Author Archives: ZunWu
5 ตำนาน J-Rock ที่ต้องหามาฟัง !!!
Rock is never die นี่เป็นคำกล่าวถึงดนตรีร็อคทุกยุคทุกสมัยได้เป็นอย่างดี ดนตรีร็อคอยู่คู่กับ,ดกนี้มาอย่างยาวนานโดยมีต้นกำเนิกมาจากทางยุโรป ซึ่งทางฝั่งเอเชียเองก็มีวงร็อคดังๆที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกเช่นเดียวกัน จนทำให้เกิดแนวดนตรี J-Rock ขึ้นมาซึ่งจะแตกต่างจากร็อคของทางฝั่งตะวันตกอยู่พอสมควร ในช่วงปี 90′ น่าจะเป็นช่วงที่กระแสเพลงร็อคของทางฝั่งญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทต่อดนตรีไทยมากเพราะสมัยนั้นคนค่อนข้างคลั่งไคล้วัฒนธรรมจากแดนปลาดิบจนเกิดกระแส J-Pop, J-Rock ขึ้นมาทั่วบ้านทั่วเมือง วันนี้ Musicarms ก็จะขอย้อนยุคพาไปรู้จักกับวงร็อคญี่ปุ่นที่โด่งดังเป็นพลุแตกในบ้านเราจนต้องหามาฟังและบางวงก็ก้าวไปสู่ระดับโลกอีกด้วย
X-Japan
คงไม่มีใครไม่รู้จักกับวงนี้เพราะถือเป็นวงร็อคญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในประเทศ X-Japan ประกอบด้วยสมาชิก 5 คนคือ โยชิกิ (กลอง,เปียโน), โทชิ (ร้องนำ), ฮิเดะ (กีต้าร์) พาตะ (กีต้าร์) และ ฮีท (เบส) มาในแนวเพลงเมทัลและเพลงช้าแบบบัลลาด โดยมีเพลงที่โด่งดังหลายเพลงเช่น Enless Rain หรือ Say Anything ซึ่งเพลงเหล่านี้ต่อให้ไม่ใช่คอร็อคก็ยังต้องเคยผ่านหูกันมาบ้าง X-Japan สร้างชื่อเสียงจนได้เล่นคอนเสิร์ตที่โคเกียวโดมซึ่งถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศขณะนั้น จนมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อแฟนเพลงได้รับข่าวร้ายว่า Hide มือกีต้าร์เสียชีวิต ทำให้วงนี้ต้องยุติบทบาททางดนตรีเหลือไว้เพียงแค่ตำนานเล่าขาน ปัจจุบันก็มีการกลับมารวมวงกันอีกครั้งโดยมีโยชิกิที่ผันตัวเองเป็นผู้บริหารของ Sony เป็นผู้เริ่มโปรเจคทำให้แฟนพอหายคิดถึงกันไปได้บ้าง
Glay
วง Glay อาจจะดังน้อยกว่า X-Japan ในเมืองไทย แต่ที่ญี่ปุ่นนั้นความดังถือว่าตีคู่กันมาเลยจากที่เคยถามคนที่โน่น ประกอบด้วยสมาชิก 4 คนคือ เทรุ (ร้องนำ), ทาคุโร่ (กีต้าร์, เปียโน), ฮิซาชิ (กีต้าร์) และ จิโร่ (เบส) รวมตัวกันเล่นตามผับและไลฟ์เฮ้าส์จนได้มีโอกาสทำเพลงกับค่าย Platinum Record โดยมีโยชิกิมือกลองวง X-Japan เป็นโปรดิเซอร์ให้เริ่มออกอัลบั้มในปี 1994 โดยมีเพลงฮิตอย่าง I’m in love ที่สามารถทำยอดขายได้ถึง 4.8 ล้านแผ่น และโด่งดังถึงขนาดเปิดคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่ชื่อว่า Glay Expo ที่เมืองมาฮาคุริโดยครั้งนั้นมีผู้ชมมากเป็นประวัติการณ์ถึง 2 แสนคนและได้รับการบันทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก
