LINE


7 วิธีในการเลือกซื้อกีต้าร์โปร่งแบบง่ายๆ

Musicarms มีทริกความรู้เล็กๆน้อยๆมาฝากอีกเช่นเคย เชื่อว่ามือใหม่ที่กำลังเลือกซื้อกีต้าร์เป็นของตัวเองครั้งแรกย่อมมีคำถามว่า “ซื้อกีต้าร์รุ่นไหนดี” “งบเท่านี้มีรุ่นไหนแนะนำมั่งครับ” หรือ “กีต้าร์รุ่นนี้เสียงเป็นยังไง” วันนี้เราจะมาแนะนำสิ่งสำคัญในการเลือกกีต้าร์เบื้องต้นที่หลายๆคนควรจะรู้ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อได้ง่ายมากขึ้น ปัจจัยหลักๆเราขอแยกเป็นข้อๆในสิ่งที่สำคัญซึ่งมือใหม่ควรที่จะรู้คร่าวๆ เพื่อให้การซื้อกีต้าร์โปร่งตัวแรกนั้นได้กีต้าร์ที่เสียงดี มีคุณภาพ และเหมาะต่อการใช้งานของเพื่อนๆจริงๆ ตรงนี้ Musicarms ขอแยกเป็นหัวข้อสำคัญ 7 อย่างที่เบื้องต้นแล้วคนเลือกซื้อกีต้าร์โปร่งหรือโปร่งไฟฟ้าควรจะศึกษาไว้ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นไปรับชมกันได้เลยครับผม

1. งบประมาณ

แน่นอนว่าการซื้อของทุกอย่าง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเงิน ในจุดนี้เพื่อนๆอาจตั้งงบประมาณไว้ว่ากีต้าร์ตัวแรกๆควรจะมีราคาเท่าไหร่ เพื่อช่วยในการตัดสนิใจมากขึ้น และเวลาไปถามที่ร้านจะได้คำตอบง่ายขึ้น เนื่องจากพนักงานขายแทบทุกคนต้องถามคำถามนี้กลับมาอยู่แล้ว “แล้วพี่มีงบเท่าไหร่ล่ะครับ” งบประมาณในการซื้อแต่ละคนย่อมแตกต่างกันตามฐานะ แต่เราขอแนะนำว่าควรมีงบประมาณ 4000 บาทเพื่อให้ได้กีต้าร์ที่มีมาตรฐานซักเล็กน้อยเช่นพวก Yamaha F310 หรือ Epiphone  หรือหากเพื่อนๆคนไหนกำลังเริ่มต้นหัดเล่น ยังไม่แน่ใจในตัวกีต้าร์และอยากได้ราคาเบาๆไปฝึกก่อน ปัจจุบันก็มีกีต้าร์ราคาพันต้นๆคุณภาพดีมากมายเช่น Gusta หรือ Preme ที่เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่ เมื่อได้งบประมาณที่ตั้งใจไว้แล้ว ถึงค่อยไปเลือกรุ่นกีต้าร์โดยอาจจะเลือกในเวป Musicarms ก่อน และสามารถไปลองที่ร้านได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Brand Guitar

2. ยี่ห้อ / แบรนด์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเลือกกีต้าร์สำหรับมือใหม่ยี่ห้อเป็นเรื่องที่สำคัญมาก บรรดามือโปรอาจจะพอเลือกซื้อกีต้าร์แบรนด์แปลกๆได้เพราะมีความรู้เรื่องเนื้อไม้และงานประกอบ แต่ถ้าคุณยังไม่มีความรู้เรื่องกีต้าร์มากพอ แนะนำให้ฝากความหวังไว้กับยี่ห้อดังๆอย่าง Yamaha, Veelah หรือ Fender จะดีกว่า เพราะอย่างน้อยๆก็เป็นเครื่องการันตรีได้ว่าตัวกีต้าร์นั้นผลิตออกมาจากโรงงานที่ได้คุณภาพและมีการตรวจเช็คสภาพก่อนวางจำหน่ายอย่างแท้จริง ทาง Musicarms ไม่แนะนำให้มือใหม่ใช้กีต้าร์แปลกๆเช่นกีต้าร์พม่า นอกจากเสียงหรือทัชชิ่งที่ไม่ได้มาตรฐานจนอาจจะอยากเลิกเล่นแล้ว ปัจจุบันยังมีกีต้าร์ราคาถูกมากมายที่ดีกว่าด้วยซ้ำ เช่นงานจากจีน หรือแบรนด์เช่น Gusta และ Preme ที่เราแนะนำไปในข้อ 1 เทียบราคาแล้วถือว่าได้คุณภาพแม้จะไม่ใช่แบรนดืดัง แต่หากใครชื่นชอบยี่ห้อกีต้าร์ไหนเป็นการส่วนตัวแล้ว แนะนำว่าให้มุ่งไปที่ยี่ห้อนั้นเลยดีกว่า เพราะจะมีผลต่อจิตใจทำให้เราอยากเล่นได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปทรงกีต้าร์โปร่ง

