Marshall MG15G

ขายเพียง  5,600฿ จาก  7,000฿

Ibanez AFV75

ขายเพียง  20,700฿ จาก  23,000฿

Epiphone AJ-210CE

ขายเพียง  9,900฿ จาก  11,000฿

แพดเดิ้ล Casio SP34

สายแจ็ค Fender Deluxe Series 25 Ft. หัวตรง

สายแจ็ค Fender Pro Series 10 Ft. หัวงอ

สายแจ็ค Fender Pro Series 18.6 Ft. หัวงอ

ขายเพียง  720฿ จาก  800฿

แนะนำ 10 กีต้าร์ไฟฟ้า Squier แบรนด์ดี ราคาไม่ถึงหมื่น !!

เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหากีต้าร์ไฟฟ้าสำหรับเริ่มต้นเล่น กับราคาที่ไม่แพงมาก แบรนด์ดีเชื่อถือได้และมีคุณภาพ ก็อย่าลืมนึกถึงแบรนด์ Squier กันนะครับ เพราะยี่ห้อนี้อยู่คู่กับนักดนตรีมาอย่างยาวนานและผลิตกีต้าร์ดีๆออกสู่ตลาดมากมาย ซึ่งทาง Music Arms ก็เป็นตัวแทนจำหน่ายกีต้าร์ Squier อย่างถูกต้อง ทำให้เพื่อนๆที่เล็งยี่ห้อนี้อยู่ไม่ต้องไปหาซื้อไกลที่ไหน แวะเข้ามาที่ร้าน Music Arms เพื่อนๆก็จะได้กีต้าร์ Squier ทั้ง 10 รุ่นนี้ทันที หรือหากเล็งรุ่นอื่นๆไว้ก็สามารถเข้ามาสอบถามราคาและลองเสียงได้ที่ร้านเช่นกัน เพราะ Music Arms เป็นมิตรกับนักดนตรีทุกคนเสมอมานะจ๊ะ

แนะนำ 5 กีต้าร์ไฟฟ้า Epiphone แบรนด์ดังราคาไม่ถึงหมื่น !!

ทั้ง 5 รุ่นนี้คือกีต้าร์ไฟฟ้า Epiphone ราคาเบาๆที่แม้แต่มือใหม่ยังเป็นเจ้าของกันได้สบาย โดยวัสดุไม้ งานประกอบและทรงบอดี้ต่างอยู่ในระดับสูงคุ้มค่ากับราคา ถ้าเพื่อนๆคนไหนชอบกีต้าร์ทรง Les Paul หรือ SG ที่ไม่อยากเสียเงินซื้อรุ่นแพงก็มาลองเสียงกันได้ งานราคาถูกแต่คุณภาพเสียงดีเยี่ยมยังมีอยู่จริง เพราะแบรนด์ Epiphone การันตีอยู่แล้ว ซึ่งทาง Music Arms ก็เป็นตัวแทนจำหน่ายกีต้ารืไฟฟ้า Epiphone ทุกรุ่นอย่างถูกต้อง อยากได้ของดีแท้ๆไม่ต้องกังวล เดินเข้ามาที่ร้าน Music Arms ได้เลย ทางทีมงานของเรายินได้ให้คำปรึกษาและบริการอย่างเต็มที่ครับผม

5 คีย์บอร์ดมาแรงที่สุดแห่งปี 2020

ทั้ง 5 รุ่นนี้เป็นคีย์บอร์ดที่มาแรงแห่งปี 2020 แต่ละรุ่นล้วนแล้วแต่อัพเกรดทั้งเรื่องระบบเสียงให้สมจริง รวมถึงฟังก์ชั่นต่างๆไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟค หรือลูกเล่นในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แน่นอนว่าทาง Music Arms ก็ต้องตามตลาดดนตรีนำเอารุ่นใหม่ๆรวมถึงทั้ง 5 รุ่นนี้มาวางจำหน่าย เพื่อนๆคนไหนอยากเป็นเจ้าของหรือถ้ายังไม่แน่ใจจะมาลองเสียงกัน ขอเชิญได้ที่ร้าน Music Arms ทุกสาขานะครับ ทางเรายินดีให้บริการอย่างยิ่ง เพราะ Music Arms เป็นมิตรกับนักดนตรีทุกคนเสมอจ้าาาาา

Casio CT-X3000 VS Yamaha PSR-E463

สำหรับคีย์บอร์ดทั้งสองรุ่นนี้ต่างออกมาเมื่อต้นปี 2018 ทั้งคู่ โดยจะเป็นแบบ 61 แป้นคีย์ รองรับแรงสัมผัส 3 ระดับเช่นเดียวกัน คือ เบา, กลาง, หนัก หน้าตาจะคล้ายๆกันมีปุ่ม Pitch Band สามารถโยกปรับออคเต็ปได้ 1 ระดับเสียง พร้อมหน้าจอ LCD ตรงกลางเครื่อง คอยคุมคุมการใช้งาน ตรงนี้ทั้งสองค่ายทำออกมาได้คล้ายคลึงกัน อยู่ที่คนชอบแบบการดีไซด์

