เมโลเดี้ยน KANET 25คีย์

ขายเพียง  499฿ จาก  650฿

เมโลเดี้ยน KANET 37 คีย์

ขายเพียง  790฿ จาก  1,000฿

6 วิธีใช้เอฟเฟค Chorus อย่างสร้างสรรค์

พ้นจากใช้กับกีต้าร์ไฟฟ้ากันแล้ว เอฟเฟค Chorus ยังคงใช้กับเครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ ได้ด้วย

1.ใช้กับกีต้าร์ 12 สาย
แม้ว่าตัวกีต้าร์ 12 สายเองจะให้เสียงที่เป็น Chorus อยู่แล้ว แต่ถ้าลองใส่ Chorus ให้ Rate และ Depth ต่ำ ๆ ลงไปอีก จะช่วยหนุนความเป็นสิบสองสายได้อภิมหาโหดเลย

2.ใช้กับเปียโนไฟฟ้า
เปียโนไฟฟ้าอาจจะฟังดูไม่มีค่อยมีชีวิตชีวา ลองใส่ Chorus ลงไปเพิ่มความวูบวาบได้อีก

3.ใช้กับเสียงร้องบางท่อน
ถึงแม้ว่าคุณจะมีเสียงร้องที่ดีโคตร ๆ อยู่แล้ว ลองเพิ่ม Chorus สักท่อน หรือเน้นสักคำในบทเพลง ช่วยเพิ่มฟีลลิ่งได้

4.ใช้กับสแนร์
เหตุผลเดียวกับเปียโนไฟฟ้า ถ้าสแนร์ฟังดูไม่มีชีวิตชีว่าใส่ Chorus เลือก Rate และ Depth เหมาะ ๆ สแนร์ก็พลันเปลี่ยนเป็นโลกใบใหม่

5.ใช้กับเบส
เบสแนวเชื่อง ๆ ไม่ค่อยมีลูกเล่นเยอะ ๆ อาจจะฟังดูน่าเบื่อไปนิด ลองทา Chorus ลงไปหน่อย เพิ่มมิติทางเสียงดนตรีไปอีกระดับ

6.ใช้กับนักร้องส่วน backing vocal
ถ้าใช้เอฟเฟคตัวนี้กับนักร้อง back up อาจจะทำให้สองสามคนกลายเป็นหมู่คณะขนาดใหญ่ ค่อนข้างเพิ่มความทรงพลังในเพลง

พบกับบทความของเรา ตั้งแต่พุธ – อาทิตย์ ทุกสัปดาห์
อ่านบทความอื่น ๆ ต่อที่ musicarms.net/category/ma/content/
====================================
ขอขอบคุณ audio-issues.com

เงียบเป็นเป่าสาก กับวิธีแก้เสียงจี่

‘ปิ้กอัพ อิเล็กโทรนิคส์ เอฟเฟค และแอมป์ เป็นที่มาเสียงจี่ได้ทั้งนั้น เพราะเครื่องมือพวกนี้รับสัญญานจากอากาศเข้ามาแบบไม่เลือก ก่อเป็นเสียงรบกวนดังจี่ ๆ ขึ้นมา แต่…ปัญหานี้มันแก้กันได้…!’

เสียงจี่สำหรับบางคนถือเป็นเรื่องสาหัสสากรรจ์ แล้วก็มีที่มาหลากหลายเหลือเกิน เราลองมาดูวิธีแก้แบบเป็นราย ๆ ไปกันดีกว่า

ถาม เสียงจี่จากปิ้กอัพ แก้ยังไงดี?
ตอบ:

1. ส่วนมากเสียงจี่จะมาจากพวก Single-coiled ดังนั้นเราอาจจะเปลี่ยนปิ้กอัพไปเป็น Humbucking แต่วิธีนี้แลกมากับการเสียคาแรคเตอร์กีต้าร์ตัวเองไป
2. หรือใช้เอฟเฟค Noise Suppresor หรือ Noise Gate
3. ติดตั้งปิ้กอัพดัมมี่ (Dummy) ปิ้กอัพเดิมจะประกอบด้วยเสียงสายกีต้าร์กับเสียงรบกวน ในขณะที่ปิ้กอัพดัมมี่จะสร้างแต่เสียงรบกวนที่มีทิศตรงข้ามกับเสียงรบกวนในปิ้กอัพจริง ซึ่งพอใช้ร่วมกันจะหักล้างกันพอดิบพอดี

