fbpx
LINE


ไวเรสไมโครโฟน 2.4 GHz  VS  UHF  แบบไหนดีกว่ากัน

ไวเรสไมโครโฟน หรือไมค์ลอยที่บ้านเราเรียกกัน จะเป็นไมโครโฟนแบบไร้สาย ที่ช่วยให้นักร้องมีอิสระบนเวทีมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องสายสัญญาณ รุงรัง ซึ่งในยุคก่อนไวเรสไมค์ จะมีการส่งสัญญาณแบบคลื่นวิทยุ หรือ UHF เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน เริ่มมีไวเรสไมโครโฟนแบบสัญญาณ 2.4 GHz เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้หลายคนก็เกิดความสงสัยว่า แล้วสัญญาณทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันยังไง และแบบไหนดีกว่ากัน วันนี้ Music Arms จะมาบอกถึงความแตกต่าง ข้อดีและข้อเสียของแต่ล่ะอย่างกัน ว่าแบบไหนที่จะตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด

1. ราคา

อันดับแรกสิ่งที่จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจในการซื้อสินค้าแต่ล่ะอย่างก็คือ ราคา ซึ่งจะต้องขอท้าวความก่อนว่าเมื่อก่อนนี้ ทาง กสทช. จะไม่ได้เข้ามาจัดระเบียบเกี่ยวกับเรื่องคลื่นสัญญาณของ ไมค์ลอยมากนัก ทำให้ราคาของไมค์แบบ UHF อยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก ทุกคนสามารถครอบครองได้อย่างง่ายดาย แต่ในปัจจุบัน ทางกสทช. ได้เข้ามาดูแลเรื่องคลื่นความถี่มากขึ้นทำให้ไมค์ลอยที่จะใช้สัญญาณแบบ UHF นั้นจะต้องได้รับการอนุญาติจาก กสทช. เสียก่อนถึงจะสามารถจัดจำหน่ายได้ จึงมีผลทำให้ราคาของตัวไมค์ลอยแบบสัญญาณแบบ UHF มีราคาที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และนั่นทำให้หลายๆ แบรนด์เลยเริ่มจะทำไมค์ลอยแบบสัญญาณแบบ 2.4 GHz. ที่มีราคาถูกกว่าและ ยังไม่มีกฎหมายมาบังคับชัดเจนเข้ามามากขึ้น สรุปเลยก็คือ ในไมค์ลอยสัญญาณแบบ UHF ถ้านับในเฉพาะแบรนด์ชั้นนำนั้นจะมีราคาที่สูงกว่าไมค์ลอยสัญญาณแบบ 2.4 GHz. พอสมควรเลย

2. ความสเถียรของสัญญาณ

ต่อมาเราจะมาดูที่คุณภาพของสัญญาณที่ได้บ้าง ในส่วนของ UHF นั้นจะขึ้นชื่อเรื่องความสเถียรของสัญญาณที่สูงมาก ไม่ค่อยเจอปัญหาคลื่นแทรกมานัก แต่ในตัว 2.4 GHz นั้นเนื่องจากเป็นคลื่นสัญญาณเดียวกันกับพวก มือถือ Wifi Bluetooth  ดังนั้นถ้าในกรณีที่ พื้นที่ตรงนั้นมีการใช้งานหนาแน่นก็จะทำให้เกิดอาการเสียงขาดหายได้ ซึ่งหนาแน่นในที่นี้ก็คือพวก งานคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ งานเฟสติวอล เป็นต้น แต่ถ้าเป็นงานดนตรีในร้านอาหารทั่วไป ปัญหานี้จะเกิดได้น้อยครับ

3. ความไกลของสัญญาณที่ส่งถึง

ถ้าในเรื่องของระยะการส่งสัญญาณนั้น ทำได้ดีเหมือนกัน ไม่ต่างกันมากนักในกรณีเป็นพื้นที่โล่ง แต่ถ้าเป็นกรณีคอนเสิร์ตที่ผู้คนหนาแน่น และเราลงอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนแล้ว ตัว UHF จะทำได้ดีกว่าตัว 2.4 GHz เพราะสัญญาณจะไม่ค่อยขาดหายมากนัก แต่ถ้าเราเล่นอยู่แค่บนเวที ไม่ได้ไปอยู่กลางกลุ่มคนเยอะๆ ตัว 2.4 GHz ก็ทำได้ดีไม่แพ้ UHF เลย

4. คุณภาพเสียง

ในเรื่องของคุณภาพเสียงนั้น ถือว่าใกล้เคียงกันมาก คือทำออกมาได้ดีทั้งคู่ แต่ถ้าลองฟังดีๆ ตัว 2.4 GHz จะให้อารมณ์ของการเป็น Digital มากกว่าต่างจาก UHF ที่จะให้ความเป็นอนาล๊อก มากกว่า ทำให้ได้คาเลคเตอร์เสียงที่ไม่ผิดเพียนจากต้นทางมากนัก ซึ่งตรงนี้จะอยู่ที่ความชื่อชอบของแต่ล่ะคนมากกว่าว่าอยากได้เสียงแบบไหน

เดี๋ยวเราจะมาสรุปข้อดีและข้อเสียของทั้งคู่กันนะครับว่า มีอะไรบ้าง

เริ่มจาก สัญญาณแบบ UHF

ข้อดี

  • คุณภาพสัญญาณมีความสเถียร
  • ให้เสียงที่มีความเป็นอนาล๊อก

ข้อเสีย

  • มีราคาที่ค่อนข้างสูง
  • ตัวรับสัญญาณ มีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่

สัญญาณแบบ 2.4 GHz

ข้อดี

  • ราคาถูกกว่าตัว UHF
  • มีความคล่องตัวมากกว่าเพราะตัวรับ และตัวส่งมีขนาดเล็ก

ข้อเสีย

  • การส่งสัญญาณในบางพื้นที่อาจจะมีเสียงขาดหายอยู่บ้าง
  • เสียงที่ได้จะมีความเป็น Digital มาก อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ต้องการเสียงแบบ อนาล๊อก

ท้ายนี้นะครับ ก็ต้องบอกว่า ทั้ง UHF และ 2.4 GHz. ก็คือเป็นคลื่นสัญญาณที่มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ซึ่งผมแนะนำให้ไปทดลองเดี๋ยวตัวเองจะดีที่สุด เพราะเสียงของคนเราไม่เหมือนกัน และ ลักษณะการใช้งานของแต่ล่ะคนนั้นก็ไม่เหมือนกัน

ดังนั้น ถ้าได้ทดลองด้วยตัวเองก็จะเลือกได้ทันทีว่าแบบไหนที่เหมาะกับเรา โดยสามารถเข้าไปทดลองได้ที่ Music Arms ทุกสาขาเลย มีสินค้าในทุกคนได้ลองกันอย่างจุจใจแน่นอน .

×