือที่บ้านเราเรียกว่าการาจแบนด์ที่วัยรุ่นฝรั่งมักจะซ้อมกันในโรงรถ วงยูทูก็รวมวงกันตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูล ก่อนที่ 4 ปีต่อมาพวกเขาจะเซ็นสัญญากับค่าย Island Records ออกผลงานชุดแรก Boy ในปี 1980 ได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร จนทำงานเพลงชุดที่ 2 October ออกมาเมื่อปี 1981 และชุดที่ 3 War ในปี 1983 เนื้อหาเพลงเริ่มเปลี่ยนไป เป็นแนวศาสนาและการเมืองแตกต่างจากเนื้อเพลงวงร็อคทั่วไป แต่กลับทำให้ U2 โด่งดังขึ้นเรื่อยๆ และมาถึงอัลบั้ม Zooropa ในปี 1993 ซึ่งเป็นชุดที่ 6 ของพวกเขา ทางวงใส่ความเป็นอิเลคโทรนิคเข้าไปในแนวเพลง ทำให้เกิดซาวด์ดนตรีที่แปลกใหม่ขึ้นในยุคนั้น อัลบั้มนี้ถูกรยกย่องในเรื่องของความคิดและกล้าที่จะเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆกับวงการดนตรีทำให้รับรางวัลแกรมมี่อวอร์ดสาขา Best Alternative Music Album ในปี 1994 โดยเพลง Numb ทะยานขึ้นถึงอันดับ 2 ในชาร์ตเพลงร็อคอเมริกา ปัจจุบันวงก็ยังโลดแล่นอยู่ในวงการดนตรีด้วยการปล่อย Songs of Innocence ซึ่งเป็นงานสตูดิโอที่ 13 ในปี 2014

Image result for Green Day

Green Day (ชนะเลิศปี 1995)

วงพังค์ร็อคอเมริกันชื่อดังแห่งยุค ที่เริ่มจาก บิลลี่ โจ อาร์มสตรอง (Billie Joe Armstrong)กีต้าร์/ร้องนำ และ ไมค์ เดิร์นท์ (Mike Dirnt)เบส ในวัยแค่ 14 ปี ร่วมกันตั้งวงชื่อ Sweet Children ก่อนจะคว้าตัวจอห์น คลิฟท์เมเยอร์ (John Kriftmeyer) มาเป็นมือกลอง ช่วงเล่นเล่นตามผับและร้านอาหารจนไปเข้าตา ลาร์รี่ย์ ลิเวอร์มอร์ (Larry Livermore) เจ้าของค่ายเพลง Lookout Records จึงออกงานเพลงแรกเป็น EP ชื่อชุด 1,000 Hours และเปลี่ยนชื่อวงเป็น Green Day หลังจากนั้นมือกลองก็ขอลาออกจากวงไปเรียนต่อ จึงมีมือกลองคนใหม่คือ เทรคูล (Tre cool) ช่วงทัวร์คอนเสิร์ตในชุดที่ 2 Kerplunk ผลงานการเล่นคอนเสิร์ตที่ได้อารมณ์ไปเข้าตาค่าย Reprise Records จึงทาบทามให้มาอยู่ที่ค่ายและมีอัลบั้ม Dookie ซึ่งเป็น=6fที่ 3 ของวงในปี 1994 กลายเป็นปรากฏการณ์
ให้คนทั่วโลกรู้จักวงนี้ทันที มีเพลงฮิตอย่าง Basket Case และ When I Come Around ทะยานรับรางวัลแกรม มี่อวอร์ดสาขาอัลบั้มอัลเทอร์เนทีฟยอดเยี่ยมในปี 1995 แนวเพลงของกรีนเดย์ถือเป็นของแปลกใหม่ในวงการ เพลงอเมริกัน และเนื้อเพลงยังเสียดสีการเมือง ทำให้หลายๆเพลงของวง Green Dayได้รับความนิยมไปทั่วโลก นอกจากนี้แล้วนิตสารโรลลิ่งสโตนยังจัดให้ Dookie อยู่ในอันดับ 193 ของอัลบั้มยอดเยี่ยมตลอดกาลอีกด้วย

Image result for Nirvana

Nirvana (ชนะเลิศ ปี 1996)