L’arc en Ciel
วงนี้ถือว่าดังอย่างมากในเมืองไทยช่วงปี 90′ น้องๆ X-Japan กันเลย ด้วยลุคของนักร้องนำอย่างไฮด์ที่เท่บาดใจสาวๆอย่างแรง รวมไปถึงสไตล์การแต่งตัวคนอื่นๆทั้ง เท็ตสึ (เบส), เคน (กีต้าร์) และ ยูกิฮิโระ (กลอง) ที่ไม่ร็อคจ๋าจนเกินไปแบบ X ออกแนวนักศึกษาเท่ๆส่งผลให้มีคนแต่งตัวแบบวงนี้เยอะพอสมควร บวกกับฝีไม้ลายมือการเดินเบสไม่หยุดแบบเท่ๆของเท็ตสึ ทำให้วง L’arc en Ciel เข้าไปครองใจสาวกเมืองไทยได้อย่างรวดเร็ว ส่งเพลงเร็วอย่าง Stay Away มาให้มือเบสได้แกะไลน์เดินกันอย่างเมามันส์ หรือเพลงช้าอย่าง Pieces ก็ซึ้งกินใจ ทำยอดขายเกินล้านแผ่นรวมไปถึงการจัดคอนเสิร์ตแต่ละครั้งก็จำหน่ายบัตรหมดภายในเวลาไม่ถึง 5 นาทีอีกด้วย ปัจจุบันก็ยังกลับมารวมตัวเล่นคอนเสิร์ตกันอีกครั้งซึ่งฝีมือยังคงเฉียบเหมือนเดิม
Luna Sea
หากคุณเป็นวัยรุ่นในยุค 90′ ต้องเคยฟังเพลง I for You เพลงประกอบซีรี่ย์เรื่อง Precious Time หรือ อยู่เพื่อรัก ที่ได้พระเอกนางเอกแห่งยุคอย่าง เทเคชิ คาเนชิโร่ และ เคียวโกะ ฟุคุดะ แสดงนำซึ่งจากซีรี่ย์เรื่องนี้ทำให้เพลงของ Luna Sea โด่งดังเป็นพลุแตกไปด้วยคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ซีรี่ย์เกาหลีบุกในปัจจุบัน ทำให้เวลานั้นคนต่างหาผลงานของวง Luna Sea มาฟังกันยกใหญ่ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะฝีมือของ ริวอิจิ (ร้องนำ), สึกิโช (กีต้าร์, ไวโอลิน), อิโนรัน (กีต้าร์), เจ (เบส) และชินยะ (กลอง) ต่างไม่ธรรมดากันเลย โดยวงนี้ทำยอดขายได้ถึง 7 แสนแผ่น และแฟนเพลงของ Luna Sea ในประเทศไทยก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังจากได้ฟังผลงาน ส่งผลให้วงต้องกลับมารวมตัวกันเพื่อตอบรับแฟนๆในปี 2550 อีกครั้ง
Lucifer
วงนี้เปิดตัวในไทยครั้งแรกก็ได้รับเสียงกรี๊ดจากแฟนๆสาวอย่างล้นหลาม เพราะหน้าตาของนักร้องนำอย่าง มาโกโตะ นั้นเป็นที่ถูกอกถูกใจจนติดอันดับผู้ชายที่หน้าตาดีทุกโพลเมื่อช่วงปี 90′ แต่วงนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาอย่างเดียว เพราะฝีมือของ ยูกิ (กีต้าร์), อัตสึโระ (กีต้าร์), โทวะ (เบส) และ ซันตะ (กลอง) ต่างเป็นที่ยอมรับทั้งในญี่ปุ่นและเมืองไทย ซึ่งหากใครฟังเพลงของวงนี้แล้วจะรู้สึกแปลกๆเหมือนไม่ใช่ J-Rock กันเล็กน้อยเพราะมีกลิ่นอายของวิช่วลอยู่ทำให้รู้สึกเหมือนวังเวงแตกต่างจากลุคของนักร้องนำอย่างยิ่ง อย่างเพลง Realize ที่อาจจะฟังแล้วรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยแต่การเลือกคอร์ดและซาวด์ดนตรียังคงเปี่ยมความเป็น J-Rock อย่างเต็มที่
