Epiphone AJ-210CE

ขายเพียง  10,800฿ จาก  12,000฿

สายแจ็ค Fender Deluxe Series 18.6 Ft. หัวตรง

ขายเพียง  900฿ จาก  1,000฿

แนะนำ 10 กีต้าร์ไฟฟ้า Squier แบรนด์ดี ราคาไม่ถึงหมื่น !!

เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหากีต้าร์ไฟฟ้าสำหรับเริ่มต้นเล่น กับราคาที่ไม่แพงมาก แบรนด์ดีเชื่อถือได้และมีคุณภาพ ก็อย่าลืมนึกถึงแบรนด์ Squier กันนะครับ เพราะยี่ห้อนี้อยู่คู่กับนักดนตรีมาอย่างยาวนานและผลิตกีต้าร์ดีๆออกสู่ตลาดมากมาย ซึ่งทาง Music Arms ก็เป็นตัวแทนจำหน่ายกีต้าร์ Squier อย่างถูกต้อง ทำให้เพื่อนๆที่เล็งยี่ห้อนี้อยู่ไม่ต้องไปหาซื้อไกลที่ไหน แวะเข้ามาที่ร้าน Music Arms เพื่อนๆก็จะได้กีต้าร์ Squier ทั้ง 10 รุ่นนี้ทันที หรือหากเล็งรุ่นอื่นๆไว้ก็สามารถเข้ามาสอบถามราคาและลองเสียงได้ที่ร้านเช่นกัน เพราะ Music Arms เป็นมิตรกับนักดนตรีทุกคนเสมอมานะจ๊ะ

แนะนำ 5 กีต้าร์ไฟฟ้า Epiphone แบรนด์ดังราคาไม่ถึงหมื่น !!

ทั้ง 5 รุ่นนี้คือกีต้าร์ไฟฟ้า Epiphone ราคาเบาๆที่แม้แต่มือใหม่ยังเป็นเจ้าของกันได้สบาย โดยวัสดุไม้ งานประกอบและทรงบอดี้ต่างอยู่ในระดับสูงคุ้มค่ากับราคา ถ้าเพื่อนๆคนไหนชอบกีต้าร์ทรง Les Paul หรือ SG ที่ไม่อยากเสียเงินซื้อรุ่นแพงก็มาลองเสียงกันได้ งานราคาถูกแต่คุณภาพเสียงดีเยี่ยมยังมีอยู่จริง เพราะแบรนด์ Epiphone การันตีอยู่แล้ว ซึ่งทาง Music Arms ก็เป็นตัวแทนจำหน่ายกีต้ารืไฟฟ้า Epiphone ทุกรุ่นอย่างถูกต้อง อยากได้ของดีแท้ๆไม่ต้องกังวล เดินเข้ามาที่ร้าน Music Arms ได้เลย ทางทีมงานของเรายินได้ให้คำปรึกษาและบริการอย่างเต็มที่ครับผม

5 คีย์บอร์ดมาแรงที่สุดแห่งปี 2020

ทั้ง 5 รุ่นนี้เป็นคีย์บอร์ดที่มาแรงแห่งปี 2020 แต่ละรุ่นล้วนแล้วแต่อัพเกรดทั้งเรื่องระบบเสียงให้สมจริง รวมถึงฟังก์ชั่นต่างๆไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟค หรือลูกเล่นในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แน่นอนว่าทาง Music Arms ก็ต้องตามตลาดดนตรีนำเอารุ่นใหม่ๆรวมถึงทั้ง 5 รุ่นนี้มาวางจำหน่าย เพื่อนๆคนไหนอยากเป็นเจ้าของหรือถ้ายังไม่แน่ใจจะมาลองเสียงกัน ขอเชิญได้ที่ร้าน Music Arms ทุกสาขานะครับ ทางเรายินดีให้บริการอย่างยิ่ง เพราะ Music Arms เป็นมิตรกับนักดนตรีทุกคนเสมอจ้าาาาา

Casio CT-X3000 VS Yamaha PSR-E463

สำหรับคีย์บอร์ดทั้งสองรุ่นนี้ต่างออกมาเมื่อต้นปี 2018 ทั้งคู่ โดยจะเป็นแบบ 61 แป้นคีย์ รองรับแรงสัมผัส 3 ระดับเช่นเดียวกัน คือ เบา, กลาง, หนัก หน้าตาจะคล้ายๆกันมีปุ่ม Pitch Band สามารถโยกปรับออคเต็ปได้ 1 ระดับเสียง พร้อมหน้าจอ LCD ตรงกลางเครื่อง คอยคุมคุมการใช้งาน ตรงนี้ทั้งสองค่ายทำออกมาได้คล้ายคลึงกัน อยู่ที่คนชอบแบบการดีไซด์

