fbpx
LINE


Timeline เพลงร็อคไทยกับวงดังแห่งยุค Part 2

หลังจากหมดยุควงฮาร์ดร็อคหรือวงเมทัลก็จะเข้าอยู่ยุคอัลเทอร์เนทีฟ ในยุคนี้จะมีค่ายเพลงเล็กๆเกิดขึ้นมากมายเพื่อเป็นทางเลือกให้คนฟังเลือกเสพย์เพลงในแนวที่แปลกใหม่ออกไปไม่ซ้ำซากจำเจกับเพลงป็อปตลาดของค่ายใหญ่ เวลานั้นค่ายแกรมมี่ก็จะปั้นนักร้องอย่าง มอส, ทาทา ยัง, UHT ส่วนทางฝั่ง RS ก็จะเป็น ลิฟท์-ออย, แร็พเตอร์ ทำให้กระแสเพลงร็อคไปตกอยู่กับค่ายเล็ก ซึ่งถือเป็นการดีต่อตัวศิลปินเอง เนื่องจากจะได้ทำเพลงที่ตนเองต้องการอย่างเต็มที่ไม่ต้องสนกระแส แต่ก็ถือเป็นดาบสองคมเช่นเดียวกันเพราะค่ายเล็กหลายค่ายต้องยุบลงไปเนื่องจากความอินดี้สูงสวนกับยอดขายที่ต่ำ ค่ายเพลงอย่างเบเกอรี่ก็กำเนิดขึ้นมาในยุคนี้พร้อมกับวงดังอย่างโมเดิร์นด็อกอีกด้วย จนมาช่วงปลายยุค 90 ที่ทางแกรมมี่เริ่มหันมาปั้นวงร็อคอย่างจริงจังเพราะเล็งเห็นว่าตลาดเพลงร็อคเริ่มกลับมาและสามารถขายได้

 

1994 โมเดิร์นด็อก

หลังจากอัลบั้มชุดที่ 1 ของวงหินเหล็กไฟก็ได้มีวงที่จุดประกายเพลงร็อคขึ้นมาอีกครั้งในแนวอัลเทอร์เนทีฟกับค่ายเบเกอรี่ มิวสิคด้วยเนื้อหาที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใครในเพลงบุษบา ต่างจากเพลงทั่วไปที่จะพูดเกี่ยวกับเรื่องความรัก และฝีไม้ลายมือขั้นเทพแน่นปั๋งกับเครื่องดนตรีแต่ 3 ชิ้นคือ ป็อด ธนชัย (ร้อง), เมธี (กีต้าร์) บ็อบ สมอัตถ์ (เบส) และ โป้ง ปวิณ (กลอง) รวมวงกันประกวดโค้กมิวสิคอวอร์ดเมื่อปี 1992 และได้รางวัลชนะเลิศ ออกอัลบั้มแรกชุดเสิรมสุขภาพในปี 1994 กลายเป็นตำนานของอัลเทอร์เนทีฟไทยไปตั้งแต่เพลงแรกและเป็นวงที่ทำให้ค่ายเบเกอรี่ มิวสิคมีชื่อคุ้นหูนักฟังเพลงอีกเช่นกัน ปี 1994 ทั้งเพลงบุษบา, ก่อน, มานี, กะลา และบางสิ่ง หรือแทบทั้งอัลบั้มวัยรุ่นยุคนั้นร้องกันได้หมด เนื้อหาของเพลงนั้นฉีกแนวเดิมๆของเมืองไทยไปอย่างสิ้นเชิง รวมไปถึงแนวดนตรีที่เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับวงการเพลงร็อคของไทย ดังนั้นช่วงเวลาปี 1994 คงไม่มีใครเกินวง โมเดิร์นด็อก วงดนตรีที่เป็นสัญลักษณ์ของยุคอัลเทอร์เนทีฟ โดยวงโมเดิร์นด็อกมีผลงานมาทั้งหมด 6 อัลบั้มจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหลังจากอัลบั้มที่ 2 ชุดคาเฟ่ ก็ได้มีการเปลี่ยนมือเบสเป็นมือเบสสมทบจากวงอื่นหลายท่าน