เชื่อว่าถ้าได้ฟังผลงานของทั้ง 5 วงนี้แล้วหลายคนก็อาจเปลี่ยนมุมมองต่อดนตรี J-Rock เสียใหม่ เพราะนอกจากจะมีเอกลักษณืเป็นของตัวเองที่มีกลิ่นอายเอเชียแล้ว ความสามารถของแต่ละวงยังเจ๋งไม่แพ้ทางฝั่งยุโรปเลย จากที่เมื่อก่อนหลายๆวงโดนค่อนขอดเรื่องสไตล์การแต่งตัวหรือขายหน้าตาก็เห็นได้ชัดว่ามีดีเหมือนกัน ปัจจุบันเองก็มีวง One Ok Rock จากญี่ปุ่นที่ไม่ธรรมดาน่าฟังเช่นเดียวกับวงรุ่นพี่ หากใจเปิดใจฟังเพลงร็อคจากทางเอเชียก็เชื่อว่าเพื่อนๆจะได้มุมมองและซาวด์ใหม่ๆมาใช้สร้างสรรค์แนวดนตรีของตนเองได้มากขึ้นอีกด้วย
ขอบคุณรูปภาพจาก Youtube, Siamzone
8 ทริคหัดเล่นกีต้าร์สำหรับคนมือเล็ก
กีต้าร์นับเป็นเครื่องดนตรีสากลที่คนนิยมเล่นกันมากที่สุด หลายๆคนจึงอยากหัดเล่นกีต้าร์เพื่อไปร่วมแจมกับเพื่อน หรือเพื่อความบันเทิงส่วนตัวกันไม่น้อย ซึ่งมือกีต้าร์นั้นส่วนมากที่เห็นกันจะมีนิ้วมือที่ยางทำให้จับเฟรตได้ค่อนข้างกว้าง แต่ก็มีมือใหม่หลายรายอาจต้องท้อแท้กับความไม่ยุติธรรมในร่างกายเช่นเป็นคนมือเล็กหรือบางคนนิ้วอาจจะสั้นไปนิด ทำให้เวลาฝึกเล่นกีต้าร์แล้วค่อนข้างลำบาก เรียนรู้ช้าจนถึงขั้นเบื่ออยากจะเลิกเล่นกันไปเลย
แต่อย่าเพิ่งท้อเพราะมือกีต้าร์ขั้นเทพที่มือไม่ใหญ่ก็มีให้เห็น เช่น Randy Rhoads มือกีต้าร์วงออสซี่ ออสบอร์น ที่ขนาดมือแคบมากเมื่อเทียบกับคนยุโรปทั่วไปแต่ยังโซโล่ได้ถึงใจจนมีชื่อเป็นมือกีต้าร์ลำดับต้นๆของโลก วันนี้ทาง Musicarms จะมีทริคเล็กๆน้อยๆสำหรับคนมือเล็กมาฝาก เพื่อที่จะช่วยให้การเล่นกีต้าร์ของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
นิ้วก้อยเป็นสิ่งสำคัญ
การมีมือเล็กทำให้นักกีต้าร์แนวนี้ต้องงัดตัวช่วยลำดับแรกมาก่อนซึ่งก็คือนิ้วก้อย ปกติแล้วนิ้วก้อยจะเป็นนิ้วที่ไม่ค่อยได้ใช้กันในการโซโล่หรือจับคอร์ดจนหลายๆคนอาจลืมเผลอๆเล่น 3 นิ้วไปเลยก็ยังมี แต่สำหรับมือกีต้าร์มือเล็กแล้วเป็นเรื่องต้องห้ามโดยเด็ดขาด เพราะคุณต้องใช้นิ้วก้อยมาเป็นตัวเพิ่มระยะความกว้างในการจับเฟรตรวมไปถึงเพิ่มความไวในการโซโล่ ดังนั้นหากคุณยังติดนิสัยไม่ค่อยใช้นิ้วก้อยให้เปลี่ยนมันซะใหม่เดี๋ยวนี้ เริ่มจากหัดวางนิ้วตามแพทเทิลที่ถูกหลักใช้นิ้วก้อยให้มากๆ และคุณจะรู้สึกว่าการซ้อมกีต้าร์ของคุณง่ายขึ้นเยอะ
จับเฟรตในให้มากกว่าเฟรตนอก
