แอมป์กีต้าร์โปร่ง Fender Acoustic 200

ขายเพียง  22,500฿ จาก  25,000฿

แอมป์กีต้าร์โปร่ง Fender Acoustic 100

ขายเพียง  16,200฿ จาก  18,000฿

Roland TD-1KV

ขายเพียง  22,900฿ จาก  29,000฿

Warwick Rockbass Racing Stripes Streamer 4 สาย

ขายเพียง  12,300฿ จาก  20,500฿

สายกีต้าร์ไฟฟ้า D’Addario EXL120

ขายเพียง  179฿ จาก  210฿

พาวเวอร์มิกเซอร์ Yamaha รุ่น MG12XUK

ขายเพียง  13,600฿ จาก  16,000฿

Daddario EZ890

ขายเพียง  165฿ จาก  0฿

Cort GA5F-PF

ขายเพียง  11,050฿ จาก  13,000฿

พาวเวอร์มิกเซอร์ Yamaha รุ่น MG10XUF

ขายเพียง  13,175฿ จาก  15,500฿

Korg PC1 Pitchclip

ขายเพียง  540฿ จาก  600฿

Cort GA5F-ZR

ขายเพียง  11,050฿ จาก  13,000฿

สายกีตาร์โปร่ง Gibson เบอร์ 10

Yamaha A1R VS Yamaha A1M

จะเห็นได้ว่ากีต้าร์ทั้งสองตัวนั้นวัสดุไม้แทบไม่แตกต่างกันเลย รวมถึงงานประกอบและภาคไฟฟ้า ที่ต่างกันมีเพียงแค่บอดี้ไม้ด้านข้างที่ทำจากไม้โณสวู้ดและไม้มะฮอกกานีเท่านั้น ดังนั้นก่อนอื่นเราไปรู้จักกับไม้มะฮอกกานีและไม้โรสวู้ดกันก่อนจะดีกว่า

ไม้มะฮอกกานี

เป็นไม้ใบใหญ่ มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกากลาง ก่อนจะเริ่มนิยมมาปลูกมากขึ้นในแถบเอเชีย โดยจะกลายสายพันธุ์เป็นไม้มะฮอกกานีเขตร้อน เสียงดั้งเดิมของไม้โรสวู้ดจะให้โทนเสียงต่ำดี ย่านเบสออกชัดและ Sustain mี่ยาวนาน แต่จะไม่ต่่ำเท่ากับโรสวู้ด เสียงกลางจะออกมาชัดกว่าไม้โรสวู้ดและมีน้ำหนกรวมถึงราคาที่น้อยกว่า ยิ่งถ้าเป็นไม้มะฮอกกานีแถบเอเชียเสียงจะทึบกว่าฝั่งอเมริกาเพราะในต้นไม้มีน้ำมากกว่าเนื่องจากปลูกในเขตชื้น เหมาะสำหรับคนชอบเสียงเบสและเสียงกลางพุ่งชัด

ไม้โรสวู้ด

เป็นไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกากลางเช่นกัน ก่อนจะย้ายไปปลูกกันมากในแถบอเมริกาใต้ ที่ไทยจะรู้จักกันในสายพันธุ์ไม้พยูงซึ่งใก้ลจะสูญพันธุ์ในไทยไปแล้ว ไม้โรสวู้ดมีชื่อเรียกตามแหล่งปลูกมากมาย แต่ที่นิยมนำมาผลิตกีต้าร์มากที่สุดจะเป็นไม้บราซิลเลี่ยนโรสวู้ด เป็นไม้ที่ให้โทนเสียงเบสดีกว่ามะฮอกกานี เสียงจะมีความนุ่มลึก แต่ซาวด์ย่านเสียงแหลมจะหายไป ปัจจุบันกลายเป็นไม้หายากในความคุ้มครอง การทำกีต้าร์จึงเอาไม้อินเดียนโรสวู้ดที่มีราคาน้อยกว่าทำแทน แต่โดยรวมแล้วเรื่องราคาถือว่าเป็นไม้กีต้าร์ที่ราคาสูงระดับต้นๆ