 

1994 Y not 7

หนึ่งในวงร็อคดังแห่งยุค 90 ที่มีเอกลักษณ์จากการถือโทรโข่งร้องของเหน่ง นักร้องนำ สมาชิกในยุคแรกเริ่มมี 6 คน คือ เหน่ง (ร้องนำ), กอล์ฟ (เบส), แป๊ะ (กีต้าร์), ก้อย (กีต้าร์), ไก่ (กลอง) และ โต๊ด (คีย์บอร์ด) รวมตัวกันทำวงดนตรีเล่นกลางคืนและทำงานที่บริษัท ORANGE MUSIC ไปด้วย ก่อนจะได้ออกเทปกับค่ายแกรมมี่เมื่อปี 1994 ในชื่อชุด Y not 7 แค่เพลงแรก “ค่อยๆพูด” ก็ส่งให้คนฟังเพลงทั่วประเทศรู้จักกับวงนี้ทันที อัลบั้มชุดแรกประสบความสำเร็จอย่างมากมีเพลงฮิตอย่าง “เกลียดความสงสาร” และ “ทิ้งรักลงแม่น้ำ” ร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง 2 ปีต่อมาก็อัลบั้มที่สองชื่อชุด Six แต่ด้วยเนื้อหาที่หนักขึ้นทำให้ประสบความสำเร็จน้อยกว่าชุดแรก จนมาอัลบั้มที่ 3 ในปี 1998 ที่มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกเนื่องจาก แป๊ะ ต้องย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น และ โต๊ด มือคีย์บอร์ดออกจากวงไป จึงได้ เชษฐ์ พิเชษฐ์ เครือวัลย์ เป็นมือกีต้าร์แทน เหลือสมาชิกแค่ 5 คน แต่อัลบั้ม Yeah!ก็กลับมาประสบความสำเร็จไม่น้อยไปกว่าอัลบั้มแรก มีเพลงฮิตอย่าง “Yeah! Yeah!” และ “เรื่องขี้หมา” หลังจากนั้นก็มีอัลบั้มออกมาอีก 2 ชุด ก่อนจะแยกย้ายไปทำเพลงเบื้องหลัง อย่างกอล์ฟ มือเบสก็ไปเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับปาล์มมี่ ในอัลบั้ม Stay และ เชษฐ์ มือกีต้าร์ก็ไปเล่นแบ็คอัพให้กับอัสนี-วสันต์

 

1995 สไมล์บัฟฟาโล่

วง”ควายยิ้ม”ที่แจ้งเกิดกับกระแสอัลเทอร์เนทีฟในบ้านเราด้วยเพลงเปิดตัว ดีเกินไป ในปี 1995 ส่งผลให้ 4 สมาชิก ดิษฐ์, เต็น, หนึ่ง และเชษฐ์ ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในวงร็อคชั้นนำของบ้านเราทันที อัลบั้มชุดแรกยังมีเพลง ฟ้ายังฟ้าอยู่ หนึ่งในเพลงฮิตตลอดกาลของพวกเขาเช่นเดียวกัน วงสไมล์บัฟฟาโล่ออกเทปกับค่าย EMI มา 2 ชุดก่อนจะย้ายไปค่ายเมคเกอร์เฮดในเครือแกรมมี่และมีผลงานออกมาอีก 3 ชุด มีเพลงฮิตอย่าง จำใจ และ กุหลาบในมือ แม้ว่าช่วงอยู่แกรมมี่จะสามารถคว้ารางวัลวงร็อคยอดเยี่ยมจากสีสันอวอร์ดมาได้ในปี 1999 แต่กระแสความนิยมถือว่าน้อยลงกว่าตอนอยู่ค่ายEMI เพราะแนวเพลงค่อนข้างเบาลงเยอะพอสมควร จนหมดอัลบั้มสุดท้าย สาวชุดดำ ในปี 2000 สมาชิกในวงก็ต้องแยกย้ายกันไป ช่วงแรกนั้นแต่ละคนแยกไปทำอัลบั้มส่วนตัว เช่นดิษฐ์และเต็นไปทำวงชื่อ สไนเปอร์ หนึ่งและเชษฐ์ไปทำอัลบั้มสไมล์ร็อค แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนตอนทำวงร่วมกัน ปัจจุบันสมาชิกต่างก็ไปทำงานเบื้องหลังกันแทบทั้งหมด เช่น ดิษฐ์ที่ยังคุ้นหน้ากับการเป็นแบ็คอัพให้ เสก โลโซ ในขณะที่เชษฐ์มือกลองหันหลังให้กับวงการไปทำเกษตรกรรม