3. รูปทรงกีต้าร์

มือใหม่หลายคนน่าจะเคยเห็นกีต้าร์โปร่งหลายๆรูปทรง และคงเกิดคำถามว่าทำไมเค้าถึงผลิตทรงต่างๆออกมามากมาย แต่ละทรงมีข้อดีข้อเสียยังไง ถ้าจะพูดถึงทรงของกีต้าร์โปร่งแล้วในโลกนั้นมีเกิน 10 ทรงด้วยซ้ำไม่ว่าจะเป็นทรงหลักๆ, ทรงแบบวินเทจย้อนยุคสมัยเก่า, หรือทรงแปลกๆที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์นั้นๆ แต่สำหรับมือใหม่แล้วขออธิบายคร่าวๆว่าปกติแล้วกีต้าร์โปร่งจะมี 3 ทรงหลักคือ

  • ทรง D (dreadnought) ถือเป็นกีต้าร์ทรงมาตรฐาน ที่ได้รับความนิยมจากผู้เล่น  เน้นเล่นแบบตีคอร์ด Strumming เหมาะกับคนที่ต้องการ กีต้าร์โปร่ง ที่ให้ย่านเสียงที่หนา ชัดเจน มีความกังวาน แข็งแรง แต่จะมีขนาดที่ใหญ่ ไม่เหมาะกับคนตัวเล็กนัก
  • ทรง GA (grand auditorium) จะเป็นทรงได้รับความนิยมจากผู้เล่นอย่างกว้างขวาง ด้วยความที่ต้องการตอบโจทย์ผู้เล่นที่ชอบเล่นในแบบ Strumming รวมถึงฟิงเกอร์สไตล์ได้ เป็นทรงขนาดกลางๆ เล่นได้ค่อนข้างกว้าง
  • ทรง OM (orchestra model) จะเป็นทรงที่มีขนาดเล่นที่เล็กกว่า 2 ทรงที่ผ่านมา เสียงจะออกใสๆ โน้ตจะค่อนข้างชัดกว่า เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นแบบปิ๊กกิ้ง, เกา ด้วยขนาดที่เล็กกว่า ความตึงสายจึงน้อยกว่าจะทำให้สามารถจับคอร์ดได้ง่ายขึ้น ไม่เจ็บมือ แต่เสียงจะกังวานสู้ 2 ทรงแรกไม่ได้ เหมาะกับคนตัวเล็ก

ทั้ง 3 ทรงนี้คือทรงกีต้าร์โปร่งที่วางขายในตลาดมากที่สุดและหาได้ง่ายที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็จะมี 3 ทรงนี้เป็นหลัก ผู้เริ่มต้นอาจศึกษารวมถึงทดลองเล่นที่ร้านดูเยว่าตัวเองนั้นเหมาะกับทรงกีต้าร์แบบไหน ซึ่งตรงนี้มีผลอย่างมากทั้งเรื่องความถนัดในการเล่น รวมถึงเสียงกีต้าร์ที่ออกมาว่าจะตรงกับสไตล์การเล่นที่ชื่นชอบรึเปล่า เช่น ชอบเกาเบาๆก็อาจเลือกเป็นทรง OM ตรงนี้แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ size Guitar

4. ขนาดของกีต้าร์

ในปัจจุบันกีต้าร์โปร่งนั้นแตกแขนงออกไปยิบย่อยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปร่งไซส์เล็ก 34 นิ้ว แบบ Traveling หรือไซส์ 39 นิ้วสำหรับคนตัวเล็ก  เพื่อนๆควรจะดูว่าตนเองนั้นมีการใช้งานกีต้าร์ในรูปแบบไหนเป็นหลัก เช่นชอบที่จะไปเที่ยวทะเลบ่อยๆหรือไม่ รวมถึงขนาดรูปร่างของผู้เล่นก็เป็นสิ่งสำคัญ ก่อนที่จะเลือกซื้อกีต้าร์ประเภทต่างๆให้เหมาะสมกับตัวเอง กีต้าร์โปร่งตามท้องตลาดที่เพื่อนๆพบเห็นส่วนมากจะเป็นแบบ Full Size หรือ 40-41 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐาน จากนั้นก็ค่อยๆลดหลั่นกันไปจนถึงขนาดเล็กสุดที่ 30 นิ้ว หรือ 1/4 แต่ไวส์ขนาดนี้หายากมากเพราะจเป็นกีต้าร์สำหรับเด็กและได้เสียงไม่กังวานนัก ถ้าเป็นขนาด 1/2 ส่วนใหญ่จะมีชื่อเรียกว่า Baby Guitar เช่นกีต้าร์ Baby Taylor ส่วนขนาด 3/4 นั้นจะเล็กกว่าปกติเล็กน้อยเท่านั้นเหมาะสำหรับผู้หญิง บางคนอาจไม่ทราบว่ากีต้าร์มีหลายไซส์ ดังนั้นควรไปลองที่ร้านเพื่อความถนัดและรับรู้ซาวด์ของแต่ละขนาดด้วยตัวเอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ wood Guitar

5. ประเภทของไม้

ไม้ที่ใช้ผลิตกีต้าร์มีหลายประเภท ตั้งแต่เกรดดีเยี่ยมไปจนถึงเกรดธรรมดา ถ้าให้อธิบายไม้แต่ละประเภทจะยาวแน่นอนเพราะไม้ที่ใช้ทำกีต้าร์นั้นมีมากกว่า 50 ชนิดด้วยซ้ำ แต่เกริ่นไว้ก่อนว่าหลักๆของกีต้าร์โปร่งจะเป็นไม้สปรู๊ซ ตระกูลไม้สน ให้น้ำหนักเบาและเสียงกลางดี เหมาะสำหรับตีคอร์ด ไม้มะฮอกกานีให้เสียงหนานุ่มนวล เล่นได้ทั้งคอร์ดและฟิงเกอร์สไตล์ และยังมีไม้อิงเกิ้ลแมนสปรู๊ซ ที่มักใช้ในการทำกีต้าร์คลาสสิก เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นแนวเกา ดังนั้นการเลือกซื้อกีต้าร์ควรจะรู้ลักษณะของไม้ด้วยว่า ไม้แบบไหนเหมาะสมกับการเล่น หากใช้ไม้อิงเกิ้ลแมนมาสตรัมคอร์ดหนักๆ เสียงก็จะออกมาไม่เพราะ เป็นต้น โดยปกติแล้วกีต้าร์โปร่งที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นจะเป็นไม้สปรู๊ซหรือไม้มะฮอกกานี เพื่อนๆสามารถดูสเปคไม้ของกีต้าร์ต่างๆได้ทางหน้าเวป Musicarms โดยตรงก่อนมาลองเสียง หรือสามารถสอบถามทีมขายหน้าร้านได้ว่ากีต้าร์ตัวนี้ทำจากไม้อะไร จากนั้นค่อยลองเสียงว่าชื่นชอบหรือไม่ รวมถึงเนื้อไม้ก็มีผลต่อความสวยงามของกีต้าร์เช่นกัน หากไม่ชัวร์เรื่องไม้ทำกีต้าร์แล้ว แนะนำให้มาลองที่ร้านจะดีที่สุด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Neck Guitar C U V

