Author Archives: ZunWu
8 Diva สาวเสียงดีแห่งวงการเพลงไทย
Musicarms จะพาไปแนะนำ Diva สาวเสียงดีแห่งวงการเพลงบ้านเราซักเล็กน้อย จะมีใครบ้างไปรับชมกันเลย
เจนนิเฟอร์ คิ้ม
หลายคนอาจเรียกว่าเจ๊คิ้ม แต่จริงๆแล้วชื่อเล่นของเธอคือ “ไก่” ชื่อจริงคือ พรพรรณ ชุนหชัย เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2511 ในครอบครัวชาวจีนซึ่งรักเสียงเพลงตั้งแต่ยังเด็ก โดยก่อนจะเข้าวงการนั้นได้ทำงานเดินสายร้องเพลงกลางคืนมาก่อน ซึ่งหลายที่นั้นกลับไม่ต้อนรับเธอเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกไม่สวย ยังดีที่เจนนิเฟอร์ คิ้มนั้นมีพื้นฐานด้านเสียงร้องที่ดีจึงได้ลงประกวดเวทีสยามกลการในปี 2536 หรือที่สมัยนั้นใช้ชื่อว่านิสสัน อวอร์ดและนั่นคือเวทีแจ้งเกิดของเธอจนได้ออกอัลบั้ม JFK เมื่อปี 2539 แต่เพลงที่ทำให้คนรู้จักกับเจนนิเฟอร์ คิ้มกลับเป็นเพลงประกอบละครเช่นเพลง “ไม่ยอมหมดหวัง” ที่ประกอบประกอบละครเรื่อง เมืองมายา เดอะซีรีส์ 2 ต่อยอดด้วยเพลง”คิดถึงเธอ…ทุกที(ที่อยู่คนเดียว)” ที่ร่วมงานกับ โก้ Mr.Saxman จนได้รับการยกย่องว่าเป็น Diva นักร้องหญิงเสียงดีคนหนึ่งของประเทศไทย
มณีนุช เสมรสุต
ครูอ้วน มณีนุชที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเป็นคอมเมนเตเตอร์ในรายการ The Mask Singer เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2504 โดยรักการร้องเพลงมาตั้งแต่ยังเด็ก จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยาด้านโปรแกรมวิชาดนตรีศึกษาและได้เข้าประกวดร้องเพลง Asian Amateur Singing Contest ที่ประเทศฮ่องกงและได้รับรางวัลชนะเลิศในปี 1980 ซึ่งเป็นนักร้องหญิงไทยคนที่ 2 ต่อจากคุณนันทิดา แก้วบัวสายที่ได้รับรางวัลนี้โดยใช้เพลง ” If You Go Away ” ในการประกวดซึ่งก่อนหน้าที่จะร้องเพลงนี้นั้นเธอได้สูญเสียคุณพ่อไปจึงทำให้ถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากนั้นครูอ้วนได้ออกอัลบั้มมาอีกหลายชุดแต่น่าเสียดายที่แนวเพลงโซลในขณะนั้นยังไม่นิยมในเมืองไทยมากนั้น งานเพลงของครูอ้วนจึงไม่ดังเปรี้ยงอย่างที่คาด แต่ครูอ้วนก็ฝากผลงานเพลงละครอย่าง ทายาทอสูร ในปี 2544 ให้คนได้รับรู้ถึงความเป็น Diva ก่อนจะไปเน้นด้านการสอนร้องเพลงซึ่งคนทั่วประเทศก็ยอมรับว่าเธอคือนักร้องหญิงแถวหน้าของไทย
มาลีวัลย์ เจมีน่า
เจ้าแม่เพลงเศร้าอย่างพี่มิ้นต์ มาลีวัลย์นั้นเกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2505 รักการร้องเพลงมาตั้งแต่ยังเล็กโดยเริ่มหัดร้องตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และเมื่อจนการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดีก็ได้ยึดอาชีพร้องเพลงเต็มตัว เพราะเธอเริ่มอาชีพนี้ตั้งแต่อายุ 15 ปีโดยร้องที่โรงแรมดุสิตธานี จากการตะเวนร้องเพลงเป็นอาชีพนี้เองทำให้เธอได้รู้จักกับคุณชรัส เฟื่องอารมณ์ซึ่งทำเพลงด้วยกันชื่อ “มาลีวัลย์และชรัส” ในปี 2528 และออกอัลบั้มเดี่ยวชุด “กับฉัน” ในปี 2529 กับค่ายเพลง ไนท์สปอร์ต ก่อนจะย้ายมาอยูที่ค่ายแกรมมี่ หลังจากเข้าแกรมมี่มาลีวัลย์ได้กลายเป็นศิลปินเดี่ยวเต็มตัวโดยอัลบั้มแรก ปรารถนาและอารมณ์ ในปี 2534 ดังเปรี้ยงปร้างอย่างรวดเร็ว มีเพลงฮิตอย่าง ขอเพียงที่พักใจ และ สงสารกันหน่อย แจ้งเกิดให้คนไทยได้รับรู้ทันทีว่ามี Diva แถวหน้าของวงการเพิ่มขึ้นอีกคนก่อนจะมีผลงานต่อเนื่องในค่ายแกรมมี่มาอีก 11 ชุด เป็นเครื่องยืนยันคุณภาพเสียงของเธออย่างดี
