LINE


น้ำหนักเบากว่า เล่นได้นานกว่า | Sire Marcus Miller M6 Headless

ไปซื้อ น้ำหนักเบากว่า เล่นได้นานกว่า | Sire Marcus Miller M6 Headlessที่สาขา

รีวิว Marcus Miller M6 Series: เบส Headless น้ำหนักเบา คุณภาพระดับโปรในราคาที่เข้าถึงได้

ปรัชญาแบรนด์ Sire และความร่วมมือกับ Marcus Miller

คุณบุ๊ก Aliz ซึ่งเป็นศิลปิน Endorser ของ Sire ได้กล่าวถึงความประทับใจส่วนตัวต่อเบส Sire ว่าเป็นเบสที่ ตอบโจทย์มือเบสในอุดมคติ ด้วย คุณภาพเสียงที่ดี ปรับแต่งง่าย เข้าใจง่าย และราคาไม่สูงเกินไป

แบรนด์ Sire ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือกับ Marcus Miller ซึ่งเป็นมือเบส Fusion ระดับโลก โปรดิวเซอร์ และนักดนตรีแบ็คอัพที่ได้รับรางวัลแกรมมี่มากมาย โดยมีแกนหลักในการสร้างแบรนด์คือการนำเสนอเบสที่มี คุณภาพดีในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็น มือใหม่ (Beginner) ไปจนถึงมืออาชีพ (Professional)


ภาพรวม Marcus Miller M6 Series

Marcus Miller M6 เป็นเบสไฟฟ้าที่มีให้เลือกทั้งแบบ 4 สาย, 5 สาย และ 6 สาย โดยมีจุดเด่นสำคัญคือเป็น เบสหัวตัด (Headless Bass) ซีรีส์แรกของ Sire ที่มาพร้อม รูปลักษณ์โมเดิร์นและสวยงาม

  • น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ: Sire เคลมว่าเบสหัวตัดของพวกเขามีน้ำหนักเบามาก โดยรุ่น 4 สายมีน้ำหนัก ไม่ถึง 4 กิโลกรัม (ประมาณ 3 กิโลกรัมกว่าๆ) ซึ่งเบากว่าเบส 4 สายทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด คุณบุ๊กยืนยันว่าเป็นเบสที่ เบามาก จากประสบการณ์ที่เคยสะพายเบสมาหลายรุ่น

Marcus Miller M6 4-สาย: รายละเอียดและคุณสมบัติ

รูปลักษณ์และน้ำหนัก:

  • ดีไซน์หัวตัด ที่ดู โมเดิร์นและดุดัน สีออกแนว อมแดงอมน้ำตาลเข้ม ไม่ฉูดฉาดเกินไป
  • คุณบุ๊กประทับใจใน น้ำหนักที่เบามาก ของเบสรุ่นนี้

สเปคไม้และคอ:

  • บอดี้: เป็นไม้ Mahogany เคลือบด้าน (Satin Finish)
  • สำหรับสีดำ: บอดี้จะใช้ไม้ Swamp Ash ซึ่งสามารถมองเห็น ลายไม้ได้อย่างชัดเจน
  • คอ: ทำจากไม้ Maple สลับ Mahogany 5 ชิ้น ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความมั่นคง

ฟิงเกอร์บอร์ดและเฟรต:

  • ฟิงเกอร์บอร์ด: เป็นไม้ Ebony สีเข้ม
  • เฟรต: เป็นแบบ Multiscale (มัลติสเกล) ซึ่งไม่ได้วางตรงเหมือนเบสทั่วไป ช่วยให้เล่นง่ายขึ้นในแต่ละตำแหน่ง
    • คุณบุ๊กให้ข้อสังเกตว่า สำหรับคนนิ้วเล็ก สายบนอาจจะรู้สึกเอื้อมเล็กน้อย แต่ สายล่างจะเล่นง่ายขึ้นมาก เพราะเชฟจะแคบลง ทำให้เล่นโน้ตเร็วๆ หรือโซโล่ได้ง่าย
  • ความยาวสเกล: อยู่ที่ 33-35 นิ้ว
  • ขอบฟิงเกอร์บอร์ด (Edgeless Fretboard): เป็นจุดเด่นที่ Sire ภาคภูมิใจ ออกแบบให้ ขอบฟิงเกอร์บอร์ดเนียนมือมาก สัมผัสลื่นไหลไปกับเฟรต ไม่รู้สึกบาดมือ หรือขรุขระ ทำให้ เล่นสบายมือ ทั้งบนและล่าง
  • ประเภทเฟรต: Medium Jumbo, 24 เฟรต
  • Radius: 16 นิ้ว