ไม่ได้เล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ในเมื่อมือเราเล็กแล้วก็ต้องหาทางออกอื่นๆ ซึ่งหนึ่งในทางเลือกก็คือมาเล่นเฟรตในให้มากขึ้นเพราะแคบกว่านั่นเองยังไงมันก็คือคอร์ดเดียวกันอยู่แล้ว ช่น การตีพาวเวอร์คอร์ด F ที่เป็นคอร์ดปราบเซียนของผู้หัดเล่นกีต้าร์ทั้งหลายเพราะต้องจับสาย 6 เฟรตแรกคู่กับสาย 5 เฟรต 3 ซึ่งกว้างและยาก เราก็หันมาเปลี่ยนเป็นจับคอร์ดในที่จับสาย 5 เฟรต 8 คู่กับสาย 4 เฟรต 11 แทน รวมไปถึงการโซโล่ที่ต้องหัดโซโล่ในเฟรตที่ใกล้กับเฟรต 12 ให้มากขึ้นเพราะช่องเฟรตแคบเหมาะกับคนมือเล็กนั่นเอง
ดร็อปสายเป็นคีย์ D
ทริคอันนี้เหมาะกับผู้ที่มีกีต้าร์ส่วนตัวอย่างมาก เพราะการดร็อปสายเป็นคีย์ D นั้นทำให้คุณจับสายในเฟรตในมากขึ้นนั่นเอง มันจะคล้ายคลึงกับข้อ 2 แต่ถ้าคนมีกีต้าร์เองก็สามารถเลือกใช้วิธีได้ตามใจชอบ และวิธีนี้จะได้เปรียบกว่านิดๆเพราะเหมาะกับคนเล่นอะคูสสิคซึ่งนิ้ว กลาง นาง ก้อย ไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการวางนิ้วในการจับคอร์ดมาก แต่อาจจะงงในช่วงแรกกันเล็กน้อย ซึ่งถ้าหากเล่นจนชินมือแล้วจะช่วยให้ง่ายขึ้นอย่างมากเช่นการจับคอร์ด F ที่เฟรตที่ 3 นั้นมีช่องเฟรตที่แคบกว่าการจับคอร์ด F ที่เฟรตแรกพอสมควร
ใช้ Tapping ให้มาก
วิธีนี้เหมาะสำหรับมือกีต้าร์ที่ชื่นชอบการโซโล่ เพราะการ Tapping นั้นความกว้างของมือแทบจะไม่มีผลเลยเนื่องจากคุณใช้นิ้วจิ้ม แต่กว่าจะฝึกวิธีนี้ได้คงต้องใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากค่อนข้างยาก และต้องทำให้ซาวด์กลมกลืนคล้ายคลึงกับการดีดอีกด้วย แต่ถ้าหากมือกีต้าร์มือเล็กคนไหนชอบเรื่องการโซโล่จริงๆแล้วก็น่าลองหัดวิธีนี้ไม่น้อย เพราะนอกจากจะช่วยให้เล่นง่ายแล้วคุณยังจะได้เทคนิคเจ๋งๆไว้โชว์ตอนโซโล่ให้คนฮือฮาอีกด้วย
Capo เพื่อนในยามยาก
อุปกรณ์ตัวช่วยในการเล่นกีต้าร์อย่าง Capo ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนมือเล็ก เพราะเพียงแค่คุณหนีบคาโป้คงบนตัวกีต้าร์แล้ว ตำแหน่งของตัวโน๊ตก็จะเปลี่ยนไปอยู่เฟรตในมากขึ้นทำให้จับถนัดมือ หรือจะใช้ในกรณ๊ที่เราต้องการเปลี่ยนคีย์ของดนตรีก็ยังได้ ความได้เปรียบของ Capo คือมีตัวช่วยในการจับ”คอร์ดเปิด” เช่นคอร์ด E ที่ต้องจับเฟรตแรก ซึ่งถ้าหากคุณหนีบคาโป้แล้วก็สามารถมาจับที่เฟรต 3 ได้แบบสบายๆโดยไม่ต้องทาบเพราะมีตัวช่วยแล้วนั่นเอง Capo จึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่คนมือเล็กควรมีติดตัวไว้ยามเล่นกีต้าร์
เลือกสายกีต้าร์แบบเล็ก