BOSS NS-2 Noise Suppressor

ถาม แล้วถ้าเป็นเสี่ยงจี่จากอิเล็กโทรนิคส์ในกีต้าร์ล่ะ?
ตอบ:

อิเล็กโทรนิคส์ข้างในกีต้าร์สามารถรับสัญญานรบกวนที่แผ่มาตามอากาศได้ สามารถแก้การรับสัญญานรบกวนด้วยการห่อปิ้กอัพด้วยฟอยล์ที่ต่อสายดิน ซึ่งต้องห่อดี ๆ ถ้าห่อไม่ดีเสียงย่านสูง ๆ จะถูกกลืนหายหมด

ถาม เอฟเฟคเสียงแตก จี่ได้ปวดประสาทมาก ทำไง?
ตอบ:

ใช้ทุกเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้นได้หมดเลย จัดการเสียงรบกวนทั้งหมดก่อนจะวิ่งเข้าไปที่เอฟเฟค แต่ขอเสริมหน่อยเกี่ยวกับการใช้ Noise Gate เพราะอาจส่งผลกับซาวด์เราได้ เนื่องจาก Gate ทำหน้าที่เหมือนทางเข้าทางด่วนที่ยอมให้เสียงดัง ๆ ลอดผ่านได้อย่างเดียว ซึ่งเราเป็นกำหนดว่าให้ดังเท่าไหร่ถึงจะผ่านไปได้ บางทีเราอาจจะตั้งไว้แล้วตัดเสียงของเราบางส่วนไปด้วย

Carlsbro NoiseGate

Carlsbro NoiseGate

ถาม เป็นไปได้ไหมว่าเสียงจี่มาจากแอมป์ จะเช็คยังไง? แก้ยังไง?
ตอบ:

จะเช็คเสียงรบกวนจากแอมป์ ทำตามนี้ ไม่ต้องต่อแจ็คเข้าไปในตัวแอมป์ แล้วลองเปิด volume เอาให้สุด ๆ ถ้าได้ยิน แสดงว่าแอมป์นี่แหละต้นเหตุแห่งความจี่ ลองเปลี่ยนตำแหน่งวาง เช็คแหล่งจ่ายไฟ ถ้ายังไม่หาย ปัญหาอันนี้เป็ยเรื่องปัจจัยภายในของแอมป์แล้ว

ปัญหาจากเสียงจี่มักมาจากปิ้กอัพ single-coiled ไม่ก็ใช้อุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์หรือเอฟเฟคถูก ๆ บางครั้งการแก้ไขอาจจะกินเงินมากกว่าหรือพอ ๆ กับเครื่องดนตรีที่เราซื้อมาด้วยซ้ำ เช่น ซื้อเอฟเฟค Noise suppressor หรือ Gate ดังนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำใจกันไว้แต่แรก

การซื้อของดี ๆ มาแต่แรก ปัญหาพวกนี้ก็จะเบาบางลงตามไปด้วยเหมือนกัน

==========================================
ขอขอบคุณ premierguitar.com

3+2 วิธี Metal ในแบบไม่ใช้ Distortion

แต่เราจะใช้เอฟเฟค Fuzz มาทำเมทัล!

Carlsbro Fuzz

Carlsbro Fuzz

ใครจะเล่นเมทัล มักจะมอกหาเอฟเฟคอย่าง Distortion ไม่ก็ Metal Zone มาหาใช้กันแน่นอน แต่เอาเข้าจริง
เราอาจไม่จำเป็นจะต้องใช้เอฟเฟคจำพวกนั้นก็ได้นะ ซึ่งเหมาะมากๆกับคนที่หาซาวด์เมทัลใหม่ๆ หรือคนที่อยากลองเล่นเมทัลดูบางโอกาสแต่ไม่คิดจะซื้อเอฟเฟคเสียงแตกดุๆโหดๆ

ยิ่งตอนนี้คอเมทัลสมัยใหม่ บางพวกก็เริ่มจะหันกลับไปเล่นซาวด์ออกไปทาง Black Subbath ยุคต้น ซึ่งซาวด์ที่ทำกันออกมาจะมี
ลักษณะแตกแบบ Fuzz ที่ให้เสียงหนาๆ หรือไม่ก็เป็นเอฟเฟคเสียงใหม่ๆที่อยู่ตรงกลาง ไม่ค่อนไปทาง Distortion, Fuzz หรือ Overdriveมากเกินไป

เอฟเฟคที่ต้องใช้: Fuzz, Compressor, Noise Suppressor(ตัวเลือกเสริม) และ Booster(ตัวเลือกเสริม)