ระบบอิเล็กทรอนิกส์และการควบคุม:

  • ปิ๊กอัพ: ใช้ PLH Revolution Set ซึ่งเป็นฮัมบักเกอร์คู่
  • ภาคปรีแอมป์: Heritage-3 Active Preamp
  • สามารถใช้งานได้ทั้งโหมด Passive และ Active
  • สวิตช์ปรับโหมดปิ๊กอัพ (แยกสำหรับปิ๊กอัพคอและบริดจ์): แต่ละปิ๊กอัพสามารถปรับได้ 3 โหมด
    • Parallel: คล้ายกับการใช้ Single Coil 2 ตัวทำงานพร้อมกัน
    • Coil-cut: ตัดคอยล์ ให้ทำงานแบบ Single Coil ตัวเดียว
    • Series: โหมดฮัมบักเกอร์ปกติ
  • สวิตช์เปิด/ปิด Active: สลับระหว่างโหมด Passive และ Active
  • ลูกบิดควบคุม:
    • Volume (ชั้นบน) / Tone (ชั้นล่าง)
    • Pickup Blend
    • Treble
    • Mid-range (2 ชั้น: Mid-high / Mid-low พร้อม Center Lock และสามารถ Sweep หาช่วงความถี่ Mid ที่ต้องการเพิ่มหรือลดได้)
    • Bass
    • ลูกบิดโทนทั้งหมดมี Center Lock ทำให้ง่ายต่อการหาตำแหน่งกลาง

ฮาร์ดแวร์และสาย:

  • ลูกบิดตั้งสาย: ย้ายไปอยู่ ด้านหลังบอดี้ สามารถตั้งสายได้ด้วยมือหรือใช้ประแจหกเหลี่ยม
  • สายเบส: ที่มาพร้อมจากโรงงานคือ DR Dragon Skin ซึ่งเป็นสาย เคลือบ (Coated) ช่วย กันเหงื่อ กันสนิม และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

การทดสอบเสียง Marcus Miller M6 4-สาย

เสียงคลีน:

  • โหมดฮัมบักเกอร์ (Active, EQ Flat): เมื่อทดสอบปิ๊กอัพคอ, Blend 50%, และปิ๊กอัพบริดจ์ คุณบุ๊กพบว่า คาแรคเตอร์เสียงชัดเจนมาก การปรับเปลี่ยนทำให้ สีสันของเสียงเบสเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แสดงถึงความหลากหลาย
  • เบสที่มีฮัมบักเกอร์ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแรงและเล่นยากเสมอไป แต่มีฟังก์ชันที่ช่วยให้ เล่นได้กว้างขึ้น
  • โหมด Passive: ก็ให้เสียงที่ กว้างและมีคาแรคเตอร์ที่หลากหลาย

โหมดปิ๊กอัพที่หลากหลาย:

  • ทดสอบโหมด Parallel, Single Coil, Series (Humbucker) ของทั้งปิ๊กอัพคอและบริดจ์ (Active, EQ Flat)
    • Parallel: ให้ความแรง (Attack) ลดลง แต่ เสียงกลางยังคงเด่นชัด คล้ายฮัมบักเกอร์แต่มีความโหดน้อยลง
    • Single Coil: ให้เสียงที่ สว่างขึ้น เปิดมากขึ้น และมี ความกว้างของเสียง ที่เหมาะสำหรับการเล่น Slap ทำให้ได้ยินเสียง “เปี๊ยะๆ” ของสายชัดเจนขึ้น
    • Series (Humbucker): ให้เสียงแบบฮัมบักเกอร์มาตรฐาน

เสียงแตก (Distortion Tones):

  • เมื่อทดสอบกับเสียง Distortion ทั้งปิ๊กอัพคอและบริดจ์ คุณบุ๊กพบว่า เสียงมีพลังมาก และ ตอบโจทย์เบสฮัมบักเกอร์อย่างชัดเจน ไม่รู้สึกว่าเสียงบวม หรือต้องคัดความถี่ใดๆ เป็นพิเศษ
  • ภาคปรีแอมป์ที่ปรับละเอียดได้มาก ช่วยให้ หาโทนที่ชอบได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับชาวร็อคหรือเมทัลที่ต้องการเสียงดุดันและสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย

Marcus Miller M6 6-สาย: ความแตกต่างและประสิทธิภาพ

รูปลักษณ์ น้ำหนัก และการเล่น:

  • บอดี้: รุ่น 6 สายนี้จะใช้ไม้ Swamp Ash (ไม่ใช่ Mahogany) ทำให้มี ลวดลายไม้ที่ชัดเจน และดู ดุดันเป็นพิเศษ
  • น้ำหนัก: คุณบุ๊กประหลาดใจว่าเบส 6 สายตัวนี้ เบามาก แทบไม่ต่างจาก 4 สาย เพียงหนักกว่าเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งถือว่า เบากว่าเบส 6 สายทั่วไปอย่างมาก เป็นผลมาจากการออกแบบ Headless และสเปคไม้
  • การเล่น: เล่นง่าย และด้วยการเพิ่มสาย 1 (High C) ทำให้มี ตัวเลือกโทนเสียงที่หลากหลายขึ้น สามารถเล่นย่านเสียงที่เบสทั่วไปอาจทำได้ไม่ดีเท่า หรือ ได้เสียงแหลมที่มีเนื้อเสียงที่ครบถ้วน

การทดสอบเสียงและภาคปรีแอมป์:

  • เสียงคลีน (ฮัมบักเกอร์, Active): คุณบุ๊กสัมผัสได้ว่า M6 6-สายมีเสียงที่ “คมชัด” และ “ดุดัน” มากกว่า รุ่น 4 สาย ให้ความรู้สึกที่ “แข็งแรง” และ “มีกล้ามเนื้อ” ในโน้ตมากกว่า ทำให้กล้าที่จะเล่นและออกแรงกับมันมากขึ้น
  • การปรับภาคปรีแอมป์ (Treble, Mid Sweep, Bass):
    • ละเอียดมาก หมุนเพียงเล็กน้อยเสียงก็เปลี่ยน
    • ย่าน แหลมและทุ้ม ที่เลือกมาให้ “ตรงจุด” เป็นย่านที่ใช้งานได้จริง
    • ย่านทุ้ม: เมื่อเพิ่มแล้วเสียงจะ “สั่นสะใจ” และ “อ้วนขึ้นมาทันที”
    • ย่าน Mid: สามารถ Sweep ได้อย่างละเอียด ตั้งแต่ Mid-low ไปจนถึง Mid-high ทำให้การปรับภาคปรีแอมป์ สนุกเหมือนมีตู้แอมป์เล็กๆ อยู่ในตัวเบส

ประสิทธิภาพกับเสียงแตก (Distortion Performance):

  • เมื่อทดสอบเสียง Distortion โดยเฉพาะกับ สาย B ต่ำสุด คุณบุ๊กพบว่า โน้ต B มีความนิ่งสูง ไม่บวมหรือแกว่ง เหมือนเบสบางตัว
  • สาเหตุมาจาก การออกแบบ Multiscale ที่ตั้งใจให้สายบนสุด (รวมถึง B-string) มีความยาวมากกว่าสายล่างสุด ทำให้ แรงตึงสายของสาย 6 อยู่ในระดับที่พอดี ส่งผลให้เสียง กระชับและคมชัด
  • เหมาะสำหรับชาวร็อคและเมทัล เพราะ ควบคุมได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องใช้คอมเพรสเซอร์มากนักเหมือนเบสสเกลปกติ

สรุปและข้อแนะนำ

คุณบุ๊กสรุปว่า Marcus Miller M6 Series แม้จะมี รูปลักษณ์ที่ดุดันและเข้มข้น แต่เป็นเบสที่ เล่นได้กว้างมาก มีตัวเลือกในการปรับเสียงที่ หลากหลายและสนุก ช่วยให้ผู้เล่นสามารถค้นหาคาแรคเตอร์เสียงของตัวเองได้

  • เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ใช้งานจริง ที่สามารถใช้บันทึกเสียง หรือขึ้นคอนเสิร์ตได้
  • จุดเด่น: น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่ชินกับการสะพายเบสหนักๆ และ ปรับเสียงได้กว้างมาก ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่การเล่นแนวร็อคเท่านั้น
  • ด้วย ราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ตามสไตล์ของแบรนด์ Sire ทำให้ Marcus Miller M6 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ผู้สนใจสามารถทดลองเล่น Marcus Miller M6 ได้ที่ Music Arms ทุกสาขา หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของ Music Arms


 

Sire Marcus Miller M6 4 Strings เบสไฟฟ้า

ราคา : 30,400 บาท
ประหยัดพิเศษ
SIRE MARCUS MILLER M6 4 STRINGS เบสไฟฟ้า
ข้อมูลสินค้า : 