เรื่องเสียงแตกต่างกันอย่างไร

อย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรกว่าทั้งสองไม้นั้นเป็นไม้ที่เสียงโทนต่ำดี แต่ถ้าเทียบกันแล้วไม้มะฮอกกานีจะมีโทนเสียงที่พุ่งกว่าเล็กน้อย ถ้าเทียบความเอนกประสงค์แล้วอาจจะบอกว่ามะฮอกกานีเหนือกว่าก็ไม่แปลก แต่มือกีต้าร์ทั้งหลายต่างหลงรักในเสียงโทนต่ำของไม้โรสวู้ดกันมาก ยิ่งถ้าเป็นบราซิลเลี่ยนโรสวู้ดนี่ถึงขั้นสะสมกันเลยเพราะเป็นไม้หายาก ดังนั้นโรสวู้ดนั้นจะไม่หลากหลายเท่ามะฮอกกานี แต่เป็นไม้ที่ให้เสียงเฉพาะทาง เหมาะกับผู้ชอบโทนเสียงของมันหรือนักสะสมมากกว่า

บทสรุปกับกีต้าร์ Yamaha A1R และ Yamaha A1M

เป็นกีต้าร์ที่เสียงดีได้มาตรฐานตามแบรนด์ดังอย่าง Yamaha ทั้งคู่ โดยตัว A1R จะมีราคาที่สูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากไม้โรสวู้ดเป็นไม้ที่หายากมากกว่า สำหรับการใช้งานก็ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆชอบเสียงแบบไหนเพราะเสียงแต่ละแบบของไม้แต่ละชนิดย่อมมีสเน่ห์ในตัวมันเอง ถ้าชอบซาวด์พุ่งนิดๆอาจเลือกตัว A1M หรือถ้าชอบซาวด์นุ่มลึกก็อาจเลือก A1R อันนี้แล้วแต่ความชอบ หรือถ้าจะลองเสียงของสองรุ่นนี้โดยตรงก็มาลองกันได้เลยที่ร้าน Musicarms ทุกสาขา ทางร้านเรายินดีให้บริการรวมถึงมีกีต้าร์อีกมากมายให้เลือกสรร ถ้าคิดถึงเครื่องดนตรี คิดถึง Musicarms นะครับผม

กีต้าร์โปร่ง กับ โปร่งไฟฟ้า แตกต่างกันตรงอย่างไร?

โปร่ง Sigma GWCE3

การใช้งาน

จากย่อหน้าแรกนั้นหลายคนอาจคิดว่า อ้าว แบบนี้เราก็ซื้อโปร่งไฟฟ้าไปเลยดีกว่าสิ เพราะได้ความหลากหลายในการเล่น แต่สำหรับมือใหม่แล้วนั้น ขอบอกว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็นเลย เพราะถ้าเพื่อนๆซื้อโปร่งไฟฟ้าไปแล้ว ต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาเช่นการเลือกตู้แอมป์ และบางคนแทบไม่ได้เล่นเสียงไฟฟ้าเลย ทำให้ตัวปิ๊กอัพเมื่อไม่ใช้งานเป็นเวลานานจะมีการเสื่อมสภาพในเรื่องของเสียง ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อโปร่งหรือโปร่งไฟฟ้า ควรพิจารณาแนวทางการเล่นของเราก่อนว่า ใช้งานส่วนไฟฟ้าบ่อยแค่ไหน