 

1995 แบล็คเฮด

วงร็อคหัวดำที่อดีตสมาชิกวงยูเรเนี่ยมในสมัยก่อนอย่าง ปู อานนท์ (กีต้าร์) และ ต๋อง สมทบ (เบส) ออกมาฟอร์มวงใหม่จึงได้ เอก อภิสิทธิ์ มือกีต้าร์จากวงบิ๊กกัน และ ยุ่น วิโรจน์มาตีกลอง ช่วงแรกนั้นยังเล่นดนตรีกลางคืนทั่วไปแต่ก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้วเพราะเป็นอดีตนักดนตรีจึงเล่นร็อคผับ ผับชื่อดังที่สุดของชาวร็อค ก่อนที่ชั่วโมงนั้นกระแสเพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟกับค่ายเล็กกำลังมา พวกเขาจึงได้ร่วมงานกับค่ายดนตรีเอ็มสแควร์ออกมินิอัลบั้มที่มีแค่ 4 เพลงในปี 1995 ชื่อชุด แบล็คลิสต์ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากกับเพลงยืนยัน จึงออกอัลบั้มเต็ม 11 เพลงมาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ทำให้ชื่อวงแบล็คเฮดเข้าไปอยู่ในใจชาวร็อคหลายคนและต่อยอดด้วยอัลบั้มที่ 2 Full Flavor ในปี 1997 ซึ่งอัลบั้มนี้ทำให้พวกเขาได้รับรางวัลสีสันอวอร์ดถึง 3 รางวัลคือ รางวัล “ศิลปินกลุ่มร็อคยอดเยี่ยม” รางวัล “อัลบั้มร็อคยอดเยี่ยม” รางวัล “เพลงร็อคยอดเยี่ยม” จากนั้นจึงย้ายมาค่ายมอร์ มิวสิคในปี 1999 ทำอัลบั้ม Pure ส่งเพลง ยิ่งโต ยิ่งสวย และ อยู่ไป ไม่มีเธอ ดังเปรี้ยงจนขึ้นแท่นวงร็อคแถวหน้าของประเทศ วงแบล็คเฮด ออกอัลบั้มมาทั้งหมด 8 ชุด ซึ่งชุดล่าสุด White Line ก็เพิ่งปล่อยมาเมื่อปี 2013 กับค่ายสหภาพดนตรี

 