Sire Marcus Miller M6 4 Strings 

Sire M6 เป็นเบสแบบ Headless ที่มีน้ำหนักเบาและทันสมัย ออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างไร้ที่ติสำหรับแนวเพลงร่วมสมัย รุ่นนี้ใช้ระบบ Multi-Scale Fan Fret ซึ่งช่วยให้การตั้งสายและอินโทเนชันมีความแม่นยำสูง อีกทั้งยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการ Drop Tune

ด้วยชุดปิ๊กอัพ Marcus Pure-H Revolution โทนเสียงของคุณยังคงชัดเจนและทรงพลังแม้ในจูนต่ำ นอกจากนี้ยังมี 24 เฟรตสแตนเลส ที่ช่วยให้การเล่นของคุณลื่นไหลและเป็นธรรมชาติอย่างไร้ข้อจำกัด Sire M6 มาพร้อมกับ กระเป๋ากิ๊กแบ็กของ Sire และมีให้เลือกทั้งรุ่น 4, 5 และ 6 สาย เพื่อตอบโจทย์ผู้เล่นทุกสไตล์


คุณสมบัติเด่น

โครงสร้างน้ำหนักเบา – Sire M6 ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา เพื่อเพิ่ม เรโซแนนซ์ (Resonance) สูงสุด และช่วยให้คุณเล่นได้สบายตลอดทั้งโชว์

นัท Tusq – นัทที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพสูง ให้โทนเสียงดีเยี่ยมและมีคุณสมบัติหล่อลื่นในตัว ลดแรงเสียดทานของสาย

ความสบายและความหรูหรา – ฟิงเกอร์บอร์ดของ Sire ใช้เทคนิค Edgeless Design (ขอบมล) ทำให้เล่นได้ลื่นไหลและให้สัมผัสระดับพรีเมียม

ปรีแอมป์ Heritage-3 พร้อมตัวปรับย่านเสียงกลาง – ระบบปรีแอมป์ 3 แบนด์แบบแอคทีฟ ที่สามารถปรับแต่งโทนเสียงได้หลากหลาย

ปิ๊กอัพ Marcus Pure-H Revolution – ปิ๊กอัพ Humbucker ระดับมืออาชีพที่ผ่านการรับรองจาก Marcus Miller ให้เสียงเบสทรงพลัง คมชัด และไร้เสียงรบกวน

เฟรตสแตนเลส – เฟรตทำจากสแตนเลส ให้การเล่นที่ลื่นไหล ตอบสนองดีกว่า และมีความทนทานสูงกว่านิกเกิลทั่วไป

🔥 Sire M6 คือเบสที่พร้อมตอบโจทย์ทุกแนวเพลงและทุกสไตล์การเล่นของคุณ! 🔥

รายละเอียดคุณสมบัติ : 
ตัวเครื่อง (Body)
  • วัสดุตัวเครื่อง: ไม้มะฮอกกานี (สี SandBlasted Black ใช้ไม้ Swamp Ash)
  • ทรงตัวเครื่อง: Sire M-Headless Shape
  • สีตัวเครื่อง: Mahogany Satin, Tobacco Sunburst Satin, Surf Green Metallic Satin, Sandblasted Black

คอ (Neck)

  • วัสดุคอ: ไม้เมเปิลแข็ง / ไม้มะฮอกกานี แบบ 5 ชิ้น
  • ทรงคอ: C-Shape
  • สเกล: 33″~34.5″
  • ฟิงเกอร์บอร์ด: ไม้โรสวูดแบบ Edgeless™ (ขอบเฟรตมล)
  • รัศมีฟิงเกอร์บอร์ด: 16″
  • เฟรต: สแตนเลสขนาด 2.4 มม. แบบ Medium Jumbo จำนวน 24 เฟรต
  • นัท: Graphtech Tusq XL / ความกว้างนัท 41.9 มม.
  • อินเลย์: ลาย WH Pearloid/Abalone รูปสี่เหลี่ยมมุมมน
  • คอประกบตัวเครื่อง: แบบ 5 น็อตพร้อมบูช

ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics)

  • ปิ๊กอัพ: Marcus Pure-H Revolution Set
  • ปรีแอมป์: Marcus Heritage-3 พร้อมตัวปรับความถี่เสียงกลาง
  • ปุ่มควบคุม: Volume/Tone, Blender, Treble, Middle/Freq, Bass, Pickup Variation SW
  • ลูกบิด: อลูมิเนียมสีดำ

ฮาร์ดแวร์ (Hardware)

  • บริดจ์: Sire Headless Individual Bass Bridge
  • ลูกบิดปรับสาย: ไม่มี (ใช้ระบบ Headless)
  • สีฮาร์ดแวร์: ดำ
  • ปิ๊กการ์ด: ไม่มี

Music Arms