ถ้าหากคุณคิดจะเล่นกีต้าร์ตามแบบปกติโดยไม่ใช้ตัวช่วยแล้ว การเลือกสายกีต้าร์ให้เหมาะสมนั้นมีผลต่อคนมือเล็กเป็นอย่างมาก ปัจจุบันสายกีต้าร์มีหลายขนาดตั้งแต่เบอร์ 0.9 ไปเรื่อยๆซึ่งหนาขึ้น แต่สำหรับคนมือเล็กแล้วการเล่นสายกีต้าร์หนาๆนั้นไม่เป็นผลดีเอาเสียเลยเนื่องจากต้องใช้แรงกดค่อนข้างมากทำให้นิ้วมีอาการเมื่อยล้า ซึ่งถ้าหากจะลดภาระของนิ้วมือควรจะเลือกสายกีต้าร์เบอร์ 0.9 ที่มีขนาดเล็กที่สุดเป็นดี ถ้าเริ่มเล่นกีต้าร์แล้วไม่เจ็บนิ้วขั้นตอนต่อไปก็ง่ายขึ้นเยอะและจะมีกำลังใจในการซ้อมต่อไปอีกด้วย
เลือกกีต้าร์ชนิดเฟรตแบบ Narrow
การเลือกกีต้าร์สำหรับคนมือเล็กเป็นสิ่งสำคัญเพราะต้องคำนึงถึงขนาดมือและนิ้วที่แตกต่างจากคนอื่น เวลาเลือกกีต้าร์นั้นจึงต้องพิจารณาสเป็คกีต้าร์ดีๆโดยปกติแล้วจะมีบอกไซด์เฟรตอยู่แล้ว (ทาง Music Arms จะบอกขนาดเฟรตทุกรุ่น) สำหรับคนมือเล็กแล้วบอกลาพวกเฟรตขนาดจัมโบ้หรอื Medium-Jumbo ไปได้เลยเพราะช่องเฟรตจะกว้างทำให้กางนิ้วลำบาก จึงควรหากีต้าร์ที่มีขนาดเฟรต Narrow อย่างกีต้าร์ Ibanez หรือกีต้าร์ญี่ปุ่นที่ผลิตมาโดยคำนึงถึงสรีระคนเอเชีย แม้จะแคบกว่าไม่กี่มิลก็ถือว่าช่วยไปได้เยอะทำให้เล่นง่ายมากพอดู
ซ้อมกีต้าร์อย่างหนักในทุกๆวัน
วิธีสุดท้ายและสำคัญที่สุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการ Back to Basic กลับมาฝึกซ้อมกันต่อไป เพราะไม่ว่าจะเป็นคนมือเล็กหรือมือใหญ่ชั่วโมงบินในการฝึกซ้อมถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นวิธีง่ายๆที่มือกีต้าร์ทุกคนต้องเผชิญ หากคุณซ้อมหนักเพียงพอไม่ว่าขนาดมือหรือนิ้วเล็กแค่ไหนคุณก็สามารถเป็นมือกีต้าร์ขั้นเทพได้ ดังนั้นในช่วงเริ่มเล่นอย่างเพิ่งน้อยใจในโชคชะตาว่าทำไมฉันนิ้วไม่ยาวเหมือนคนอื่น เปลี่ยนความคิดนี้ซะลองซ้อมให้มากๆเสียก่อน ซึ่งรับรองได้เลยว่าคนที่มีพรแสวงนั้นความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกลแน่นอน
ขอบคุณบทความจาก Spindity
ขอบคุณรูปภาพจาก Spindy, Youtube
เล่นเบสก็ดังได้ !!! 5 มือเบสสุดปังของไทย
เบสถือเป็นเครื่องดนตรีหัวใจหลักของวง เพราะต้องควบคุมทั้งจังหวะให้เข้ากับกระเดื่องกลอง และยังต้องเล่น Rhythm เสริมให้วงมีความแน่นขึ้นด้วย แต่อนิจจาชีวิตมือเบสช่างอาภัพนัก เพราะแทบจะเป็นตำแหน่งที่อยู่ในมุมมืดตลอดแตกต่างกับนักร้องนำและมือกีต้าร์ที่มักจะโดดเด่นกว่า หรือจะวัดกับมือกลองก็ยังเป็นรองด้วยซ้ำ เอาง่ายๆขนาดวงร็อคดังๆของประเทศหลายวงคนยังไม่รู้จักชื่อมือเบสเลยด้วยซ้ำถ้าไม่ได้ชื่นชอบเครื่องดนตรีชนิดนี้จริงๆ แต่ก็มีมือเบสที่สามารถพลิกตนเองจากมุมนั้นขึ้นมามีชื่อเสียงทัดเทียมกับตำแหน่งเด่นๆเช่นนักร้องนำของวงได้เช่นกัน แน่นอนว่าอย่างแรกต้องมีคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนรวมไปถึงฝีไม้ลายมือที่ต้องน่าจับตาอีกด้วย วันนี้ Music Arms จะมาแนะนำ 5 มือเบสที่เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะรู้จักชื่อเสียงของพวกเขากันดีเพราะดังอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ
จักรพงศ์ สิริริน (สอง Paradox)
น่าจะเป็นคนที่ดังรองมาจาก ต้าร์ (นักร้องนำและมือกีต้าร์ของวง) ด้วยซ้ำ ด้วยลีลาการเล่นที่กวนได้ใจคนดู รวมไปถึงคาแรคเตอร์ที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร ช่วงแรกนั้น สอง พาราด็อกซ์ มักจะแต่งเป็นผู้หญิงขึ้นเวทีและถักเปียทำให้โดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมวงตำแหน่งอื่นๆ แต่เรื่องฝีมือก็เป็นที่ยอมรับของคนฟังชาวร็อคเช่นกันว่าร้ายเหลือเกิน เป็นหนึ่งในมือเบสไม่กี่คนที่โด่งดังจนถึงขนาดได้เล่นภาพยนตร์เรื่อง เก๋าเก๋า โดยรับบทเป็นมือเบสในเรื่องเช่นกัน นอกจากจะเล่นหนังแล้วก็ยังเป็นพิธีกรและดีเจทำให้แฟนๆได้คุ้นหน้าคุ้นตากันมากขึ้น เรียกว่าเป็นมือเบสที่แทบจะดังที่สุดในประเทศก็ว่าได้
ธนดล ช้างเสวก (ปิ๊ด Bodyslam)
สมาชิกวงร็อคอันดับ 1 ของเมืองไทยที่แยกตัวออกมาพร้อมกับ ตูน นักร้องนำก่อนจะมาฟอร์มวงใหม่กับยอดและชัดนักดนตรีที่เคยร่วมงานกันมาและมากในความสามารถ แต่ชื่อของปิ๊ดนั้นกลับโดดเด่นไม่น้อยไปกว่ามือกีต้าร์หรือมือกลองอย่างสองคนหลังเลย ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเป็นสมาชิกตั้งแต่รุ่นบุกเบิกของวงอีกทั้งรูปร่างหน้าตาที่ดูดีจนสาวกรี๊ดไม่น้อย เรื่องฝีมือก็คงไม่ต้องพูดถึงกันให้มากเพราะระดับวงบอดี้แสลมนั้นต้องโหดพอตัวอยู่แล้ว ปิ๊ดจัดว่าเป็นมือเบสที่โด่งดังในกลุ่มวัยรุ่นหรือสาวกเพลงร็อคไทยอย่างมากทั้งที่เจ้าตัวไม่รับงานนอกเลย เรียกว่าดังเพราะวงตนเองล้วนๆนะจ๊ะ
ปรชญา รามโยธิน (มิ้นท์ ETC)
มือเบสจากวงที่มากด้วยความสามารถอย่าง ETC ที่มีนักร้องนำเสียงดีอย่าง หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท ซึ่งแน่นอนว่านักร้องนำย่อมต้องโด่งดังมากที่สุด แต่ที่แปลกกว่าวงอื่นคือวงนี้คนที่ดังรองมาจากนักร้องนำนั้นกลับเป็นมือเบสอย่างมิ้นท์ซะอย่างนั้นด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดีจนสาวหลงรวมไปถึงฝีมือขั้นเทพที่แฟนเพลงต้องตะลึง ถึงขนาดมีเบสรุ่น Slap by Mint ETC ออกมาให้แฟนๆได้ซื้อไปใช้กัน ปัจจุบันช่วงหลังมิ้นท์ ETC ก็เริ่มออกงานมาให้เห็นตามจอโทรทัศน์กันมากขึ้นเช่นมาออกรายการ I can see your voice คู่กับหนึ่ง ทำให้หลายๆคนเริ่มรู้จักมือเบสรูปหล่อคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆและโด่งดังไม่แพ้มือเบสรายอื่นๆ