รัดเกล้า อามระดิษ
นักร้องสาวเสียงดีคนนี้เกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2512 โดยมีความสนใจในด้านดนตรีตั้งแต่วัยเด็กทั้งเรียนร้องเพลงและเปียโนที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการ จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยนั้นก็รับหน้าที่นักร้องนำประเภทเพลงสากลของ C.U Band มาตลอด 4 ปี จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตเมื่อ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ เปิด Audition หานักร้องในอัลบั้ม สมเกียรติ ซีมิกซ์ ซึ่งรัดเกล้าได้รับการคัดเลือกทำให้เธอได้เข้าไปอยู่สังกัดเบเกอรี่ มิวสิค โดยช่วงแรกนั้นเริ่มจากการร้องคอรัสให้กับศิลปินต่างๆเช่นเพลง ดาว ของคริสตีน ก่อนจะแจ้งเกิดด้วยเพลง โปรดเถิด ที่ร้องคู่กับโป้ โยคีเพลย์บอย และต่อเนื่องด้วยเพลง ลมหายใจ ที่ทำให้คนไทยรู้จักนักร้องสาวเสียงดีคนนี้มากขึ้น โดยรัดเกล้าออกอัลบั้มค่ายเบเกอรี่มิสิคทั้งหมด 3 อัลบั้ม และร่วมแจมกับศิลปินท่านอื่นอีกมากมาย นอกจากนี้แล้วรัดเกล้ายังเป็นนักร้องรับเชิญของวงบางกอกซิมโฟนีออร์เคสตราและวงเฉลิมราชย์ รวมทั้งมีโอกาสร้องเพลงในงานสำคัญของกระทรวงต่างประเทศ สถานทูต คอนเสิร์ตการกุศลต่างๆ อีกจำนวนมาก และเธอยังเป็นเจ้าของเสียงประกาศบนรถไฟฟ้า BTS อีกด้วย
เสาวลักษณ์ ลีละบุตร
พี่แอม เสาวลักษณ์ถือเป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้นเพราะเป็นบุตรสาวของคุณ ฉันทนา กิติยพันธ์ โดยเกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2508 สร้างชื่อจากวงหญิงล้วน สาว สาว สาว ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คนคือคุณ แหม่ม พัชริดา และคุณปุ้ม อรวรรณเมื่อปี 2525 มีอัลบั้มกับวงทั้งหมด 10 ชุด ก่อนที่จะแยกมาออกอัลบั้มเดี่ยวเมื่อปี 2536 กับค่ายแกรมมี่ชื่ออัลบั้ม”บันทึกของดอกไม้เหล็ก” มีเพลงฮิตมากมายอย่าง กดดัน, แค่เสียใจไม่พอ ซึ่งอัลบั้มนี้ทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านตลับ และส่งผลให้เธอได้รับรางวัลนักร้องหญิงยอดเยี่ยม จากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย และรางวัลสีสันอวอร์ด ศิลปินเดี่ยวหญิงยอดเยี่ยม ประจำปี 2536 และมีอัลบั้มกับค่ายแกรมมี่ทั้งหมดถึง 9 ชุดรวมไปถึงผลงานการแต่งเพลงอีกมากมาย จนตอกย้ำความเป็น Diva ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วประเทศกับคอนเสิร์ต”Green Concert Vol.11 Seven Divas” ในปี 2551
นิว-จิ๋ว เดอะสตาร์