เรื่องโทนเสียงนั้น Casio ใส่มาให้ถึง 900 ซาวด์ มากกว่าทาง Yamaha ที่ใส่มาให้ 758 ซาวด์ รวมถึงจังหวะกลองที่ Casio มากกว่าที่ 50 กับ Yamaha 24 แบบ แต่ทาง Yamaha ใส่เสียงแบบ G-Lite ที่มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความก้องกังวานขึ้น รวมถึงระบบซาวด์กลองแบบ SFX ให้เสียงสมจริงมากกว่าเดิม ตรงนี้ก็อยู่ที่คนชอบความหลากหลายหรือความสมจริงมากกว่า

เรื่องเอฟคเฟคที่ให้มานั้นต้องบอกว่า Casio จัดเต็มมากกว่า เพราะมากกว่าถึงเท่าตัว ไม่กว่าจะเป็น Reverb 24 แบบ กับทาง Yamaha 12 แบบ Chorus ที่มากกว่าโดยมี 12 แบบ กับทาง Yamaha 5 แบบ และเอฟเฟค DSP ถึง 100 แบบ กับทาง Yamaha 10 แบบ เรียกว่าเรื่องเอฟเฟคนี่เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของ Casio CTX 3000 กันเลยทีเดียว

แต่ทาง Yamaha ก็มีทีเด็ดมาในรุ่นนี้เช่นกันนั่นก็คือระบบ Sampling สำหรับคนชอบทางนี้โดนเฉพาะ โดยทำได้ 3 แบบ คือ Normal, Oneshot, Loop มีระยะเวลา Sampling ที่ 9.6 วินาทีและสามารถ Sampling ได้จากการเชื่อมต่อ Aux in โดยจะเป็นระบบเสียงสเตอริโอ 16 บิท ความถี่ 44.1 Kz รวมถึงตั้งค่า Preset Groove ได้อีก 35 แบบ พร้อมฟังก์ชั่นการเป็น DJ

สำหรับการบันทึกเพลง Casio สามารถบันทึกเสียงแบบเรียลทาร์มได้ และบันทึกเพลงได้สูงสุด 10 เพลง 17 แทร็ค ความจุ 40000 ตัวโน๊ต ต่อ 1 เพลง ส่วนทาง Yamaha บันทึกเพลงได้ 6 แทร็ค (แทร็คเพลง 5 เพลง และ 1 จังหวะ) ความจุต่อเพลง 19000 ตัวโน๊ต ตรงนี้ Casio ดูจะเหนือกว่านิดๆ สำหรับเรื่องเสียงเรียกว่าสูสีเพราะลำโพงขนาด 6 วัตต์ทั้งคู่ และซาวด์ค่อนข้างดีตามมาตรฐาน

ข้อดี Casio CTX3000

  • ลูกเล่นเรื่องเสียงเหนือกว่าชัดเจน
  • เอฟเฟคที่ให้มาหลากหลายรูปแบบมากกว่า
  • สามารถบันทึกเพลงได้มากกว่า

ข้อดี Yamaha PRS-E463

  • เล่น Sampling ได้
  • มีฟังก์ชั่น Preset Groove
  • ฟังก์ชั่นการใช้งานค่อนข้างหลากหลายกว่า

บทสรุปสำหรับ Casio CT-X3000 VS Yamaha PSR-E463 ต้องบอกว่ามีดีคนละแบบ โดยทาง Casio ยังเน้นจุดขายของตัวเองอย่างเดิมคือลูกเล่นเรื่องเสียง ซึ่งหากใครชอบความหลากหลายเกี่ยวกับเสียงแล้วน่าจะเลือก Casio ส่วนทาง Yamaha เน้นไปที่ฟังก์ชั่นภาคการใช้งานซะมากกว่า โดยลูกเล่นอาจจะไม่เท่า แต่เรื่องเสียงมีการปรับปรุงใหม่มาได้ดี ถือว่าสูสีสมศักดิ์ศรี 2 แบรนด์ดังทางคีย์บอร์ด ใครชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามใจ และหากเพื่อนๆต้องการเลือกซื้อคีย์บอร์ด 2 รุ่นนี้ ก็ไม่ต้องไปไกล ร้าน Musicarms มีจำหน่ายทุกสาขาจ้า อย่าลืมแวะมาเยี่ยมชมกันนะครับ