1996 โลโซ

ตำนานนักดนตรี 3 ชิ้นของเมืองไทย โดยเริ่มจากเสก มือกีต้าร์ชาวโคราชที่ตระเวนเล่นผับกลางคืนก่อนจะพบสมาชิกร่วมวงคือ รัฐ และ ใหญ่ ร่วมกันทำเพลงไปนำเสนอกับค่ายมอร์ มิวสิกในเครือแกรมมี่ ตามคำแนะนำของ ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จึงได้ออกอัลบั้มแรกในชื่อว่า Lo Society ในปี 1996 แค่เพลงแรก “ไม่ต้องห่วงฉัน” ก็ทำให้คนทั้งประเทศรู้จักกับวงร็อคมากฝีมือวงนี้กันทันที จึงมีอัลบั้มพิเศษประกอบภาพยนตร์เรื่องจักรยานสีแดงในปี 1997 และทำอัลบั้มที่ 2 ของตนเองในปี 1998 ชื่อชุด Entertainment ซึ่งก็ดังไม่แพ้ชุดแรก ส่งเพลง ซมซาน เป็นหนึ่งในตำนานเพลงร็อคไทย และยังมีเพลงช้าซึ่งๆอย่าง อะไรก็ยอม ในช่วงปี 1996 – 2003 นั้นโลโซออกอัลบั้มเต็มมาทั้งหมด 5 ชุด  ซึ่ง 7 ปีทองของโลโซนี้เรียกว่าออกชุดไหนมาก็ดังเปรี้ยงขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ตลอดเป็นวงร็อคแม่เหล็กเบอร์ 1 ของค่ายแกรมมี่ที่ทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านตลับแทบทุกอัลบั้มที่ออกมา ถือเป็นการคัมแบ็คกลับมาครองตำแหน่งจ้าวเพลงร็อคของค่ายใหญ่แกรมมี่ได้ในรอบหลายปีหลังจากปล่อยให้ค่ายอินดี้ยึดครองในยุคอัลเทอร์เนทีฟมานาน ก่อนที่จะมีข่าวช็อคแฟนๆหลังจากออกอัลบั้มที่ 5 ปกแดง มาได้ 2 ปี เมื่อเสกประกาศยุบวงไปออกอัลบั้มเดี่ยวและมีผลงานจนถึงปัจจุบัน ส่วนรัฐและใหญ่ไปทำวงชื่อ ฟาเรนไฮด์

 

1996 ฟลาย

เป็นวงที่ต่อยอดความสำเร็จทางด้านเพลงร็อคของค่ายแกรมมี่ได้เป็นอย่างดี ด้วยสมาชิก 6 คน คือ แจ็คและเท็น (กีต้าร์), อ็อฟ (เบส), วิน (คีย์บอร์ด), ชาลี (กลอง) มีอี๊ด สำราญ ช่วยจำแนกเป็นนักร้องนำในลุคสกินเฮดแว่นดำจนโด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง วงฟลายฟอร์มวงเล่นกันตั้งแต่อยู่ที่เชียงใหม่โดยช่วงแรกตระเวนเล่นกันตามผับที่เชียงใหม่ ก่อนจะเข้ามาเล่นที่กรุงเทพและได้ทำเดโมเทปไปเสนอค่ายเพลง และได้ออกอัลบั้มกับค่ายแกรมมี่ชื่อชุด Fly 12 ปีก ในปี 1996 ส่งเพลง บิน เข้าสู่ใจคนฟังได้อย่างทันที ตามด้วย ใบไม้ เพลงช้าๆที่ได้อารมณ์ ซึ่งนอกจากลุคของนักร้องนำแล้ว ซาวด์ของวงนี้ค่อนข้างเป็นจุดเด่นเพราะมีทั้งคีย์บอร์ดและตัวแจ็ค มือกีต้าร์เองนั้นก็เป็นคนที่ชื่นชอบการใช้เอฟเฟคอีกเช่นกัน วงฟลายมีอัลบั้มที่ 2 ชื่อชุด Fly แมลงเพลง ในปี 1998 ก็มีเพลง พายุในใจและบัวช้ำน้ำขุ่น ที่เป็นเพลงดัง อัลบั้มที่ 3 Fly 2 K ในปี 2000 ก็เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของพวกเขา สามารถทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านตลับและมีเพลงฮิต ชาวนากับงูเห่า ที่ขาร็อคยังร้องได้มาจนยุคนี้ วงฟลายออกอัลบั้มมา 4 ชุดก่อนที่อี๊ดจะแยกตัวไปเป็นนักร้องเดี่ยว อัลบั้มที่ 5 จึงเปลี่ยนนักร้องเป็น เอ็ด อาคม นุชนิล แต่ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเก่า จึงต้องยุบวงแยกย้ายกันไป