วงร็อคอเมริกันที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของยุคอัลเทอร์เนทีฟวงนี้เริ่มจาก เคิร์ท โคเบน (กีต้าร์) และ คริส โนโวเซลิค (Krist Novoselic) (เบส) รวมตัวกันทำวง ช่วงแรกนั้นรับออดิชั่นมือกลองและเปลี่ยนมาหลายคน จนในที่สุดพวกเขาก็ออกผลงานชิ้นแรก ชื่อชุด Bleach เมื่อปี 1989 ขณะนั้นมือกลองเป็น แชด ชานนิ่ง (Chad Channing) เป็นวงร็อค 3 ชิ้นยุคใหม่ในสมัยนั้นด้วยแนวเพลงที่จัดจ้าน แต่ชุดแรกนั้นยังไม่เข้าถึงกระแสคนฟังเท่าไหร่นัก ก่อนจะมาถึงอัลบั้มแห่งตำนานร็อค Nevermind ชุดที่ 2 ของพวกเขาซึ่งเปลี่ยนมือกลองเป็น เดฟ โกรห์ล (Dave Grohl) พลิกโฉมหน้าวงการเพลงร็อคทั่วโลกทันทีกับเพลง “Smells Like Teen Spirit” ให้โลกรับรู้ถึงแนวดนตรียุคใหม่ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแนวกรันช์ร็อคขึ้นมา อย่างไรก็ตามวง Nirvana ต้องฝ่าฝันในเวทีแกรมมี่อวอร์ดสาขาอัลบั้มอัลเทอร์เนทีฟถึง 3 ครั้งก่อนจะได้รับการชูมือเพราะอัลบั้ม Nevermind ที่ดังที่สุดของพวกเขายังแค่มีชื่อเข้าชิงในปี 1992 เท่านั้นโดยแพ้ให้กับวง R.E.M ในงานเพลงชุดที่ 3 In Utero ก็มีชื่อเข้าชิงรางวัลนี้อีกครั้งในปี 1994 แต่ก็อกหักเมื่อวง U2 คว้ารับรางวัลไป จนมาปี 1996 กับชุด MTV Unplugged in New York ที่วางแผงหลังจากเคิร์ท โคเบน เสียชีวิต 7 เดือนซึ่งเป็นการรวมบทเพลงที่โคเบนเขียนทั้งหมดและบันทึกการแสดงไว้ตั้งแต่ปี 1993 ซึ่งเขายังมีชีวิตอยู่ แค่สัปดาห์แรกก็ทำยอดขายไปเกิน 3 แสนชุด และเป็นผลงานที่ทำให้วง Nirvana สมหวัง กับรางวัลนี้เสียทีแม้ว่าตัวเคิร์ทเองจะไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จก็ตาม

Image result for Foo Fighter

Foo Fighter (เสนอชื่อเข้าชิงปี 1996)

หลังจากที่ เดฟ โกรห์ล (Dave Grohl) อดีตมือกลองจากวง Nirvana ต้องยุบวงเนื่องจากการเสียชีวิตของเคิร์ท โคเบน มีคำชักชวนจากหลายๆวงที่อยากได้เขาไปเป็นมือกลอง จนมีข่าวว่าเกือบจะเป็นสมาชิกวง Pearl Jam ไปแล้ว แต่ก็ผิดคาดกันยกใหญ่เมื่อเขาออกมาทำเพลงด้วยตัวเองภายใต้ชื่อ Foo Fighter ในปี 1995 อัลบั้มนี้ตัว เดฟ โกรห์ล ลงมืออัดทั้งกีต้าร์, กลอง รวมไปถึงเขียนเพลงเองอย่างเพลงเปิดตัว “This Is a Call” ด้วยความที่เพิ่งยุบวงมาทำให้กลิ่นอายของแนวเพลงยังคงเป็นสไตล์กรันช์ใกล้เคียงวงเดิม แต่กระแสการตอบรับออกมาดีเยี่ยม สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะมีฐานกลุ่มแฟนเพลงเก่า แต่ก็สามารถดึงแฟนเพลงรุ่นใหม่เพิ่มมาพอสมควรจากฝีมือที่จัดจ้านของตัวโกรห์ลเอง ทำห้อัลบั้มนี้มีชื่อเข้าชิงแกรมมี่วอร์ดสาขา Best Alternative Music Album ในปี 1996 แต่พลาดรางวัลไปให้กับวงเก่าของ เดฟ โกรห์ล นั่นเอง จนมาถึงชุดที่ 2 Foo Fighter ก็มีการฟอร์มวงเต็มตัวด้วยการชักชวน เนท เมนเดล (Nate Mendel) มาเล่นเบส, แพท สเมียร์ (Pat Smear) เล่นกีต้าร์และ วิลเลี่ยม โกลด์สมิธ (William Goldsmith) มาตีกลอง ตัวโกรห์ลหันไปรับหน้าที่ร้องนำและกีต้าร์ วงออกงานเพลงมาทั้งหมด 8 ชุด ปัจจุบันปรับเปลี่ยนสมาชิกเป็น 5 คน เทเลอร์ ฮาวกิ้นส์ มาตีกลอง และ คลิฟท์ ชริฟเล็ตต์ มาเล่นกีต้าร์ ผลงานล่าสุด Sonic Highways เพิ่งวางแผงไปเมื่อปี 2014 นี้เอง แม้ว่าจะพลาดหวังจากรางวัลในปีนั้นแต่ตัววงได้รับความนิยมอย่างสูง ล่าสุดก็ประกาศมีคอนเสิร์ตที่เมืองไทยในวันที่ 24 สิงหาคม ปีนี้