รีวิวคีย์บอร์ด Yamaha รุ่น PRS-E463

ดูจากหน้าตาการดีไซด์มีความทันสมัยมากขึ้น โดยจะเป็นคีย์บอร์ดขนาด 61 คีย์เช่นเดียวกับ E-453 ตอบสนองทัชชิ่งได้ 3 ระดับ และตั้งค่า Fixed (ไม่ใช้งาน) ได้ ด้านซ้ายมือจะเป็นปุ่มเลื่อน Pitch Blend โดยจะทำซาวด์เครื่องดนตรีได้ถึง 237 แบบ เพียงแค่กดปุ่ม Voice และใช้แป้นจานหมุน เช่นเดียวกับเสียงกลองแบบ SFX ที่มีการปรับปรุงให้สมจริงมากขึ้นถึง 24 แบบ

ฟังก์ชั่นหลักๆของทาง PRS-E453 เดิมนั้นถูกยกมาแทบทั้งหมดเพราะยังเป็นฟังก์ชั่นจำเป็นที่นักดนตรีต้องใช้งาน โดยจะควบคุมผ่านหน้าจอ LCD ภาษาอังกฤษที่ใช้งานง่าย ระบบหลักๆเช่น Metronome หรือฟังก์ชั่นบทเรียนก็ควบคุมผ่านหน้าจอนี้ได้

ตัวเอฟเฟคนั้นมีการปรับมาใช้เป็น DSP (Digital Signal Processor) มีผลทำให้เพิ่มสัญญาณเสียงเอฟเฟคกับเป้าหมายที่ระบุ หรือเสียงเอฟเฟคจะเข้มข้นขึ้น เป็นการปรับปรุงมาจากระบบซอฟแวร์ที่ทาง Yamaha เคยใช้ โดยควบคุมผ่านปุ่ม DSP ที่แผงคอนโทรลหน้าจอได้โดยตรง ตัวเอฟเฟคหลักๆยังให้มาครบครัน Reverb 12 แบบ, Chorus 5 แบบ และ DSP 10 แบบ

สิ่งที่พิเศษและเพิ่มเข้ามาในรุ่น PRS-E463 นี้คือฟังก์ชั่น Sampling และ Groove สามารถ Sampling ได้จากการเชื่อมต่อ Aux in โดยจะเป็นซาวด์สเตอริโอที่ความละเอียด 16 บิท และยังมีระบบ Quick Sampling โดยทำได้ 3 แบบ คือ Normal, Oneshot, Loop ระยะเวลา Sampling อยู่ที่ 9.6 วินาที ส่วน Groove นั้นตั้งค่าได้ถึง 35 แบบ จัดเรียงเพลงกันตามความชอบเลือก Selection ได้ 4 แบบ และ Music Climax 1 แบบ

เรื่องเสียงนั้นบอกเลยว่าหายห่วง ระดับคีย์บอร์ด Yamaha ทำออกมาได้ดีเยี่ยมทุกรุ่นอยู่แล้ว และทาง PRS-E463 มีการปรับใช้ AWM Stereo ระบซาวด์ที่สมจริงมากขึ้น พร้อมกับมีปุ่มเลือกเสียงแกรนด์เปียโนโดยตรงที่หน้าแผงควบคุม ทำให้นักดนตรีต่างยกนิ้วเลยว่าเสียงยอดเยี่ยม นอกจากซาวด์เปียโนแล้ว ยังมีการผสมเสียง G-Lite และ การปรับเสียงร้องอีกด้วย

คีย์บอร์ดรุ่นหลังๆของทาง Yamaha เป็น Work Station หรือการทำงานในเครื่องเดียวจบ ทาง PRS-E463 จึงมีระบบที่เอิ้อต่อการทำเพลงมากมายไม่ว่าจะเป็นระบบตัดเสียงแบบ Crossfade, ฟังค์ชั่นเสียงร้องทำเสียงแบบ Sweet ได้ 8 เสียง เสียง Cool ได้ 3 เสียง และเสียงไดนามิค ทำเพลงผ่านคอมพิวเตอร์โดนการโหลดแอปเสริมจากทางเวป Yamaha ได้โดยตรง และจัดเก็บเพลงผ่าน USB ได้ นับว่าเอนกประสงค์สุดๆ

ข้อดี

  • ปรับปรุงเรื่องเสียง สมจริงมากขึ้น มีเสียงแกรนด์เปียโน
  • Sampling ได้
  • มีระบบ Groove
  • สามารถทำเพลงได้ในตัวด้วยระบบ USB Audio Recorder