สำหรับรายนี้เราขอยกมาเป็นยคู่เพราะเธอคือดูโอสาว Diva ขั้นเทพ โดยทั้งคู่เป็นชาวเชียงใหม่และรู้จักกันตั้งแต่ร้องที่ผับ The Cottage นภัสสร ภูธรใจ หรือที่รู้จักกันในนาม นิว เดอะสตาร์ เกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2526 สร้างชื่อจากการเข้าประกวดเวทีเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาวปี 1 ได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศ อันดับ 2 และ จิ๋ว ปิยนุช เสือจงพรู ที่ประกวดเวทีเดียวกันโดยได้รองชนะเลิศอันดับ 1 ก่อนที่ทางแกรมมี่จะไม่ปล่อยให้เพชรเม็ดงามคู่นี้หลุดมือจับเซ็นสัญญาให้ร้องดูโอคู่กันเพราะรู้จักกันดีตั้งแต่ก่อนประกวดและแนวเพลงรวมไปถึงเรนจ์เสียงนั้นใกล้เคียงกันอยู่แล้ว อัลบั้มแรกชื่อ NJ Together ปี 2548 ส่งเพลง”คนเจ้าน้ำตา”ยึดอันดับหนึ่งชาร์ตเพลงหลายคลื่นวิทยุ และมีผลงานร่วมกันทั้งหมด 4 อัลบั้ม มีเพลงฮิตมากมายเช่น รอแล้วได้อะไร และ ไม่รัก…ไม่ต้อง เป็นต้น
แก้ม เดอะสตาร์
วิชญาณี เปียกลิ่น หรือ แก้ม เดอะสตาร์ ผู้ชนะในการประกวดเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 4 เป็นสาวเสียงดีจากจังหวัดภูเก็ต เกิดเมื่อ 21 กันยายน 2532 มีเสียงร้องที่โดดเด่นและฉายแววมาตั้งแต่ยัเล็ก ซึ่งทางโรงเรียนสตรีภูเก็ตที่เธอศึกษาอยู่ก็ให้การสนับสนุนอย่างดีพาเดินสายประกวดหลายเวทีและได้รับรางวัลมาตลอด เพราะตัวแก้มเองร้องเพลงได้หลากหลายแนว จนได้เข้าประกวดเวทีระดับประเทศอย่างเดอะสตาร์ซึ่งเธอก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หลังจากชนะเลิศแล้วก็ได้เซ็นสัญญากับทางสังกัดเอ็กแซ็กท์ ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ออกอัลบั้มเดี่ยวเมื่อปี 2551 และยังเล่นละครเวทีเรื่อง ลมหายใจ และรักจับใจ เดอะมิวสิคัล ส่งเพลงฮิต ไม่เหลือเหตุผลจะรัก และ ความผูกพัน (ซื้อความรักไม่ได้) ให้แฟนเพลงได้ชื่นชมในความสามารถของเธอ ซึ่งชาวไทยส่วนใหญ่ก็ได้ยกให้แก้ม วิชญาณีนั้นเป็นหนึ่งในนักร้องสาวเสียงดีที่น่าจับตามอง เพราะมีเทคนิคการใช้เสียงที่ดีและมีพลัง รวมไปถึงการถ่ายทอดอารมณ์เพลงที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมในระดับแถวหน้าของเมืองไทย
นันทิดา แก้วบัวสาย
เจ้าของคอนเสิร์ต Nantida17 ที่กำลังจะมาถึงนี้เกิดวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2503 โดยรักในการร้องเพลงตั้งแต่ยังเด็กและที่บ้านให้การสนับสนุนอย่างดี เข้าวงการจากการประกวดนักร้องสมัครเล่นที่ทางช่อง 3 จัดขึ้นเมื่อปี 2521 โดยคุณสุดา ชื่นบานเป็นผู้ผลักดันเพราะได้ฟังเทปเดโมเสียงของพี่ตู่และชักชวนให้มาประกวด ซึ่งก็ได้รับรางวัลชนะเลิศและเป็นตัวแทนประเทศไทยประกวดการแข่งขันนักร้องสมัครเล่นของเอเชีย ซึ่งเธอก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวังคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองและเป็นนักร้องหญิงไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้เมื่อปี 2522 และได้ออกเทปกับช่อง 3 ทันที โดยช่วงแรกนั้นเป็นการร้องเพลงลูกทุ่ง ก่อนจะย้ายมาอยู่กับค่ายแกรมมี่ และมีอัลบั้มแรก นันทิดา’27 เมื่อปี 2527ก่อนจะมีอัลบั้มเดี่ยวออกมาถึง 10 ชุด มีเพลงฮิตมากมายเช่น เขียนไว้ข้างเตียง, บอกหน่อยได้ไหม และ ขอเป็นคนหนึ่ง เป็นต้น ซึ่งจากผลงานและรางวัลที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยันว่าคอนเสิร์ตที่จะมาถึงนั้นคนฟังจะได้อิ่มเอมกับเสียงคุณภาพของ Diva แถวหน้าเมืองไทยอย่างแน่นอน