Image result for beck

Beck (ชนะเลิศ ปี1997 และ 2000)

Beck Hansen นักร้องชาวอเมริกันที่แสดงความเป็นอินดี้มาตั้งแต่อัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 2 Odelay ก่อนหน้านี้หนุ่ม Beck เคยทำเพลงกับค่ายเล็กๆมาหลากหลายรูปแบบแนวดนตรี  Odelay เป็นการผสานแนวฮิป-ฮ็อปไปกับดนตรีร็อค กลับถูกใจอเมริกันชนอย่างมากจนทำยอดขายไปถึง 2 ล้านชุด และขึ้นถึงอันดับ 16 ในบิลบอร์ดชาร์ต คว้ารางวัลอัลบั้มอัลเทอร์เนทีฟยอดเยี่ยมในปี 1997 ชนะวงดัง R.E.M อีกด้วย ก่อนจะมารับรางวัลนี้อีกครั้งกับชุดที่ 6 Mutations เป็นการใส่ความหนักหน่วงเพิ่มเข้าไปผสมผสานกันเป็นโฟล์คร็อค นอกจากนี้การที่ได้ Nigel Godrich ที่เคยร่วมงานกับวง Radiohead มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ทำให้เพลงในชุดนี้มีกลิ่นอายของบอสซาโนวาและดนตรีบลูส์ กว่าจะมีผลงานชุดนี้ออกมาก็เหนื่อยพอสมควรเพราะ Mutations เป็นงานที่ Beck ทำกับเพื่อนๆ เพลงทั้งหมดเป็นการแต่งและเรียบเรียงไว้ก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว ใช้เวลาอัดเสียงอัลบั้มนี้เพียงแค่ 14 วันเท่านั้น แต่ในขณะนั้นเขามีสัญญากับต้นสังกัดค่าย Geffen ทำให้ตัวบริษัทไม่ยอมรับหากจะมีการวางจำหน่ายจนเกิดการฟ้องร้อง ช่วงแรกไม่มีการโปรโมทเพลงในอเมริกาเนื่องจากเป็นคดีลิขสิทธิ์ เพลง Cold Brains ต้องไปเปิดตัวที่ออสเตรเลีย และเพลง Nobody’s Fault But My Own ต้องไปเปิดตัวที่ญี่ปุ่น ก่อนจะไกล่เกลี่ยกันด้วยการยอมแก้ไขเพลงบางส่วนให้เป็นไปตามค่าย Geffen อย่างไรก็ตามอัลบั้มนี้กลับมาได้รับความนิยมในอเมริกาด้วยการทำยอดขายถึง 5 แสนชุด และคว้ารางวัล Best Alternative Album จาแกรมมี่อวอร์ดโดยที่ชื่อ Mutations ต้องมีวงเล็บต่อท้ายว่า (Beck Album)

Image result for Radiohead

Radiohead (ชนะเลิศปี 1998)