ข้อเสีย

  • ตัวเอฟเฟคค่อนข้างน้อย

เหมาะสำหรับ

  • คนชอบเทคโนโลยีใหม่ๆในคีย์บอร์ด
  • ผู้ชอบปาร์ตี้ อยากเป็น DJ
  • ผู้ต้องการคีย์บอร์ดคุณภาพดีไว้ออกงาน

บทสรุปกับคีย์บอร์ด Yamaha รุ่น PRS-E463 ถือว่าทำออกมาได้คุ้มค่าสมกับที่หลายคนรอคอย โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีนี่ต้องยกนิ้วให้กับทาง Yamaha ที่คิดค้นสิ่งใหม่ๆขึ้นมาไม่หยุดหย่อน แค่คีย์บอร์ดเครื่องเดียวก็สามารถทำเพลงได้ครบถ้วนและยังเป็น DJ ได้อีกด้วย สมกับคำว่า Work Station อย่างแท้จริง หากใครต้องการคีย์บอร์ดเจ๋งๆซักตัวคงไม่ต้องคิดมาก รุ่นนี้ตอบโจทย์แน่นอน และสามารถซื้อได้ที่ร้าน Musicarms ทุกสาขา ทางเรามีสินค้ารอให้เพื่อนๆเป็นเจ้าของกันอยู่นะจ๊ะ

รีวิวคีย์บอร์ด Casio 3 รุ่นราคาประหยัด

อย่างแรกสุดเราจะเห็นได้ว่าเป็นคีย์บอร์ดที่มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับเริ่มต้นอย่างมากเพราะพกพาไปเรียนง่าย โดยรุ่น SA-46 จะมี 32 คีย์ ส่วนรุ่น SA-76 และ SA-77 จะมี 44 คีย์ สำหรับมือคีย์บอร์ดแล้ว 44 คีย์ถือว่าเพียงพอต่อการเล่นได้แทบทุกเพลง หรือถ้าใครยังไม่ชินมือ นิ้วไม่ไวพอก็อาจเลือกซื้อแบบ 32 คีย์มาใช้งานดูก่อนได้

Casio ถือเป็นบริษัทที่เน้นเรื่องเทคโนโลยีอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นคีย์บอร์ดรุ่นเล็กก็ตามแต่มีเสียงในตัวมาให้มากถึง 100 เสียง และรูปแบบดนตรีประกอบถึง 50 รูปแบบ ทำให้การซ้อมไม่จำเจ หรือจะเล่นในงานปาร์ตี้เล็กๆกับเพื่อนๆก็ยังได้ ให้เสียงที่หลากหลาย สามารถเล่นได้ทุกแนวเพลง

แน่นอนว่าเป็นคีย์บอร์ดที่เจาะกลุ่มตลาดผู้เริ่มต้น ดังนั้นฟังก์ชั่นบทเรียนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ใน 3 รุ่นนี้ แลยังมีเพลงสาธิตที่ไม่ยากเกินไปมาให้ถึง 10 เพลง น้องๆเพื่อนๆคนไหนอยากหัดเล่นตามก็สามารถเล่นได้ โดยทั้ง 3 รุ่นนี้จะมีฟังก์ชั่นกดเปิด-ปิดเมโลดี้ ในช่วงแรกอาจเล่นตามกันไปก่อน แต่ถ้าเริ่มชำนาญแล้วจะปิดเสียงต้นฉบับเลยก็ได้

ใครที่กลัวว่าซ้อมแล้วจะไปรบกวนคนอื่นนี่หายห่วงได้เลยเพราะ 3 รุ่นนี้มีช่องเสียบหุฟังมาให้ซ้อมส่วนตัวโดยเฉพาะ และยังมีแป้นกลองที่หน้าคีย์บอร์ดถึง 3 แป้น สามารถเล่นเสียงกลองต่างๆได้ โดยอาจจะให้น้องมากดเพื่อให้จังหวะ หรือจะเล่นเพลงพร้อมทำเพลงเบาๆก็ยังไหว

เรื่องการใช้งานที่ครบครันแล้ว การควบคุมยังสุดแสนจะง่ายดายเพราะทุกฟังก์ชั่นนั้นแสดงผลผ่านหน้าจอ LCD ลำโพงขนาด 8 ซม. 2 ตัว ให้เสียงที่ชัดเจน สำหรับรุ่น 46 และ 76 จะคล้ายๆกันต่างแค่จำนวนแป้นคีย์ ส่วนรุ่น 77 จะมีเสียงเพอร์คัสชั่นแบบอินเดียมาให้เพิ่มอีก 2 เสียง โดยที่ราคาแทบไม่ต่างกันเลย อันนี้ทำมาเพื่อคนชอบซาวด์แปลกๆโดยเฉพาะ