Quake GB30 แอมป์เบส
ขายเพียง  2,790฿ จาก  3,100฿Quake GB15 แอมป์เบส
ขายเพียง  1,890฿ จาก  2,200฿Mega AC30R แอมป์กีตาร์โปร่ง
ขายเพียง  5,490฿ จาก  6,900฿Mega AC60R แอมป์กีตาร์โปร่ง
ขายเพียง  8,990฿ จาก  11,500฿7 Diva ตัวแม่แห่งวงการเพลงโลก
Diva เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาอิตาลี ในสมัยก่อนจะใช้เป็นคำเรียกนักร้องหญิงที่เป็นเสียงหลักในการแสดงละครเวที จนปัจจุบันกลายมาเป็นคำยกย่องให้กับศิลปินหญิงที่มีความโดดเด่นในด้านเสียงร้อง รวมไปถึงความสามารถที่โดดเด่นจนสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองได้ ในวงการเพลงทั่วโลกก็จะมี Diva ในแต่ละแนวเพลง ซึ่งวันนี้ Musicarms จะขอยกรวมกันมาคร่าวๆ 7 รายชื่อซึ่งแต่ละคนนั้นเสียงร้องต้องบอกว่าทรงพลังสมกับที่ได้รับการยกย่องให้เป็นตัวแม่แห่งวงการเพลงอย่างแท้จริง
Kelly Clarkson
นักร้องสาวชาวอเมริกันรายนี้เกิดเมื่อวันที่ 24 เมษายน ปี 1982 ฉายแสงความเป็น Diva มาตั้งแต่การประกวดร้องเพลงในรายการอเมริกัน ไอดอลเมื่อปี 2002 ซึ่งเธอก็เป็นผู้ชนะเลิศ ก่อนจะออกซิงเกิ้ลแรกในชีวิต A Moment Like This และสามารถทะยานเข้าสู่อันดับ 1 ในบิลบอร์ดชาร์ต และออกอัลบั้มเต็มมาเมื่อปี 2003 ทำยอดขายถึง 4.5 ล้านแผ่นทั่วโลกในเพลงแนวป็อปร็อคจนได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่อวอร์ด และในอัลบั้มที่ 2 นี้เองเธอก็สามารถพิชิตรางวัลแกรมมี่ในสาขา Best Pop Vocal Album ส่งเพลง Because of You โด่งดังไปทั่วโลกและออกอัลบั้มต่อเนื่องมา 6 ชุด ทั้งที่ในสมัยเด็กนั้นเธออยากเป็นนักร้องมากจนถึงขั้นทำเดโม่ไปเสนอค่ายเพลงต่างๆและโดนปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย ซึ่งปัจจุบันค่ายเพลงเหล่านั้นคงจะเสียดายที่ปล่อยให้เพชรงามแห่งวงการดนตรีหลุดมือไป
Adele
Adele Laurie Blue Adkins หรือที่เรียกสั้นๆว่าอะเดลเป็นศิลปินจากอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 1988 และประสบความสำเร็จอย่างมากตั้งแต่อายุยังน้อยเนื่องจากเส้นทางสายดนตรีของเธอนั้นต้องบอกว่าโชคดีเมื่อเพื่อนของคุณพ่อเป็นโปรดิวเซอร์และได้ยินเสียงอะเดลจึงชื่นชอบตั้งแต่ตัวเธอยังเรียนมัธยมด้วยซ้ำ หละงจากจบการศึกษาเมื่อปี 2006 ก็ได้ลงมือทำอัลบั้มของตนเองก่อนจะออกวางแผงในปี 2008 ซึ่งใช้ชื่อชุดเป็นอายุขณะที่ออกในทุกๆอัลบั้ม ในอัลบั้มที่ชุด “21” ก็ส่งเพลงดังอย่าง Someone like you และ Rolling in the deep ทะยานเข้าป้ายอันดับ 1 ในบิลบอร์ดชาร์ตทันทีและรับรางวัลแกรมมี่ในสาขาอัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปี รวมไปถึงรางวัลศิลปินหญิงยอดเยี่ยมของโลกจาก Billboard Music Award อีกเช่นกัน
Christina Aguilera