เริ่มเลยก็
1. ปรับหน้าตู้ตามขั้นตอนนี้
-ลด Treble จนสุด
-ลด Mid ลงไปเหลือสัก 3
-เพิ่ม Bass ตรงนี้ต้องลองฟังไม่ให้มันมาก จนฟังดูกระแทกไป
-กลับมาเพิ่ม Treble เพื่อให้โน้ตฟังชัดขึ้น

2. เปิด Fuzz
ถือเป็นแม่ไม้เด็ด ที่เราเอามาใช้แทน Distortion ลองปรับเสียงแบบที่เราชอบดู แนะนำว่าใช้ Fuzz ที่ให้เสียงหนา ๆ จะดี

3. ใช้ Compressor ทำเสียงให้ฟังดูมีมวล เป็นก้อนๆ
ปรับ Attack ปรับให้พอฟังเป็นก้อน ๆ ส่วนSustain ต่ำๆ ตีพาวเวอร์คอร์ดฟังดัง ‘กะฉักกะฉัก’

+4. ลดเสียงจี่ด้วย Noise Suppressor หรือ Noise Gate
เอฟเฟคตระกูล Gain จะให้เสียงจี่ ซึ่ง Fuzz ก็ด้วย ดังนั้นถ้ารุ้สึกว่ามันจี่จนรบกวนการเล่นของเรา อาจต้องใช้เอฟเฟคชนิดนี้กันหน่อย

+ 5. เสริมกำลังด้วย Booster ต่อหน้าขบวนเอฟเฟค
เสริมเอฟเฟคตัวนี้ไว้แรก ๆ สำหรับคนที่ต้องการให้เสียงฟังดูมีพลังขึ้นไปกว่าเดิม

ถ้าใครอยากได้ซาวด์เมทัลที่ไม่ใช้ Distortion แบบชาวบ้านเค้า วิธีตามนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าทดลองไม่เลวเลยล่ะ

พบกับบทความของเรา ตั้งแต่พุธ – อาทิตย์ ทุกสัปดาห์
อ่านบทความอื่น ๆ ต่อที่ musicarms.net/category/ma/content/
====================================
ขอขอบคุณนิตยสารออนไลน์ Tonereport และเว็บไซต์ Menga

มารู้จักกับ 3 พี่น้องแห่งเอฟเฟค Tremolo

‘เอฟเฟค Tremolo มีอยู่ 3 ประเภท แต่ละประเภทให้เสียงคนละฟีลลิ่งกัน’

ถือเป็นเอฟเฟคที่มีความเก่าสุด ๆ ชนิดหนึ่งเลยทีเดียว มันปรากฏครั้งแรก ๆ ในช่วงยุค 60 ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชันติดกับแอมป์ ก่อนที่จะถูกบรรจุลงก้อน ๆ อย่างทุกวันมานี้ Tremolo จะให้เสียงแบบกระตุก ๆ เป็นห้วง ๆ ซึ่งให้ฟีลลิ่งแบบเก่า ๆ เพราะมักถูกใช้ในเพลงเก่าบ่อยมาก การจั่วหัวว่าสามพี่น้องคงจะไม่เห็นผิดนัก เพราะทั้งสามตัวมากันคนละปี คลานตามกันมาติด ๆ เราจะมาดูกันว่า Tremolo สามพี่น้อง มีลักษณะต่างกันยังไงบ้าง

BOSS TR-2 TREMOLO

BOSS TR-2 TREMOLO

1 Harmonic Tremolo
พี่ใหญ่ ผลิตในปี 1961 มากับแอมป์ Brownface ของ Fender ถือเป็นเอฟเฟคหายาก และอายุสั้น (ถูกเปลี่ยนด้วย Tremolo แบบอื่นไป) เนื่องจากวิธีทำงานที่ยุ่งยาก ด้วยการแบ่งสัญญานเสียงเป็นสองภาค แทรกคลื่นความถี่ต่ำ (LFO) ที่สัญญานแรกซึ่งลูกกรองให้เหลือแต่ย่านเสียงสูง ส่วนอีกสัญญานที่ถูกกรองเหลือย่านต่ำก็แทรกเหมือนกันแต่เป็นคลื่นที่กลับหัวกลับหางจากแบบแรก จากนั้นนำสัญญานสองภาคมารวมกัน ผลที่ได้คือการเน้นย่านเสียงสูง เสียงต่ำ วูบวาบสลับกันไป เป็นเอฟเฟคยำใหญ่ใส่สารพัด เป็นทั้ง Tremolo ก็ไม่ใช่ Vibrato ก็ไม่เชิง Phaser ก็ไม่ชัด