Casio คำนึงถึงทุกรูปแบบการใช้สอยแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยก็ตาม โดยนอกจากจะดีไซด์มาในขนาดเล็ก หน้าจอที่ดูแล้วใช้งานง่ายแล้ว ยังทำที่จับสำหรับการขนย้ายมาให้อีกด้วย นับว่า Casio ใส่ใจในทุกรายละเอียดของนักดนตรีอย่างแท้จริง ไม่เว้นแม่แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ

ข้อดี

  • ราคาประหยัด
  • ฟังก์ชั่นใช้งานครบเครื่อง
  • มีเสียงและจังหวะให้เลือกมากมาย
  • พกพาสะดวก

ข้อเสีย

  • แป้นคีย์น้อยเกินไปสำหรับมืออาชีพ

เหมาะสำหรับ

  • ผู้เริ่มต้นเล่นคีย์บอร์ด
  • ผู้มองหาคีย์บอร์ดราคาถูก ใช้งานได้จริง

บทสรุปกับ Casio SA-46, Casio SA-76 และ Casio SA-77 ทั้งสามรุ่นนี้ถือเป็นคีย์บอร์ดที่ทำออกมาตีตลาดได้โดนใจผู้เริ่มต้นอย่างมาก รวมถึงหลายๆคนที่ต้องการคีย์บอร์ดดีๆไว้ใช้งานซักตัว เรื่องชื่อแบรนด์ Casio การันตีตัวเองอยู่แล้วว่าเป็นสินค้าคุณภาพ ทำให้หลายคนไว้วางใจ และเพื่อนๆคนไหนอยากได้คีย์บอร์ด 3 รุ่นนี้ก็สามารถเดินเข้ามาเลือกซื้อหรือสอบถามรายละเอียดอีกทีกับทีมทางขายหน้าร้านของ Musicarms ได้เลยนะครับ เราจะดูแลเพื่อนๆอย่างดีเพื่อให้ได้เครื่องดนตรีคุณภาพก่อนออกจากร้านแน่นอนครับผม

แนะนำ 5 Jazz Bass Squier

ทั้ง 5 รุ่นนี้ถือเป็นเบสทรงแจ๊สที่ได้รับความนิยมในตลาดค่อนข้างสูง บางรุ่นถึงขนาดเป็นซิกเนเจอร์คนดังกันเลยทีเดียว เรื่องซาวด์คงไม่ต้องห่วงกัน เพราะยี่ห้อระดับนี้แล้วไม่เคยสร้างความผิดหวังให้กับนักดนตรีแน่นอน เพื่อนๆคนไหนกำลังมองหาเบสทรงแจ๊ส หรือชอบดนตรีแจ๊สต้องการเบสดีๆไว้ใช้งานซักตัว ยี่ห้อ Squier ถือเป็นคำตอบที่ดีเนื่องจากได้คุณภาพและราคาไม่แรงเกินไป แน่นอว่าถ้าเพื่อนๆสนใจก็เดินเข้ามาที่ร้าน Musicarms ได้เลย ทางทีมขายหน้าร้านเราพร้อมบริการอย่างเต็มที่ สามารถลองเสียงกันได้เพื่อจะได้มั่นใจว่า เบสทุกตัวของร้าน Musicarms คุณภาพคับแก้วจริงๆ

5 แอมป์กีต้าร์ไฟฟ้า Fender ราคาถูก

5 รุ่นนี้ถือเป็นแอมป์ Fender ราคาเบาๆ มีตั้งแต่ 10 วัตต์ไปจนถึง 100 วัตต์ สามารถใช้ในการซ้อมหรือออกสตูดิโอได้สบายๆ รับรองว่าเสียงที่ออกมานั้นทรงพลัง เสียงคลีนใส เสียงแตกดุดันตามสไตล์ Fender แท้ๆ เหมาะสำหรับคนที่มองหาแอมป์ซ้อมในงบจำกัด ซึ่งเพื่อนๆสามารถเข้ามาทดลองแอมป์ทั้ง 5 รุ่นนี้ได้ หรือจะมาปรึกษาเรื่องหาแอมป์ดีๆได้ทีร้าน Musicarms ทางเรายินดีให้บริการเสมอ เพราะนอกจากจะเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดนตรีคุณภาพอย่างถูกต้องแล้ว เรายังเป็นที่ปรึกษาให้กับเพื่อนๆนักดนตรีทุกคนอีกด้วย ถ้าคิดถึงเรื่องเครื่องดนตรี ขอให้คิดถึง Musicarms

