fbpx
LINE


10 เพลงสากลสุดฮิตแห่งยุค 90

เวปไซด์ http://tsort.info (The World’s Music Charts) เป็นเวปไซด์ที่รวบรวมสถติต่างๆเกี่ยวกับวงการเพลงสากลไว้มากมาย และที่นี่มีการจัดอันดับเพลงตามชาร์ตต่างๆในแต่ละประเทศ โดยรวบรวมมาเป็นคะแนนในการตัดสินเพลงที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี ดังนั้น ชาร์ต 10 อันดับเพลงสากลนี้จึงเป็นผลโหวตจมาจากชาร์ตเพลงทั่วโลก รวมถึงการได้รับรางวัลในสถาบันต่างๆ ทั้งในวงการเพลงและยอดขายแผ่นทั่วโลก  วันนี้จะขอยก 10 เพลงดังในอดีตแห่งยุค 90 มาให้ได้รับชมกัน ซึ่งหลายเพลงนั้นยังอยู่ในความทรงจำมาจนถึงปัจจุบัน

อันดับ 10 Wannabe – Spice Girls (1996)

เพลงเปิดตัวเกิร์ลกรุ๊ปสาวสุดฮ็อตจากฝั่งอังกฤษในสมัยนั้น อยู่ในอัลบั้ม Spice ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1996 ส่งผลให้ทั่วโลกรู้จักกับ 5 สาว เมลบี (Mel B), วิคตอเรีย (Victoria Adams), เอ็มม่า (Emma Bunton), เมล ซี (Melanie C) และ เจรี่ ฮอลลิเวลล์ (Geri Halliwell) แค่เพลงเปิดตัวก็ฮิตไปทั่วโลกทันที โดยติดชาร์ตเพลงในประเทศอังกฤษยาวนานถึง 26 สัปดาห์,  ในอเมริกา 23 สัปดาห์ รวมถึงทำยอดขายทั่วโลกได้เกิน 5 ล้านแผ่น ขึ้นแท่นเกิร์ลกรุ๊ปเบอร์ 1 ของโลกไปตั้งแต่งานเพลงชุดแรก และต่อยอดให้วิคตอเรีย อดัมส์ พบรักกับ เดวิด เบ็คแฮม ซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการลูกหนังจนกลายเป็นคู่รักบรรลือโลก

อันดับ 9 Baby One More Time – Britney Spears (1999)

เพลงเปิดตัวของป็อปสตาร์สาวอเมริกัน แต่งโดย แม็กซ์ มาร์ติน (Max Martin) ผู้เขียนเพลงดังมากมายไม่ว่าจะเป็น “I Want It That Way ของแบล็คสตรีทบอย หรือ It’s My Life ของ บอง โจวี่ แค่เปิดตัวก็สร้างความฮือฮาขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ในอเมริกาทันที และอยู่ใน US Billboard นานถึง 32 สัปดาห์ ในขณะที่ประเทศอื่นๆก็ไม่น้อยหน้าไม่ว่าจะเป็นครองอันดับในชาร์ตเพลงของอังกฤษและฮอลแลนด์ 22 สัปดาห์ และที่สวิตเซอรืแลนด์แลนด์ 25 สัปดาห์ อัลบั้มนี้ทำให้ทั่วโลกเรียกเธอว่า ควีน ออฟ ป็อป ได้อย่างเต็มปาก กวาดยอดขายไปเกินกว่า 5 ล้านแผ่น ติดอันดับศิลปินหน้าใหม่ทีทำยอดขายได้สูงสุดในเวลานั้น และนับจากวันที่ 12 มกราคม 1999 ที่ปล่อยซิงเกิ้ลออกมา คงไม่มีใครไม่รู้จัก บริทนี่ย์ สเปียร์

อันดับ 8 I’ll Be Missing You – Puff Daddy & Faith Evans (1997)

หนึ่งในเพลงฮิปฮ็อปอมตะของ Puff Daddy นักร้องแร๊พชาวอเมริกันที่ควงเอา Faith Evans ศิลปินหญิงชาติเดียวกันมาร่วมแจมด้วย อยู่ในอัลบั้ม No Way Out งานเพลงอัลบั้มเต็มเปิดตัวของ Puff Daddy ในปี 1997 แต่ตัว Puff เองได้ร่วมแจมกับศิลปินมามากมายมาก่อนหน้านี้แล้ว เพลงนี้ Puff อุทิศให้กับ The Notorious B.I.G. แร๊พเปอร์ชาวอเมริกันที่ถูกฆาตกรรมในปี 1997 หลังปล่อยออกมาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ขึ้นอันดับ 1 ในอเมิรกา 33 สัปดาห์, ที่อังกฤษ 26 สัปดาห์ และที่ญี่ปุ่น 24 สัปดาห์ กวาดยอดขายเกิน 7 ล้านแผ่น และเข้าชิงรางวัลแกรมมี่อวอร์ดสาขาเพลงแร๊พยอดเยี่ยม