 

1996 Paradox

วงร็อคเอนเตอร์เทนจากกลุ่มกลุ่มนิสิตจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยต้าร์ อิทธิพงศ์ เริ่มความคิดจะตั้งวงเพื่อร่วมกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1 จึงชวน สอง สิริริน มาเล่นเบส และได้ โน๊ต พรภัฏ จากคณะนิเทศศาสตร์มาตีกลอง ภายใต้ชื่อวง “หอยจ๊อ” พอขึ้นปี 2 ก็มีความคิดอยากจะออกเทปจึงทำเดโมส่งไปเสนอค่ายต่างๆ โดยขณะนั้นเป็นยุคอัลเทอร์เนทีฟที่ค่ายเพลงเล็กๆผุดขึ้นมามาก จนได้รับการตอบรับจากค่ายอิสเทอร์นสกาย เร็คคอร์ดส พวกเขาจึงได้มีอัลบั้มแรก Lunatic Planet ในปี 1996 มีเพลงดังอย่าง นักมายากล และ ไก่ ติดหูคนฟังด้วยแนวเพลงที่แปลกใหม่ และได้ บิ๊ก ขจัดภัย มาเล่นกีต้าร์เพิ่มอีก 1 ราย น่าเสียดายที่ค่ายอิสเทอร์นสกาย เร็คคอร์ดส ไม่สามารถยืนระยะได้ต้องปิดตัวลงไป ประกอบกับโน๊ตมือกลองแต่งงานและย้ายไปอเมริกา วงพาราด็อกซ์จึงว่างเว้นผลงานไประยะเวลาหนึ่ง มีเพียงอัลบั้มใต้ดิน “แมลงวันสเปน” ที่จำหน่ายแค่ 1000 ม้วนทำออกมา ภายใต้ค่ายเพลงชื่อ ตาต้า เร็คคอร์ดส และอัลบั้ม Paradox & My Friends ซึ่งได้รวมเอาผลงานของเพื่อนๆของสมาชิกในวงเอาไว้ด้วย จนมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ค่ายจีนี่ เร็คคอร์ดส์ทำอัลบั้มรวม Intro 2000 กับเพลง ท่ามกลาง ปลุกกระแสคนฟังเรียกร้องให้วงนี้กลับมาออกอัลบั้มอีกครั้ง จึงได้ โจอี้ เสรฐพร มาตีกลอง และเพิ่มตำแหน่งว๊ากเกอร์ คือ เก่ง นัทธา และ ออฟ ชาญณรงค์ เข้ามาในวง อัลบั้มเต็มชุดแรกกับค่ายจีนี่ Summer จึงประสบความสำเร็จอย่างสูง มีเพลงฮิตมากมายทั้ง น้องเปิ้ล, ฤดูร้อน และ ร.ด.Dance จนพาราด็อกซ์กลายเป็นหนึ่งในวงแถวหน้าของเมืองไทย ในปีนั้นเองวงพาราด็อกซ์ก็ได้ออกอัลบั้มใต้ดินชุดสุดท้ายชื่อชุด แค้นผีนรก หลังจากนั้นก็มาออกอัลบั้มกับค่ายใหญ่อย่างเต็มตัวจนถึงปัจจุบัน

 