เรื่องโทนเสียงนั้น Casio ใส่มาให้ถึง 900 ซาวด์ มากกว่าทาง Yamaha ที่ใส่มาให้ 758 ซาวด์ รวมถึงจังหวะกลองที่ Casio มากกว่าที่ 50 กับ Yamaha 24 แบบ แต่ทาง Yamaha ใส่เสียงแบบ G-Lite ที่มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความก้องกังวานขึ้น รวมถึงระบบซาวด์กลองแบบ SFX ให้เสียงสมจริงมากกว่าเดิม ตรงนี้ก็อยู่ที่คนชอบความหลากหลายหรือความสมจริงมากกว่า

เรื่องเอฟคเฟคที่ให้มานั้นต้องบอกว่า Casio จัดเต็มมากกว่า เพราะมากกว่าถึงเท่าตัว ไม่กว่าจะเป็น Reverb 24 แบบ กับทาง Yamaha 12 แบบ Chorus ที่มากกว่าโดยมี 12 แบบ กับทาง Yamaha 5 แบบ และเอฟเฟค DSP ถึง 100 แบบ กับทาง Yamaha 10 แบบ เรียกว่าเรื่องเอฟเฟคนี่เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของ Casio CTX 3000 กันเลยทีเดียว

แต่ทาง Yamaha ก็มีทีเด็ดมาในรุ่นนี้เช่นกันนั่นก็คือระบบ Sampling สำหรับคนชอบทางนี้โดนเฉพาะ โดยทำได้ 3 แบบ คือ Normal, Oneshot, Loop มีระยะเวลา Sampling ที่ 9.6 วินาทีและสามารถ Sampling ได้จากการเชื่อมต่อ Aux in โดยจะเป็นระบบเสียงสเตอริโอ 16 บิท ความถี่ 44.1 Kz รวมถึงตั้งค่า Preset Groove ได้อีก 35 แบบ พร้อมฟังก์ชั่นการเป็น DJ

สำหรับการบันทึกเพลง Casio สามารถบันทึกเสียงแบบเรียลทาร์มได้ และบันทึกเพลงได้สูงสุด 10 เพลง 17 แทร็ค ความจุ 40000 ตัวโน๊ต ต่อ 1 เพลง ส่วนทาง Yamaha บันทึกเพลงได้ 6 แทร็ค (แทร็คเพลง 5 เพลง และ 1 จังหวะ) ความจุต่อเพลง 19000 ตัวโน๊ต ตรงนี้ Casio ดูจะเหนือกว่านิดๆ สำหรับเรื่องเสียงเรียกว่าสูสีเพราะลำโพงขนาด 6 วัตต์ทั้งคู่ และซาวด์ค่อนข้างดีตามมาตรฐาน

ข้อดี Casio CTX3000

  • ลูกเล่นเรื่องเสียงเหนือกว่าชัดเจน
  • เอฟเฟคที่ให้มาหลากหลายรูปแบบมากกว่า
  • สามารถบันทึกเพลงได้มากกว่า

ข้อดี Yamaha PRS-E463

  • เล่น Sampling ได้
  • มีฟังก์ชั่น Preset Groove
  • ฟังก์ชั่นการใช้งานค่อนข้างหลากหลายกว่า

บทสรุปสำหรับ Casio CT-X3000 VS Yamaha PSR-E463 ต้องบอกว่ามีดีคนละแบบ โดยทาง Casio ยังเน้นจุดขายของตัวเองอย่างเดิมคือลูกเล่นเรื่องเสียง ซึ่งหากใครชอบความหลากหลายเกี่ยวกับเสียงแล้วน่าจะเลือก Casio ส่วนทาง Yamaha เน้นไปที่ฟังก์ชั่นภาคการใช้งานซะมากกว่า โดยลูกเล่นอาจจะไม่เท่า แต่เรื่องเสียงมีการปรับปรุงใหม่มาได้ดี ถือว่าสูสีสมศักดิ์ศรี 2 แบรนด์ดังทางคีย์บอร์ด ใครชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามใจ และหากเพื่อนๆต้องการเลือกซื้อคีย์บอร์ด 2 รุ่นนี้ ก็ไม่ต้องไปไกล ร้าน Musicarms มีจำหน่ายทุกสาขาจ้า อย่าลืมแวะมาเยี่ยมชมกันนะครับ

รีวิวคีย์บอร์ด Yamaha รุ่น PRS-E463

Link

ดูจากหน้าตาการดีไซด์มีความทันสมัยมากขึ้น โดยจะเป็นคีย์บอร์ดขนาด 61 คีย์เช่นเดียวกับ E-453 ตอบสนองทัชชิ่งได้ 3 ระดับ และตั้งค่า Fixed (ไม่ใช้งาน) ได้ ด้านซ้ายมือจะเป็นปุ่มเลื่อน Pitch Blend โดยจะทำซาวด์เครื่องดนตรีได้ถึง 237 แบบ เพียงแค่กดปุ่ม Voice และใช้แป้นจานหมุน เช่นเดียวกับเสียงกลองแบบ SFX ที่มีการปรับปรุงให้สมจริงมากขึ้นถึง 24 แบบ