อันดับ 7 Believe – Cher (1998)

เพลงป็อปแดนซ์ของนักร้องสาวอเมริกัน Cher อยู่ในอัลบั้ม Believe งานเพลงชุดที่ 22 ของเธอ เพลงนี้ไม่ว่าผับไหนในยุค 90 ต้องเปิดกันถ้วนหน้า เป็นการคัมแบ็คกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรีของ Cher หลังจากงานชุดก่อนหน้านี้มีเสียงวิจารณ์ว่าแป๊กไปเล็กน้อย อัลบั้มนี้กวาดยอดขายไปถึง 11 ล้านแผ่น และอยู่ในชาร์ตเพลงอเมริกายาวนาน 31 สัปดาห์ ที่อังกฤษอีก 28 สัปดาห์และฮอลแลนด์ 24 สัปดาห์ ถือเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของนักร้องสาวรายนี้ โดยได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่อวอร์ดถึง 3 สาขา ก่อนจะสามารถคว้ามาได้ 1 รางวัลกับสาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยมแห่งปี

อันดับ 6 Gangsta’s Paradise – Coolio (1995)

เพลงแร๊พสุดคลาสสิคของ คูลิโอ แร๊พเปอร์อเมริกัน เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม Gangsta’s Paradise งานเพลงชุดที่ 2 ของเขาที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 1995 เพลงนี้ได้นำท่อนฮุคเพลง Pastime Paradise ของ Stevie Wonder มารีมิกซ์ใหม่โดยใส่ท่อนแร๊พลงไปเพื่อความทันสมัย และนำไปประกอบภาพยนตร์ Dangerous Minds จนทวีความโด่งดังมากขึ้นไปอีก แน่นอนว่าอเมริกันชนชื่นชอบอย่างมากจนอยู่ใน US Billboard นานถึง 38 สัปดาห์ และที่อังกฤษอีก 27 สัปดาห์ ทำยอดขายทั่วโลกได้ถึง 5 ล้านแผ่น รวมถึงซิวรางวัลแกรมมี่อวอร์ดสาขา Best Rap Solo Performance ไปอย่างไร้ข้อกังขา

อันดับ 5 Candle in the Wind ’97 – Elton John (1997)
เพลงที่จะอยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวเวลส์ไปนานแสนนาน เนื่องจากเพลงนี้ Elton John แต่งให้กับเจ้าหญิงไดอาน่า แห่งเวลส์ที่ประสบอุบัติเหตุจากการตามล่าของนักข่าวจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1997 อยู่ในอัลบั้ม Something About the Way You Look Tonight ที่จัดทำพิเศษขึ้นมา ไม่ต้องสงสัยว่าประชาชนต่างเทใจให้เพลงนี้ขนาดไหน แค่อาทิตย์แรกก็ขายในสหราชอาณาจักรได้ถึง 1.5 ล้านแผ่น ทำยอดขายรวมเกิน 30 ล้านชุดเป็นยอดขายตลอดกาลอันดับ 2 ของโลก ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงแทบทุกประเทศทางยุโรป โดยอยู่ใน US Billboard นานถึง ถึง 42 สัปดาห์ นอกจากนี้ Elton John ยังบรรเลงเพลงนี้กันสดๆในงานศพของเจ้าหญิงอีกด้วย

อันดับ 4 Nothing Compares 2 U – Sinead O’Connor (1990)