วงจากอังกฤษที่รวมตัวกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม มี ทอม ยอร์ค ( Thom Yorke) ร้องนำ/กีต้าร์ และ โคลิน กรีนวู้ด (Colin Greenwood) มือเบสที่เป็นเพื่อนซี้กันอยากฟอร์มวงร็อคขึ้นมา จึงได้ เอ็ด โอไบรอัน (Ed O’Brien) กีต้าร์, ฟิลิปป์ เซลเวย์ (Philip Selway) มือกลอง และ จอนนี่ กรีนวู้ด (Jonny Greenwood) ซึ่งเป็นน้องชายของโคลินมาเข้าร่วมวง ในชื่อวง On A Friday ช่วงแรกนั้นพวกเขาเล่นตามผับและไลฟ์เฮ้าส์ตั้งแต่ยังเรียน จนช่วงที่เล่นผับนี้เองก็ไปเข้าตาค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ EMI จับเซ็นสัญญาและเปลี่ยนชื่อวงเป็น Radiohead ในตอนแรกนั้นพวกเขาออกเป็นแค่ซิงเกิ้ลทีละเพลงเท่านั้น ซึ่งเพลงเปิดตัว “Drill” ไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร ก่อนจะมาเปรี้ยงปร้างกับซิงเกิ้ลที่ 2 “Creep” ที่กลายเป็นเพลงอัลเทอร์เนทีฟประจำเกาะอังกฤษ สุดท้ายพวกเขาก้มีอัลบั้มแรก Pablo Honey ในปี 1993 ช่วงแรกนั้นแนวดนตรีของวงก็จะเป็นร็อคแบบวัยรุ่น จนมาถึงอัลบั้มที่ 3 OK Computer ถือว่าเป็นครั้งแรกที่วงพยายามจะหาอะไรใหม่ๆ มาใส่ที่จะทำให้ Radiohead กลายเป็นวงอัลเทอร์เนทีฟร๊อค ที่แตกต่างจากวงอื่นๆ ไอเดียที่ว่านี้คือ ความพยายามที่จะใส่ “แนวอิเล็กทรอนิกส์” Radiohead ก็พลิกโฉมวงการร๊อคทันที การเปลี่ยนครั้งนี้ส่งผลดีแบบไม่น่าเชื่อ เพราะอัลบั้ม OK Computer โดนใจกลุ่มผู้ฟังเป็นอย่างมาก ทำให้วงติดชาร์ตอันดับหนึ่งของ UK และยังคว้ารางวัล Grammy Award สาขา Best Alternative Music Album ในปี 1998

Image result for Beastie Boys

Beastie Boys (ชนะเลิศปี 1999)

ตำนานวงฮิพฮ็อพจากนิวยอร์คที่ฟอร์มวงกันตั้งแต่ปี 1981 ก่อนที่จะมาลงตัวกับสมาชิก 3 คนคือ Mike D (ร้องนำ, กลอง), MCA (ร้องนำ, เบส) และ Ad-Rock (ร้องนำ,กีต้าร์) ออกอัลบั้มแรกชุด Licensed to Ill ในปี 1986 สร้างความฮือฮากับของแปลกที่น้องร้องแร๊พจะมาเล่นดนตรีด้วย ก่อนจะมาคว้ารางวัลแกรมมี่อวอร์ดสาขาอัลบั้มอัลเทอร์เนทีฟยอดเยี่ยมได้สมใจหวังกับผลงานชุดที่ 5 Hello Nasty ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 1998 แค่สัปดาห์แรกก็ทำยอดขายไปได้ถึง 680000 ชุด และทะยานขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ตทันทีกับเพลงเปิดตัว Intergalactic ใส่แนวอิเลคโทรนิคส์เข้าไปในตัวเพลงมากขึ้น นอกจากจะได้รางวัลสาขา Best Alternative Music Album โดยเข้าป้ายเหนือแชมป์เก่า Radiohead แล้ว Beastie Boys ก็ยังคว้ารางวัลศิลปินกลุ่มฮิพฮ็อพยอดเยี่ยมจากแกรมมี่อวอร์ดอีกเช่นกัน น่าเสียดายที่วงนี้ต้องปิดฉากในเวลาไม่นานเมื่อ อดัม ยอช หรือ MCA เสียชีวิตในปี 2012 จากมะเร็งต่อมน้ำลาย

Gibson Les Paul Classic 2017 T กีต้าร์คุณภาพ

ขายเพียง  64,800฿ จาก  72,000฿

Gibson Memphis ES-335 Figured – Turquoise

ขายเพียง  135,000฿ จาก  150,000฿