1996 Dezember

Dezember ก่อตั้งขึ้นเมื่อธันวาคม1993 โดยสยาม ชุมทอง (ต้น) และวรพจน์ สิงห์น้อย (โต้ง) มือกีตาร์และมือเบสในยุคเริ่มต้น โดยที่ทั้งคู่แยกตัวออกมาจากวงดนตรีวงหนึ่งชื่อ Mad Hot ซึ่งเป็นวงดนตรีที่ได้เข้าร่วมการประกวดเป๊ปซี่ มิวสิค เฟสติวัล เมื่อปี 1993 และเป็นวงดนตรีชนะเลิศของปีนั้น ซึ่งต้นได้รับรางวัลมือกีตาร์ยอดเยี่ยม มาทำวงกันเองในนาม Dezember ออกอัลบั้มชุดแรกเป็น EP 4 เพลง “คนโลกแคบ” “อสูรกาย” “เดนสงคราม” และ “ลัทธิซาตาน” ในปี 1994โดยที่ต้นทำหน้าที่ กีตาร์และร้องนำ โต้งทำหน้าที่เบส และกลองใช้เป็นกลองโปรแกรม หลังจากมินิอัลบั้มแรกได้รับการตอบรับค่อนข้างดี ทางวงจึงทำอัลบั้มที่ 2 “วินาศกรรม” ออกมาเมื่อปี 1996 ได้ กุ้ง คำรณฐ์ มร้องนำ และ รัตน์ โกบายาชิ มาตีกลอง ก่อนจะย้ายไปค่าย โซนี่ มิวสิค มีผลงานออกมาอีก 2 ชุด และเปลี่ยนมือกลองเป็น โจ๊ก พีรพัฒน์ ชื่อชุด บาป และ คลั่ง จนปี 1999 ต้นได้ออกจากวงด้วยเหตุผลส่วนตัว สมาชิกส่วนที่เหลือได้เปลี่ยนชื่อวงเป็น โชกุน จั้มป์ โดยยังอยู่กับทาง โซนี่ มิวสิค หลังจากนั้น 2 ปี ต้นได้มีโอกาสพบกับ รัตน์ อดีตมือกลองและมีความคิดจะฟื้น Dezember กลับมาอีกครั้ง จึงได้ เช็ค ณพล มาเล่นเบส และ อ็อฟ นรเทพ มาร้องนำ จึงออกผลงานชุด Naturalism มาในปี 2005 กลับมาเป็นวง Dezember อย่างเต็มตัว หลังจากนั้นก็มีผลงานมาอีก 2 ชุดคือ Spiritual Leader และ Crisis ก่อนจะเปลี่ยนมือกลองเป็น ธน สธน เพราะ รัตน์ โกบายาชิ ย้ายไปตีกลองให้กับวงซิลลี่ฟูลส์

 

1997 บิ๊กแอส

ในช่วงยุคปลายอัลเทอร์เนทีฟนั้น ค่ายเล็กๆหลายค่ายได้เริ่มล้มหายตายจากกันไปตามกำลังทรัพย์ แต่มีค่ายหนึ่งที่ชื่อว่า มิวสิค บั๊กส์ กลับยืนหยัดอยู่ได้เป็นเวลานาน เพราะผู้บริหารค่ายนี้คือ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับค่ายแกรมมี่ ค่ายนี้จัดว่ามาแรงกับการปั้นศิลปินร็อคในยุคนั้นโดยหนึ่งในวงที่แจ้งเกิดกับค่ายคือ บิ๊กแอส วงที่เริ่มมาจากอ็อฟและหมูสองมือกีต้าร์เพื่อนร่วมชั่นเรียนมัธยมตั้งวงดนตรีขึ้นมา และแยกย้ายไปศึกษาระดับอาชีวะจึงได้รู้จัก แด๊ก (ร้อง) และ ต้น (เบส) จึงฟอร์มวงด้วยกันทำเพลง และได้กบ น้องชายของหมูมาตีกลอง ออกอัลบั้มชุดแรกปี 1997 มีเพลงฮิตอย่างทางผ่าน แต่อัลบั้มที่ทำให้พวกเขาดังเปรี้ยงขึ้นมาจริงๆคือชุดที่ 2 XL เมื่อปี 1999 ที่มีเพลงฮิต ก่อนตาย ด้วยซาวด์ดนตรีที่หนักแน่นขึ้นจึงเข้าสู่กลุ่มคนฟังเพลงร็อคได้มากกว่าเดิม ก่อนจะเปลี่ยนมือเบสเป็น โอ๊ค ในอัลบั้มที่ 3 My World ปี 2003 ก็มีเพลงฮิต ไม่ค่อยเต็ม และ ทิ้งไว้ในใจ อัลบั้มที่ 4 พวกเขาได้ย้ายไปอยู่ค่ายจีนี่ เร็อคคอร์ด ส่งเพลง เล่นของสูง ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้บิ๊กแอสได้รับการยกย่องให้เป็นวงร็อคระดับแถวหน้าของไทยทันที หลังจากอัลบั้มที่ 6 Love ก้ได้เปลี่ยนนักร้องนำจาก แด๊ก มาเป็น เจ๋ง แทน แต่วงยังได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน โดยมีเพลงฮิตช่วงหลังคือ ลมเปลี่ยนทิศ และ ไม่เดียงสา