5 เบสแนวร็อคกับแบรนด์ Warwick

นี่คือ 5 รุ่นเบสสายร็อคคุณภาพเยี่ยมกับแบรนด์ดัง Warwick ที่คุณไว้วางใจ ยี่ห้อนี้ทาง Musicarms รับประกัยเลยว่าเสียงดี งานประกอบเนี๊ยบ และที่สำคัญคือราคายังไม่แรงจนเกินไป หาซื้อได้ทั้งมืออาชีพหรือผู้เริ่มต้นที่มีงบซักหน่อยก็ได้เบสดีๆมาใช้แล้ว เรื่องการดีไซด์และเสียงยังทำมาได้ร็อคสมใจ รับรองว่าสายร็อคชื่นชอบแน่นอน สำหรับ 5 รุ่นนี้ เพื่อนๆสามารถเดินเข้ามาเลือกซื้อหรือลองเสียงได้ที่ร้าน Musicarms ซึ่งปัจจุบันมี 4 สาขาทั่วกรุงเทพเลยนะครับ ทางทีมงานเรายินดีให้บริการเพื่อนๆด้วยความเต็มใจ จนกว่าเพื่อนๆจะได้เบสดีๆกลับออกจากร้านไปครับ

แนะนำเบส 6 สาย 5 รุ่นที่น่าใช้

ทั้ง 6 รุ่นนี้คือเบส 6 สายที่น่าใช้ทั้งสิ้น โดยแต่ละรุ่นก็เป็นแบรนด์ดังที่เชื่อถือได้ สำหรับมือเบสที่ต้องการความหลากหลายในการเล่น หรือจะเอาแบบม้วนเดียวจบก็น่าใช้เบส 6 สายอย่างมาก ที่เราแนะนำก็มีราคาย่อมเยาเพียงหมื่นต้นๆเท่านั้นก็สามารถเป็นเจ้าของกันได้แล้ว และแน่นอนว่าไม่ต้องไปเลือกซื้อที่ไหนไกล ทาง Musicarms เรามีจำหน่ายครบถ้วนทุกรุ่นที่แนะนำไป หากเพื่อนๆต้องการจะมาลงอเสียงหรือขอคำแนะนำเพิ่ม เดินเข้ามาที่ร้าน Musicarms ของเราได้ทันทีเลยครับ ทางเรายินดีให้บริการเพื่อให้เพื่อนๆนักดนตรีได้สิ่งดีๆกลับไปตลอดเวลาครับผม

แนะนำ 5 แอมป์เบสซ้อมราคาไม่ถึง 5000 !!!

ทั้ง 5 รุ่นนี้เป็นแอมป์ซ้อมที่มือเบสหลายท่านอาจจะคุ้นหูกันดี รับรองเลยว่าแต่ละรุ่นนั้นมีดีเกินราคา เพียงแค่เห็นราคาเพื่อนๆอาจตกตะลึงในความถูกแล้ว ยิ่งได้มาลองจะต้องว้าวมากกว่าเดิมกับเสียงและฟังก์ชั่นที่ให้มา ระดับ Musicarms แนะนำไปไม่มีคำว่าผิดหวัง และแน่นอนว่าทั้ง 5 รุ่นนี้ต้องวางขายที่ร้าน Musicarms ทุกสาขา ใครมียังฟังเสียงใน Youtube ไม่สะใจ ต้องการมาลองตัวเป็นๆ หรืออยากมาลองเล่นว่ามีฟังก์ชั่นอะไรน่าสนใจ ก็เชิญได้เลยที่ร้าน Musicarms ของเราทั้ง 4 สาขา เรื่องเครื่องดนตรีและการบริการบอกเลยไว้ใจกับทีมงานคุณภาพคับแก้วของ Musicarms ได้เสมอขอรับกระผม

แนะนำ 5 แอมป์หลอดแก้ว Fender

ทั้งหมด 5 รุ่นนี้คือแอมป์กีต้าร์ไฟฟ้าแบบหลอดคุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์ดังทางด้านกีต้าร์อย่าง Fender ซึ่งผู้ใช้น่าจะไว้วางใจในคุณภาพกันได้อย่างดี รับรองว่าถ้าได้มาลองใช้แอมป์หลอดแก้วซักครั้งจะติดใจในความหวานของเสียง นอกจาก 5 รุ่นนี้แล้วก็ังมีแอมป์ของทาง Fender รุ่นอื่นๆอีกมากมายที่วางจำหน่ายในร้าน Musicarms 6 สาขารอให้เพื่อนๆเป็นเจ้าของกันอยู่เช่นเคย เพื่อนๆสามารถเข้ามาสอบถามรายละเอียดสินค้าและลองเสียงกันได้ ทางเรายินดีให้บริการอย่างเต็มที่เพื่อนักดนตรีทุกท่านครับ