2 Bias Tremolo
น้องรอง ผลิตในปีช่วง 1963 พบในแอมป์หลอด อย่าง Vox ในช่วงแรก ๆ ลูกคลื่นเป็นห้วง ๆ มาจากการปรับกระแสไบแอสกับหลอดสุญญากาศ ซึ่งข้อเสียคือจะทำให้แอมป์อายุสั้น Tremolo นี้ให้คลื่นที่รุ่มรวยนิ่งลึก เป็นเหมือนของเหลวไหลเป็นก้อน ๆ ให้เสียงคล้ายพวกเอฟเฟคตระกูล Uni-vibe
ข้อดีของ Tremolo แบบนี้ ก็คือสัญญานเสียงที่วิ่งตามสายจะไม่ผ่านวงจรใดเลย ๆ และนี่ทำให้ได้เสียงที่เป็นธรรมชาติมาก ๆ

3 Optical Tremolo
น้องคนสุดท้อง ผลิตในช่วง 1965 มากับแอมป์ Blackface ของ Fender เจ้าเก่า เป็นสัญญานเสียงที่ผ่านวงจร Tremolo ที่ข้างในถูกออกแบบมาให้มีตัวรับสัญญานแสง และหลอดไฟที่ถูกตั้งค่าให้ค่อย ๆ สว่างและค่อย ๆ ดับ ตัวรับสัญญานแสงจะตอบรับกับความสว่างของหลอดไฟ และทำให้สัญญานเสียงดังขึ้นหรือลดลงตามความสว่างมากน้อย
ค่อนข้างจะให้เสียงที่หยาบกว่าและไม่ลุ่มลึกเท่ากับพี่ทั้งสองข้างบน แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของ Tremolo แบบ Square Wave

อยากได้สไตล์วินเทจอาจจะต้องมองหาแบบ Harmonic หรืออยากได้แบบสัญญานราบเรียบคงต้อง Bias แต่ถ้าสมัยใหม่ กระตุกหนัก ๆ แบบเพลง Dance แบบ Optical คือคำตอบของเรา ๆ เลย
ถ้ากำลังมองหาเอฟเฟค Tremolo อยู่ ก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ จะได้เลือกซาวด์ที่เหมาะเจาะกับเรา ๆ ได้นะ

=======================================
ขอขอบคุณ carlscustomamps.com, strymon.net และ premierguitar.com

9 แอปส์เด็ด! สำหรับฝึกเล่นไวโอลินโดยเฉพาะ

หาคนสอนเหรอ หรือหาคู่มือ น่าเบื่อเกินไปหรือเปล่า ลองพึ่งเทคโนโลยีหน่อยไหม วันนี้เราขอเสนอแอปส์เด็ด ๆ 9 แอปส์ ทั้งฟรีและไม่ฟรี ที่จะมาช่วยเพื่อน ๆ หัดไวโอลินกัน

หัดเล่นไวโอลินผ่านแอปส์

ถ้าบน iPhone
-Classical Violinist (ฟรี)
เป็นการเรียนการสอนผ่านเกมสนุก โดยจะมีเพลงคลาสสิคต่าง ๆ มาให้เราทดสอบ โดยการกดตำแหน่งฟิงเกอร์บอร์ดลงไปบนจอ ช่วยฝึกจำตำแหน่งโน้ตได้เป็นอย่างดี

-Learn Violin by Inside.com Inc (เสียเงิน)
ถือว่าดีมาก ๆ สำหรับมือใหม่ มีการสอนทักษะการตั้งสาย และใส่สาย ลงรายละเอียดลึกเรื่องท่าจับถือไวโอลินที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ติดตัวแบบผิด ๆ ไป ข้อมูลเบื้องต้นที่ต้องรู้ รวมถึงวิธีการดูแลไวโอลินอีกด้วย

-nTune: Violin Free (ฟรีตามชื่อ)
ข้อดีคือให้เสียงที่บันทึกเสียงไวโอลินมาจริง ๆ เป็นแอปส์ที่ผสานการเรียนรู้และการจูนเสียงไวโอลินเข้าด้วยกัน โดยให้จูนผ่านการฟังเสียงโน้ตบนสายแต่ละสาย มีเสียงทั้งแบบดีดสายและสีสาย