Sigma 000R28VE

การดูแลรักษา

การดูแลรักษากีต้าร์โปร่งไฟฟ้านั้นวุ่นวายกว่าที่หลายคนคิดนัก นอกจากจะดูแลเรื่องไม้ไม่ให้โก่งงอเช่นเดียวกับกีต้าร์โปร่งแล้ว ยังต้องมาห่วงเรื่องภาคไฟฟ้ากันอีก ถ้าคนเคยเล่นบ่อยๆจะรู้ว่าแอมป์กีต้าร์นั้นหากไม่ใช้งานเป็นเวลานาน เสียงจะดร็อปลง ดังนั้นต้องหมั่นให้แอมป์ได้มีบทบาทอยู่เสมอ เช่นเดียวกับภาคไฟฟ้าที่ต้องคอยออกงานอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นเสียงจะมีอาการอู้ หากไม่ใช้งานภาคไฟฟ้าเป็นเวลานาน หรือดูแลรักษาไม่ดี ต่อให้กีต้าร์ขั้นเทพราคาแพงแค่ไหนก็จบ ก่อนที่จะเลือกซื้อควรพิจารณาว่าสามารถดูแลรักษาตรงนี้ได้มั้ย

เสียง

มาถึงคำถามที่หลายคนอยากรู้ เรื่องเสียงนั้นหากเป็นกีต้าร์โปร่งก็ต้องอยู่ที่เนื้อไม้ แต่ถ้าเป็นโปร่งไฟฟ้าจะอยู่ที่ปิ๊กอัพที่ให้มา สำหรับเรื่องเสียงถ้าเพื่อนๆต้องการซาวด์กีต้าร์ใสกิ๊งๆคงต้องใช้งบสูงพอสมควร แตกต่างจากกีต้าร์โปร่งที่ราคาแค่หมื่นต้นๆก็สามารถเลือกเสียงระดับเทพได้แล้ว แม้ว่ากีต้าร์โปร่งไฟฟ้าบางรุ่นจะมี EQ มาให้ปรับ แต่ขึ้นชื่อว่าเสียงไฟฟ้า ต้องมีปัจจัยหลายอย่างมาประกอบไม่ว่าจะเป็นตัวแอมป์ การปรับหน้าตู้ สำหรับมือใหม่แล้วถือว่ายุ่งยากพอสมควร ถ้าไม่ได้ใช้งานภาคไฟฟ้ามากนัก เน้นเสียงใสๆ เล่นกีต้าร์โปร่งจะดีกว่า

Sigma GZCE 3+

สรุป

การเลือกซื้อกีต้าร์โปร่งหรือโปร่งไฟฟ้านั้นอยู่ที่ตัวผู้ใช้เอง แต่หลายคนที่เป็นมือใหม่มักจะเน้นการ”เผื่อ” เอาไว้นั่นเอง ทาง Musicarms จึงขอยกข้อเปรียบเทียบมาให้เห็นว่าหากเพื่อนๆจะเผื่อการใช้งานนั้นต้องดูความคุ้มค่าของตัวกีต้าร์นั้นด้วย ยิ่งปัจจุบันมีการรับติดปิ๊กอัพไฟฟ้าให้แล้วด้วย ทำให้มือกีต้าร์มักจะเลือกกีต้าร์โปร่งธรรมดาไปก่อน รอจนกว่าจะมีความจำเป็นในการใช้งานถึงค่อยเพิ่มออปชั่น เพราะความเป็นจริงแล้วกีต้าร์โปร่งดีตัวเดียวก็ออกงานได้สบายๆ ถ้ามีกีต้าร์ไฟฟ้าค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นมากอีก ดังนั้น!! เพื่อนๆควรดูให้แน่ใจว่าต้องการใช้งานในส่วนนั้นรึเปล่าถึงค่อยซื้อนะครับ อย่าลืม หากจะมาลองเสียงกีต้าร์โปร่งไฟฟ้าหรือมองหากีต้าร์ดีๆซักๆตัว แวะมาที่ร้าน Musicarms ได้ รับรองว่าจะช่วยในการตัดสินใจได้ดีกว่าเดิมแน่นอนนนนน