5 กีต้าร์ไฟฟ้า Squier รุ่นใหม่ในปี 2018

เป็นยังไงกันบ้างหลังจากได้รู้จักกับซีรี่ย์ Contemporary ที่ทาง Squier ปล่อยออกมา สิ่งแรกจะเห็นได้ว่าตัวปิ๊กอัพนั้นมีการปรับใช้เป็น Humbuckers มากขึ้น ซึ่งแปลกจากเดิมที่จะเป็น Single-coil ซะส่วนใหญ่ อีกทั้งการดีไซด์ทำออกมาได้ดีโดยเฉพาะหัวกีต้าร์ที่ทำสีเดียวกับบอดี้ ถือว่าตีตลาดผู้ที่มองหากีต้าร์ราคาถูกได้อย่างดี ใครมีงบไม่มากประมาณหมื่นกว่าๆแต่อยากได้กีต้าร์แบรนด์ระดับโลกที่นักดนตรีอาชีพใช้กัน เลือกยี่ห้อนี้เลยรับรองไม่ผิดหวัง และซีรี่ย์นี้มีวางจำหน่ายที่ร้าน Musicarms ทุกสาขารอให้เพื่อนๆเป็นเจ้าของกันอยู่ อยากลองอยากเล่น แวะเข้ามาที่ร้านเราได้ ยินดีให้บริการเสมอครับผม

แนะนำ 5 แอมป์ไฟฟ้ามี Chorus ในตัว ราคาไม่เกิน 5,000 บาท

และนี่คือ 5 แอมป์ที่มีเอฟเฟค Chorus .นตัว ซึ่งทาง Music Arms บอกเลยว่าคุ้มมาก จึงต้องมาแนะนำกัน แต่ละยี่ห้อนั้นก็เป็นแบรนด์ที่มือกีต้าร์หลายคนคุ้นหูกันดีอยู่แล้ว เพียงเท่านี้การซ้อมของเพื่อนๆก็จะไม่ซ้ำซากจำเจกับเสียงแตกแค่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ซึ่ง 5 รุ่นนี้เพื่อนๆสามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ร้าน Music Arms ทั้ง 6 สาขาทั่วกรุงเทพและสาขาโคราชกันเลย ทางเรายินดีให้บริการด้วยความเต็มใจเพื่อเพื่อนๆนักดนตรีจะได้รับสิ่งดีๆก่อนออกจากร้านไปเสมอครับผม

Audio Interface คืออะไร

Audio Interface คือตัวส่งข้อมูลเสียงในระบบดิจิตอล หลักการทำงานของมันก็เข้าใจได้ง่ายๆคือการแปลงสัญญาณเสียงจากอนาล็อคเป็นดิจิตอล ดังนั้นไม่ว่าเราจะบันทึกเสียงใดๆก็ตามซึ่งจะเข้าไปเป็นเสียงอนาล็อค เช่นเสียงกีต้าร์, เสียงเบส หรือแม้แต่เสียงร้องเพลง เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ก็จะช่วยแปลงสัญญาณให้เป็นดิจิตอลนั่นเอง แล้วทีนี้การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ก็จะเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมทำเพลงต่างๆนั้นจะเป็นรูปแบบดิจิตอล ดังเช่นในรูป เราจะนำเสียงที่บันทึกไปตกแต่งอีกที

นอกจากจะแปลงสัญญาณเป็นดิจิตอลแล้ว เจ้าเครื่องนี้ยังสามารถแปลงสัญญาณกลับเป็นอนาล็อคได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นการต่อเสียงเพลงที่ทำเสร็จแล้วออกลำโพงในระบบอนาล็อค เพียงแค่เสียบเข้ากับ Audio Interface เสียงที่ออกลำโพงก็จะเป็นอนาล็อคทันที บางคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องมีขั้นตอนการแปลงเสียงหลายขั้นแบบนี้ คำตอบคือมันจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตกแต่งเสียงหรือทำเพลง เพราะบางคนจะไม่ชอบซาวด์ดิบๆที่ออกลำโพงเลย หรืออาจจะมีเสียงรบกวนเช่นเสียงลม จึงต้องแปลงไฟล์กันก่อน

สรุปง่ายๆคือ เจ้า Audio Interface นั้นมีหน้าที่แปลงสัญญาณนั่นเอง หรือบางคนอาจจะเรียกมันว่าซาวด์การ์ดก็ได้ แม้จะไม่ได้เชื่อมต่อกับคอมโดยตรงก็ตาม ออกแนว External ซะมากกว่า แต่หลักการใช้งานจะคล้ายๆกัน Audio Interface จะมีขั้นตอนภายในสองแบบคือ A/D ย่อมาจาก Analog-to-digital converter หมายถึงการแปลงสัญญาณเสียงจากอนาล็อก(สัญญาณไฟฟ้า) เป็นข้อมูลแบบดิจิตอล และ D/A ย่อมาจาก Digital-to-analog converter หมายถึงการแปลงสัญญาณจากดิจิตอลเป็นอนาล็อก ซึ่งก็คือการทำงานย้อนกระบวนการกับ A/C