ฟังก์ชั่นหลักๆของทาง PRS-E453 เดิมนั้นถูกยกมาแทบทั้งหมดเพราะยังเป็นฟังก์ชั่นจำเป็นที่นักดนตรีต้องใช้งาน โดยจะควบคุมผ่านหน้าจอ LCD ภาษาอังกฤษที่ใช้งานง่าย ระบบหลักๆเช่น Metronome หรือฟังก์ชั่นบทเรียนก็ควบคุมผ่านหน้าจอนี้ได้

ตัวเอฟเฟคนั้นมีการปรับมาใช้เป็น DSP (Digital Signal Processor) มีผลทำให้เพิ่มสัญญาณเสียงเอฟเฟคกับเป้าหมายที่ระบุ หรือเสียงเอฟเฟคจะเข้มข้นขึ้น เป็นการปรับปรุงมาจากระบบซอฟแวร์ที่ทาง Yamaha เคยใช้ โดยควบคุมผ่านปุ่ม DSP ที่แผงคอนโทรลหน้าจอได้โดยตรง ตัวเอฟเฟคหลักๆยังให้มาครบครัน Reverb 12 แบบ, Chorus 5 แบบ และ DSP 10 แบบ

สิ่งที่พิเศษและเพิ่มเข้ามาในรุ่น PRS-E463 นี้คือฟังก์ชั่น Sampling และ Groove สามารถ Sampling ได้จากการเชื่อมต่อ Aux in โดยจะเป็นซาวด์สเตอริโอที่ความละเอียด 16 บิท และยังมีระบบ Quick Sampling โดยทำได้ 3 แบบ คือ Normal, Oneshot, Loop ระยะเวลา Sampling อยู่ที่ 9.6 วินาที ส่วน Groove นั้นตั้งค่าได้ถึง 35 แบบ จัดเรียงเพลงกันตามความชอบเลือก Selection ได้ 4 แบบ และ Music Climax 1 แบบ

เรื่องเสียงนั้นบอกเลยว่าหายห่วง ระดับคีย์บอร์ด Yamaha ทำออกมาได้ดีเยี่ยมทุกรุ่นอยู่แล้ว และทาง PRS-E463 มีการปรับใช้ AWM Stereo ระบซาวด์ที่สมจริงมากขึ้น พร้อมกับมีปุ่มเลือกเสียงแกรนด์เปียโนโดยตรงที่หน้าแผงควบคุม ทำให้นักดนตรีต่างยกนิ้วเลยว่าเสียงยอดเยี่ยม นอกจากซาวด์เปียโนแล้ว ยังมีการผสมเสียง G-Lite และ การปรับเสียงร้องอีกด้วย

คีย์บอร์ดรุ่นหลังๆของทาง Yamaha เป็น Work Station หรือการทำงานในเครื่องเดียวจบ ทาง PRS-E463 จึงมีระบบที่เอิ้อต่อการทำเพลงมากมายไม่ว่าจะเป็นระบบตัดเสียงแบบ Crossfade, ฟังค์ชั่นเสียงร้องทำเสียงแบบ Sweet ได้ 8 เสียง เสียง Cool ได้ 3 เสียง และเสียงไดนามิค ทำเพลงผ่านคอมพิวเตอร์โดนการโหลดแอปเสริมจากทางเวป Yamaha ได้โดยตรง และจัดเก็บเพลงผ่าน USB ได้ นับว่าเอนกประสงค์สุดๆ

ข้อดี

  • ปรับปรุงเรื่องเสียง สมจริงมากขึ้น มีเสียงแกรนด์เปียโน
  • Sampling ได้
  • มีระบบ Groove
  • สามารถทำเพลงได้ในตัวด้วยระบบ USB Audio Recorder

ข้อเสีย

  • ตัวเอฟเฟคค่อนข้างน้อย

เหมาะสำหรับ

  • คนชอบเทคโนโลยีใหม่ๆในคีย์บอร์ด
  • ผู้ชอบปาร์ตี้ อยากเป็น DJ
  • ผู้ต้องการคีย์บอร์ดคุณภาพดีไว้ออกงาน

บทสรุปกับคีย์บอร์ด Yamaha รุ่น PRS-E463 ถือว่าทำออกมาได้คุ้มค่าสมกับที่หลายคนรอคอย โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีนี่ต้องยกนิ้วให้กับทาง Yamaha ที่คิดค้นสิ่งใหม่ๆขึ้นมาไม่หยุดหย่อน แค่คีย์บอร์ดเครื่องเดียวก็สามารถทำเพลงได้ครบถ้วนและยังเป็น DJ ได้อีกด้วย สมกับคำว่า Work Station อย่างแท้จริง หากใครต้องการคีย์บอร์ดเจ๋งๆซักตัวคงไม่ต้องคิดมาก รุ่นนี้ตอบโจทย์แน่นอน และสามารถซื้อได้ที่ร้าน Musicarms ทุกสาขา ทางเรามีสินค้ารอให้เพื่อนๆเป็นเจ้าของกันอยู่นะจ๊ะ