ผลงานอัลบั้มที่ 2 ของนักร้องสาวไอริช เป็นการการผสมผสานแนวเพลงโฟล์คกับร็อค แต่งโดย Prince Rogers Nelson นักร้องชื่อดังฝั่งอเมริกา เพลงนี้แต่เดิมตั้งใจว่า Prince จะนำไปใส่ในอัลบั้มของตนเอง แต่กลับกลายว่ามาอยู่ในอัลบั้ม I Do Not Want What I Haven’t Got เพลงโด่งดังจนกวาด 3 รางวัล MTV และถูกเสนอชื่อเช้าชิงแกรมมี่อวอร์ดถึง 4 สาขา และคว้ารางวัล Best Alternative Music ซึ่งเป็นปีแรกทีแกรมมี่อวอร์ดเปิดรางวัลสาขานี้ขึ้นมาอีกด้วย แต่ตัว Sinead ปฏิเสธไม่ขอขึ้นรับรางวัลหลังจากมีข่าวว่าเธอทะเลาะกับ Prince จนถึงขั้นชกต่อยและประกาศตัดความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามนี่คือเพลงที่โด่งดังที่สุดของเธอ จนทำยอดขายไปเกิน 8 ล้านแผ่น

อันดับ 3 I Will Always Love You – Whitney Houston (1992)

เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักเพลงนี้ เพราะถือเป็นเพลงประจำตัวดีว่าสาวเบอร์ต้นๆของโลกรายนี้ รวมถึงถูกนำไปประกวดในเวทีต่างๆอยู่บ่อยครั้ง จัดเป็นเพลงที่โชว์พลังเสียงอย่างมาก จริงๆแล้วเพลงต้นฉบับเป็นของ Dolly Parton ออกมาตั้งแต่ปี 1974 และวิทนี่ย์นำมาบันทึกเสียงใหม่เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Bodyguard กลายเป็นเพลงขึ้นหิ้งไปทันที ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และอยู่ในชาร์ตยาวนานกว่า 20 สัปดาห์แทบทุกชาร์ต เพลงนี้ส่งให้วิทนี่ย์คว้าถึง 16 รางวัลในเวทีต่างๆตลอดทั้งปี รวมถึงเพลงป็อปยอดเยี่ยมแห่งปีจากแกรมมี่อวอร์ด นอกจากนี้หลังการเสียชีวิตของวิทนี่ย์ มีผู้โหวตเพลงนี้ขึ้นถึงอันดับ 3 ในบิลบอร์ตชาร์ตเมื่อปี 2012 ทั้งที่ผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม

อันดับ 2 My Heart Will Go On – Celine Dion (1998)

เพลงประกอบภาพยนตร์แห่งทศวรรษอย่าง Titanic ณ ช่วงเวลานั้นปรากฏการณ์แจ็คกับโรสฟีเวอร์ไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ตัวหนังกวาดรายได้ไปถึง 2100 ล้านดอลลาร์ ขึ่นทำเนียบภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์อันดับที่ 1 มานานถึง 12 ปี ส่งผลให้เพลงประกอบที่ร้องโดย Celine Dion ติดลมบนไปด้วย เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม Let’s Talk About Love ชุดที่ 5 ของเธอ ทำยอดขายได้ถึง 31 ล้านชุดทั่วโลก ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ตเพลงสากลทุกประเทศ และอยู่ในชาร์ตเกินครึ่งปี มากสุดคือญี่ปุ่น 48 สัปดาห์ รองมาคือ สวิตเซอร์แลนด์ 43 สัปดาห์ ทำให้เธอเป็นนักร้องหญิงที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 2 ของโลก และแน่นอนว่ากวาดรางวัลเรียบทุกเวที รวมถึงสาขา Song of the Year จากแกรมมี่อวอร์ด

อันดับ 1 (Everything I Do) I Do it For You – Bryan Adams (1991)

เพลงประจำตัวของ Bryan Adams ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Robin Hood: Prince of Thieves ในปี 1991 นอกจากจะอยู่ในอัลบั้มรวมเพลงประกอบละครแล้ว ยังถูกบรรจุในอัลบั้ม Waking Up the Neighbours งานเพลงชุดที่ 6 ของตัวไบรอันเองด้วย กระแสความดังในยุคนั้นไม่ต่างจากเพลง Lost Star ของ Adam Levine ในยุคนี้เลยทีเดียว แน่นอนว่าขึ้นอันดับ 1 ในทุกๆชาร์ตเพลง สร้างประวัติศาสตร์เป็นเพลงที่อยู่ในอันดับ 1 ของ UK Singles Chart ยาวนานที่สุด 16 สัปดาห์ทำยอดขายเกิน 15 ล้านแผ่น อยู่ในอันดับ 11 ของโลก เป็นเพลงโรแมนติกที่ชายหนุ่มยุคนั้นร้องให้คนรักฟังแทบทุกคู่ และแน่นอนว่ากวาดรางวัล Best Song Written และ Record of the Year จากแกรมมี่อวอร์ดไปครอง

×