แม้ว่า Audio Interface จะมีหลายราคาแต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่ม Input และ Output ซึ่งมืออาชีพหรือนักทำเพลงบางครั้งต้องการเชื่อมต่อกับเครื่องดนตรีหลายประเภทก็จะใช้รุ่นใหญ่ที่มีราคาสูงซักหน่อย จำนวนของ Input และ Output จะแปรผันกับราคามากที่สุด เพราะเพียงแค่ 2 ช่องอาจทำได้แค่อัดกีต้าร์คนเดียวลงยูทูปเท่านั้น ถ้าต้องการต่อไมค์ หรือกลองชุด บางครั้งต้องเลือก Audio Interface ที่มีจำนวนมากกว่า 10 Input กันเลยทีเดียว

นอกจากจะเลือก Audio Interface ที่มีช่องเสียบเพียงพอแล้ว สิ่งหลักที่ต้องคำนึงกันเลยคือการเข้ากับอุปกรณ์ซอฟแวร์ที่ใช้งานอีกด้วย ปัจจุบันมีโปรแกรมอัดเพลงมากมายทั้งระบบ Android, iOS หรือเป็น Windows ในบางครั้ง Audio Interface อาจจะไม่รับกับระบบที่ใช้ ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อ Audio Interface เพื่อนคงต้องศึกษามันให้ดีก่อนว่ารองรับกับระบบไหนกันบ้าง

และนี่คือหลักการทำงานของ Audio Interface คร่าวๆที่หลายคนกำลังสงสัยว่ามันคืออะไร รับรองว่าจะช่วยให้การบันทึกเสียงหรือทำเพลงเป็นไปได้ง่ายมากกกก นัก Youtuber หลายคนก็ใช้ Audio Interface ทำเพลงซึ่งจะตัดเสียงรบกวนได้มากจนเกือบหมด เนื่องเสียงออกมาสมูธต่างจากตั้งโทรศัพท์และบันทึกโดยตรงแน่นอน หากใครชื่นชอบการบันทึกเสียงแล้ว มีติดตัวไว้เป็นเรื่องดี แน่นอว่ามีจำหน่ายที่ร้าน Musicarms ทุกสาขา เพื่อนๆสามารถเข้ามาเลือกชมและสอบถามข้อมูลจากทีมงานเรากันได้ ยินดีให้บริการด้วยความเต็มใจครับผม

กีต้าร์โปร่งไฟฟ้า Gibson J-45 Standard

ขายเพียง  81,000฿ จาก  90,000฿

Epiphone AJ-100

ขายเพียง  3,600฿ จาก  4,000฿

เบส Fender Steve Harris Precision Bass

ขายเพียง  37,800฿ จาก  42,000฿

สายแจ็ค Fender Deluxe Series 18.6 Ft. หัวตรง

แป้นกระเดื่อง สำหรับ Alesis Sample Pad Pro

Hi-Hat Control สำหรับ Alesis Sample Pad Pro

แนะนำ 10 แอมป์กีต้าร์ไฟฟ้าไว้ใช้ซ้อม ราคาไม่เกิน 10,000

ทั้ง 10 รุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นแอมป์คุณภาพเยี่ยมสมกับเป็นแบรนด์ดังที่มือกีต้าร์คุ้นหูกันดี โดยทุกรุ่นจะมีกำลังขับที่ 20-50 วัตต์ สามารถใช้ซ้อมในห้องส่วนตัวได้สบายๆ และยังสามารถต่อหูฟังหากผู้ใช้รู้สึกว่าเสียงดังเกินไปอีกด้วย แอมป์แต่ละยี่ห้อนั้นอาจให้คาแรคเตอร์เสียงที่แตกต่างกันไป ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกซื้อได้ตามความชอบ และแน่นอนว่าทั้ง 10 รุ่นนี้วางรอให้เพื่อนๆเป็นเจ้าของที่ร้าน Music Arms ทั้ง 5 สาขาทั่วกรุงเทพกันเลย และ 1 สาขาที่โคราช สามารถเข้ามาลองเสียงก่อนเลือกซื้อได้ ทางเรายินดีให้บริการเพื่อให้เพื่อนๆได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอครับผม

สายพ่วงเอฟเฟค Fender 6 นิ้ว

ขายเพียง  270฿ จาก  300฿

คีย์บอร์ด Casio SA-78

ขายเพียง  2,290฿ จาก  2,690฿

กีต้าร์ไฟฟ้า Gibson Explorer 2018

ขายเพียง  47,700฿ จาก  53,000฿