นรเทพ มาแสง (นอ Crescendo)
อดีตมือเบสขั้นเทพจากวง Pause ที่มีนักร้องนำเสียงหวานๆอย่างพี่โจ้สร้างเพลงฮิตติดชาร์ตไปทั่วประเทศก่อนจะเสียชีวิตไป ซึ่งพี่นอนนั้นก็ถือว่ามีชื่อเสียงพอตัวในฐานะมือเบสวง Pause อยู่แล้วเพราะ Line เบสแต่ละเพลงเช่น “ที่ว่าง” นั้นติดหูคนฟังจนต้องหาว่ามือเบสชื่ออะไรกันเพียบ จนได้พบกับ บี พีระพัฒน์ จึงรวมวงขึ้นมาภายใต้ชื่อ Crescendo เป็นภาษาอิตาลีว่าค่อยๆดังขั้นเรื่อยๆ แต่เรื่องความดังนั้นต้องบอกว่าพี่นอนนั้นตีคู่มากับพี่บีตั้งแต่แรกเริ่มเพราะได้รับการจับตามองในฐานะสมาชิกวง Pause เก่า ซึ่งผลงานกับวงใหม่นั้นพี่นอก็ยังรักษามาตรฐานไว้ได้ไม่ตกและดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ จนคนยกย่องให้เป็นหนึ่งในมือเบสที่น่าจับตาของประเทศไทยกันเลย
เทวฤทธิ์ ศรีสุข (หรั่ง Sillyfools)
อดีตวงร็อคหมายเลข 1 ของไทยที่แต่ละตำแหน่งชื่อเสียงโด่งดังกันทุกคน เรียกว่าออกจอทีวีคนฟังเพลงก็จะชี้ได้ทันทีว่าตำแหน่งไหนชื่ออะไร ซึ่งพี่หรังก็โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ถักผมเดร็ดล็อคมาทุกชุด เรื่องฝีมือนั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมือเบสสุดเจ๋งของเมืองไทยอยู่แล้วเพราะเป็นถึงระดับมือเบสวงนี้ อีกทั้งยังเคยออกอัลบั้มมา 1 ชุดหลังจากที่วง Sillyfools แยกย้ายกันไปทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าดังไปทั้งวงสำหรับวงดนตรีมากความสามารถอย่างซิลลี่ฟูลส์
ทั้ง 5 ท่านนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจกับมือเบสหลายคนที่เริ่มเบื่อกับมุมมืดของตนเองได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะเลือกเครื่องดนตรีชนิดนี้แล้วและทำใจกับการเป็นแบ็คอัพเงียบๆแต่เชื่อว่าลึกๆในแจคงต้องมีความอยากออกมาอยู่ด้านหน้าเวทีกันบ้าง ซึ่งก็จะเห็นได้ว่ามีหลากหลายวิธีในการนำเสนอให้ตนเองขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนั้น แต่ก่อนอื่นใดคงต้องพัฒนาฝีมือให้ขั้นเทพซะก่อนด้วยการซ้อมอย่างหนักหน่วงไม่แพ้ทั้ง 5 มือเบสที่ยกมานี้ มิฉะนั้นเด่นแล้วฝีมือไม่ถึงขั้นก็คงโดนบ่นไม่น้อย ว่าแล้วก็อย่าลืมซ้อมให้หนักก่อนคิดจะเด่นกันนะจ๊ะ
ขอบคุณรูปภาพจาก youtube, facebookfanpage