 

1998 ซิลลี่ฟูลส์

สุดยอดวงร็อคเบอร์ 1 ของประเทศอย่างซิลลี่ฟูลส์ที่ได้ 4 หนุ่ม โต, ต้น, หรั่ง และ เต้ย รวมวงกันทำเพลง ซึ่งก่อนหน้านี้ โตเองเคยเป็นสมาชิกวง Chicken Only วงประจำมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ซึ่งชื่อมาจากที่ ไก่ เป็นเนื้อสัตว์ประเภทเดียวที่สมาชิกทุกคนในวงทานได้ เพราะในวงมีทั้งอิสลามที่ไม่ทานหมูและผู้นับถือเจ้าแม่กวนอิมไม่ทานเนื้อ ใช่วงแรกได้ทำเดโมไปเสนอค่ายเบเกอรี่ มิวสิคตั้งแต่ปี 1996 แล้วแต่ได้แค่ออกเป็นชุด E.P ภายใต้ชื่อวง Silly Foolish ต่อมาต้นได้เปลี่ยนชื่อวงจาก Silly Foolish เป็น Silly Fools เนื่องจากเหตุผลที่ว่าชื่อเก่ายาวเกินไป อัลบั้ม E.P ประสบความสำเร็จพอสมควร ก่อนจะมาสร้างตำนานเมื่อย้ายมาออกเทปกับค่ายมอร์ มิวสิคชุด I.Q.180 เมื่อปี 1998 มีเพลงดัง สู้ไม่ได้ และ เมื่อรักฉันเกิด ต่อด้วยชุด 2 Candyman ในปีต่อมา โดยอัลบั้มนี้เปลี่ยนมือกลองมาเป็น ต่อ ต่อตระกูล ใบเงิน ส่งเพลงดังๆอย่าง อย่าบอกว่ารัก, เพียงรัก, ฝัน กระแทกใจชาวร็อคจนยอดขายถล่มทลายและชื่อของวงซิลลี่ฟูลส์ก็รู้จักกันไปทั่วประเทศทันที จนซิลลี่ฟูลส์กลายเป็นวงร็อคที่ดังที่สุดของเมืองไทย อัลบั้มที่ 3 Mint ปี 2000 ก็มีเพลง จิ๊จ๊ะ และ คิดถึง ฮิตติดชาร์ต ส่วนอัลบั้มที่ 4 ก็มีเพลง วัดใจ, บ้าบอ มาให้สาวกได้โยกหัวกันอีก ในช่วงปี 1999-2002 ที่เป็นอัลบั้ม 2-4 ของซิลลี่ฟูลส์ไม่มีวงร็อควงไหนโค่นพวกเขาจากบัลลังก์อันดับหนึ่งได้เลย ด้วยซาวด์ดนตรีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก แต่หลังจากอัลบั้มที่ 5 ก็มีข่าวช็อคเมื่อ โต นักร้องนำขอถอนตัวออกจากวงด้วยเหตุผลทางศาสนา ทิ้งบทเพลงดังๆอย่าง วัดใจ, ขี้หึง, จิจ๊ะ ไว้เป็นเพลงตำนาน โดยซิลลี่ฟูลส์ก็ยังมีผลงานจนถึงปัจจุบันแม้จะเปลี่ยนสมาชิกทั้งนักร้องและมือกลองก็ตาม

 

×