นักร้องเพลงป็อปและ R&B ชาวอเมริกันที่ทำยอดขายอัลบั้มรวมกว่า 43 ล้านชุดทั่วโลกรายนี้เกิดเมื่อ 18 ธันวาคม 1980 เริ่มเส้นทางดนตรีมากับรายการมิกกี้ เม้าส์คลับของดิสนี่ย์ร่วมกับบริทนี่ย์ สเปียร์และจัสติน ทิมเบอร์เลคมาก่อน และเธอได้รับโอกาสให้ร้องเพลงประกอบภาพยนต์ของดิสนี่ย์ในเพลง Reflection เรื่องมู่หลาน ซึ่งเพลงนี้ได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำในสาขาเพลงประกอบภาพยนต์ยอดเยี่ยมส่งผลให้ชื่อของคริสติน่า อากีเลร่า ดังเป็นพลุแตกทันที จนได้ออกอัลบั้มแรกเมื่อปี 1999 และส่งเพลง Genie In A Bottle ขึ้นครองอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงอเมริกัน และนิตยสารโรลลิ่งสโตนได้จัดให้เธออยู่ในอันดับ 58 ใน 100 นักร้องที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ซึ่งเธอเป็นผู้อายุน้อยที่สุดใน 100 อันดับ และปัจจุบันก็มีอัลบั้มออกมา 5 ชุดแล้ว
Beyonce
นักร้องสาวแนว R&B รายนี้เกิดเมื่อวันที่ 4 กันยายน 1981 โดยเริ่มร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆและได้เข้าเรียนโรงเรียนดนตรีฮิวส์ตันและเป็นนักร้องนำในวงดนตรีคณะประสานเสียงของโรงเรียน ต่อมาค่ายโคลัมเบียเร็คคอร์ดมีโครงการจะทำวงหญิงล้วนในแนว R&B บียอนเซ่จึงได้โอกาสเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการไปสมัครเดบิวต์และด้วยพลังเสียงที่หาตัวจับยากจึงได้ออกอัลบั้มกับวง Destiny Child เมื่อปี 1997 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากถึง 8 อัลบั้ม เพลงฮิตอย่าง Say my name คว้ารางวัลแกรมมี่อวอร์ดในปี 2001 ก่อนที่สมาชิกจะแยกตัวออกมาทำผลงานเดี่ยว ซึ่งบียอนเซ่ต่อยอดความเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้อย่างยอดเยี่ยมกับอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก Dangerously in Love มีเพลงดังอย่าง Crazy in Love ที่ร้องร่วมกับแร๊พเปอร์หนุ่ม Jay-C ขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ตและทำยอดขายเกิน 3 แสนแผ่นในสัปดาห์แรก รวมไปถึงคว้ารางวัลแกรมมี่อวอร์ดเช่นเดียวกัน
Mariah Carey
นักร้องสาวชาวอเมริกันผู้ทำยอดขายซิงเกิ้ลเพลงกว่า 260 ล้านชุดทั่วโลก เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 1970 โดยเส้นทางสายดนตรีของเธอนั้นได้รับช่วงต่อมาจากคุณแม่ที่เป็นนักร้องโอเปร่า เธอเริ่มหัดร้องเพลงด้วยอายุแค่ 3 ขวบเท่านั้นและได้ซึมซับเทคนิคการร้องจากเวทีละครที่ต้องเข้าไปหาคุณแม่อยู่บ่อยครั้ง จนได้เป็นนักร้องเสียงประสานให้แก่ เบรนด้า เค. สตารร์ และในปี 1988 จุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึงเมื่อเธอได้พบกับผู้บริหารจากค่ายเพลง “โคลัมเบีย” ชื่อ ทอมมี่ มอตโตล่า ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งซึ่งตัวทอมมี่นั้นประทับใจในเสียงของมารายห์เป็นอย่างมากและได้ดึงเข้าสังกัดในที่สุด ซึ่งเพียงแค่อัลบั้มแรกที่ออกมาเมื่อปี 1990 ก็ฉายแสงเต็มตัวด้วยการขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ต 11 สัปดาห์และได้รางวัลแกรมมี่อวอร์ดในสาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ส่งให้เธอเป็นที่รู้จักในนาม Diva lาวเสียงดีไปทั่วโลกทันที