6. คอกีต้าร์

นอกจากบอดี้แล้ว ส่วนที่มือใหม่ต้องสนใจในการเลือกซื้ออย่างมากคือเรื่องคอ เพราะการเล่นกีต้าร์นั้นต้องจับที่คออยู่ตลอดเวลา เบสิคเลยคือควรเลือกขนาดคอที่เหมาะมือจะช่วยให้การเล่นทำได้ง่ายขึ้น คอกีต้าร์เองก็มีทรงของมันเช่นเดียวกับบอดี้ซึ่งหลักๆเลยจะมีอยู่ 3 แบบ คือทรง U, ทรง C และทรง V ตรงนี้ง่ายสำหรับมือใหม่เพราะทรงคอนั้นก็ตามตัวอักษรเลย เช่นทรง C ก็จะคล้ายตัว C ทรง U ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมานิดๆคล้ายตัว U ทั้งสามแบบนี้ขึ้นอยู่กับความถนัดของคนเล่นโดยตรง บางคนอาจชอบทรง C เพราะบางเล่นง่าย แต่บางคนอาจชอบทรง U เพราะจับเต็มมือเหมาะกับการตีคอร์ด นอกจากทรงกีต้าร์แล้วก็ยังต้องดูเรื่องไม้ที่ใช้ทำคอเช่นเดียวกับไม้บอดี้อีกด้วย เพราะไม้ส่วนคอถือเป็นอีกปัจจัยหลักของเสียงกีต้าร์โปร่ง หลักๆก็จะมีไม้มะฮอกกานีที่ให้เสียงทุ้มหนา และไม้เมเปิ้ลที่ให้ย่านเสียงแหลมดี ที่สำคัญอย่าลืมเช็คคอกีต้าร์ก่อนซื้อว่ามีการงอหรือไม่อีกด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ pickup acoustic guitar

7. ภาคไฟฟ้า

ข้อนี้สำหรับกรณีที่บางคนอยากได้เป็นกีต้าร์โปร่งไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าเสียงไฟฟ้านั้นสำคัญพอๆกับเสียงโปร่งกันเลย จึงต้องอยากได้ภาคไฟฟ้าดีๆกันหน่อย ปกติแล้วกีต้าร์ยี่ห้อดังๆก็จะใช้ปิ๊กอัพไฟฟ้ายี่ห้อดังตามกันไปด้วยทำให้ไว้วางใจได้ตรงจุดนี้ ยี่ห้อปิ๊กอัพไฟฟ้าที่คุ้นหูกันดีก็คงไม่พ้น Fishman หรือ LR Bag ซึ่งหลายแบรนด์ก็เลือกใช้ หากมือใหม่ที่ต้องการภาคไฟฟ้าและยังไม่มีความรู้ลึกพอแนะนำให้ใช้กีต้าร์โปร่งไฟฟ้าที่เป็นแบรนด์พวกนี้ไปก่อน หรือถ้าต้องการความหลากหลายก็อาจดูที่แผงคอนโทรลของปิ๊กอัพนั้นว่ามีลูกเล่นอะไรบ้างเช่น Phase หรือการกลับเฟส รวมถึงบางรุ่นอาจมี Feedback ป้องกันเสียงหอน และที่มือใหม่จะขาดไม่ได้คือควรจะมี Tuner ไว้ตั้งสาย ถ้าจะให้ดีแนะนำว่าควรใช้ภาคไฟฟ้าที่สามารถปรับ EQ เสียงทุ้ม แหลม ได้ จะได้ซาวด์ที่ต้องการมากขึ้นไปอีก

และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มือใหม่ควรต้องศึกษาก่อนที่จะเลือกซื้อกีต้าร์ตัวแรกในชีวิต ทาง Musicarms หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนเลือกกีต้าร์โปร่งที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้นนะครับ แต่หากยังมีข้อสงสัยหรือเลือกกีต้ารืได้แล้วไม่รู้จะซื้อที่ไหน อันนี้ไม่ยากเลยเพียงแค่เพื่อนๆเดินเข้ามาที่ร้าน Musicarms ทุกสาขา จะได้สัมผัสกับกีต้าร์ที่คุณเล็งไว้อย่างแน่นอน เพราะเรามีทีมงานระดับมืออาชีพไว้คอยบริการเพื่อนๆอยู่แล้ว รักรุ่นไหนเล็งรุ่นไหนบอกมาเลย Musicarms พร้อมจัดให้เพื่อนๆนักดนตรีทุกคนครับผม

สินค้าแนะนำ
       
×