-Violin Flash Cards (เสียเงิน)
ตอบสนองต่อผู้ใช้ด้วยภาพบนการ์ด ช่วยกระตุ้นการจดจำตำแหน่งกดโน้ต การ์ดด้านหน้าแสดงชื่อโน้ต เมื่อพลิกกลับเพื่อดูเฉลย จะแสดงตำแหน่งกดบนฟิงเกอร์บอร์ดมาให้ มีตารางอ้างอิงเสียงโน้ตพร้อมตำแหน่งกด เอาไว้หัดจำหัดฟัง

หรือบน Android
-Violin Notes by BrainMelody (เสียเงิน)
ใช้ฝึกจำตำแหน่งโน้ตบนคอไวโอลิน มีภาพตำแหน่งโน้ตบนคอและบนตารางห้าเส้น มีเสียงโน้ตให้ฟัง ช่วยให้ผู้เรียนจำตำแหน่งได้เร็วและง่าย

-Violin Lesson Tutor from AMS Music (ฟรี)
เรียนรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน พร้อมคลิปการสอนที่ลิงค์กับ Youtube สอนเทคนิคต่าง ๆ มีโน้ตดนตรีให้ปรินท์มาเล่นอีกด้วย

-Violin by Egert (ฟรี)
เสียที่ว่าเสียงที่ออกมาจากแอปส์ฟังดูเป็นเสียงสังเคราะห์ไปหน่อย แต่ก็มีระบบเด็ด ๆ ไม่แพ้ Violin Notes ที่ต้องเสียเงินเลย ตำแหน่งจับกดโน้ตแสดงได้ละเอียด ดูง่าย

-Music Tutor Sight Read by VirtualCode.es (เสียเงิน แต่มีเวอร์ชันฟรีด้วย)
สำหรับผู้เรียนที่สนใจการฝึกอ่านเขียนโน้ต ผ่านแบบฝึกหัดที่กว้างตั้งแต่โน้ตช่วง Treble ยัน Bass

-Smart Chords and Tools by Schule Martin (ฟรี)
แอปส์แสดงคอร์ดที่สามารถเล่นได้บนเครื่องดนตรีเครื่องสายแทบทุกชนิด รวมถึงไวโอลินด้วย มีข้อมูลสเกล และตำแหน่งจับคอร์ดบนคอ จูนเนอร์และเมโทรโนม แบบฝึกหัดแยกเสียงโน้ต รวมถึงฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมาก จัดระดับผู้ใช้เป็นเลเวลตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงผู้เล่นที่มีประสบการณ์พอตัว

=======================================
ขอขอบคุณ connollymusic.com

3 วิธีใช้เอฟเฟคเสียงแตก ให้เหมาะตามสถานการณ์

หรือจะเถียง…เอฟเฟคเสียงแตกเป็นเอฟเฟคที่ใช้ง่ายที่สุดแล้ว แต่ลึก ๆ แล้ว เอฟเฟคเสียงแตกก็มีลูกเล่นที่ใช้ควบคู่กับแอมป์ได้ถึง 3 วิธีด้วยกันเลยทีเดียว
เรามาดูกันว่าแต่ละวิธีปรับ Setting ยังไง แล้วเอาไปใช้ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง

1. ใช้เป็นบูสต์
-ปรับแอมป์ให้เสียงแตก
-ปรับ gain ของก้อนให้ต่ำสุด เพิ่ม volume
วิธีนี้จะทำให้ เสียงแตกจากแอมป์ มี sustain มากขึ้น

Boss OS-2 Overdrive Distortion

Boss OS-2 Overdrive Distortion

2. ใช้เป็นเสียงแตกผสม
-ปรับแอมป์ให้เสียงแตกอ่อนๆ
-ปรับก้อนให้ gain น้อยๆ และ volume พอประมาณ
ให้เสียง compressed ที่เป็นธรรมชาติ เหมาะกับสาย rhythm แนว Blues และ Rock

Marshall DSL40C Amp Combo

3. ใช้เป็นเสียงแตกเต็มกำลัง
-ปรับแอมป์เป็นเสียง clean
-ปรับก้อน gain ให้มากหน่อย ปรับ volume ให้พอ ๆ กับความดังของเสียงตอนปิดก้อน
จะได้เสียง solo เด่นชัดขึ้นและความดังไม่กระโดดจากเดิมมากเกินไป

เอฟเฟคเสียงแตกเองก็มีมิติให้ใช้ได้หลากหลาย ผลลัพธ์แต่ละอย่างต้องเลือกใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ หวังว่าหัวข้อวันนี้จะให้ไอเดียมือใหม่ หรือทบทวนให้มือเก๋า ๆ หลายคนได้นะ

========================================
ขอขอบคุณเว็บไซต์ Texasbluevalley