Celine Dion
Diva เสียงทรงพลังที่เกิดในแคนาดาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 1968 ซึ่งเชื้อสายเดิมของเธอคือชาวฝรั่งเศสทำให้ผลงานเพลงช่วงแรกนั้นเป็นภาษาฝรั่งเศสทั้งสิ้น จนกระทั่งเธอได้เรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจังและโชคชะตาพาไปรู้จักกับ เดวิด ฟอสเตอร์ โปรดิวเซอร์ชื่อดังจึงได้ออกอัลบั้มแรกในอเมริกาเมื่อปี 1990 ชื่ออัลบั้ม Unison แต่ผลงานที่สร้างชื่อให้โลกรู้จักเธอมากขึ้นคือการร้องเพลงประกอบภาพยนต์ Beauty and the Beast เมื่อปี 1991 และได้รับรางวัลออสการ์สาขาเพลงยอดเยี่ยม ก่อนจะต่อยอดความสำเร็จด้วยการได้รับเป็นผู้ร้องเพลงโอลิมปิคที่แอตแลนต้าปี 1996 และเพลงประกอบภาพยนต์ไททานิคอย่าง My heart will go on ที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันค่ายโซนี่ยืนยันความเป็น Diva ก้องโลกของเธอด้วยการประกาศว่า ดิออน คือศิลปินหญิงที่มียอดขายมากที่สุดในโลก
Whitney Houston
ตำนานเจ้าแม่ Diva ที่จากโลกนี้ไปด้วยวัยแค่ 48 ปี โดยวิทนี่ย์นั้นเกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 1963 ออกผลงานมา 6 อัลบั้ม เริ่มเส้นทางดนตรีจากการเป็นนักร้องประสานเสียงในโบสถ์และร้องเพลงที่ไนท์คลับรวมไปถึงร้องแบ็คอัพให้กับศิลปินต่างๆควบคู่ไปกับการเป็นนางแบบ จนค่าย Arista Records มาเห็นแววของเธอในไนท์คลับแห่งหนึ่งที่กรุงนิวยอร์คและจับเซ็นสัญญาจนได้ออกอัลบั้มแรกในชีวิตเมื่อปี 1985 ผลงานที่สร้างชื่อให้กับวิทนี่ย์มากที่สุดคงไม่พ้นภาพยนต์เรื่อง The Bodyguard ในปี 1992 ซึ่งเธอรับหน้าที่ทั้งนักแสดงและผู้ร้องเพลงประกอบภาพยนต์ส่งผลให้เพลง I will aways love you กลายเป็นเพลงฮิตไปทั่วโลกทำยอดขายถึง 45 ล้านแผ่น และวิทนี่ย์ยังได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คอีกว่าเป็นนักร้องหญิงที่กวาดรางวัลมากที่สุดในโลกอีกด้วย
5 นักร้อง R&B ชายไทยสุดคูล
สงคราม R&B ของหน้ากากทุเรียนและหน้ากากจิงโจ้ใน The Mask Singer ได้จบลงไปแล้ว แต่สิ่งที่คนดูได้รับอย่างเต็มอิ่มคือเสียงร้องคุณภาพและอารมณ์ความสุขขณะฟังทั้งคู่ร้องเพลง ซึ่งถือว่านักร้องทั้งสองทำหน้าที่ถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม วันนี้ทาง Musicarms ก็จะขอแนะนำนักร้องสไตล์ R&B ชายที่เจ๋งๆคูลๆในเมืองไทยกันซักเล็กน้อย เผื่อว่าเพื่อนๆจะได้หาฟังเพลงที่ไพเราะลึกซึ้งเช่นเดียวกันที่สองหน้ากากนี้ร้องและได้อรรถรสในบทเพลงอีกครั้ง
ทอม Room39
ตัวเก็งที่จะเป็นหน้ากากทุเรียนรายนี้เริ่มต้นวงการบันเทิงด้วยการเป็นดาราเด็กสุดดังในบท”ส้มฉุน”จากละครเรื่องเรือนมยุราก่อนจะหายจากวงการเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่กลับมาครั้งนี้กลับโด่งดังกว่าเดิมเพราะรวมวงกับเพื่อนๆที่อเมริกาภายใต้ชื่อวง Room39 ซึ่งมาจากหมายเลขห้องพักที่พักอยู่ที่โน่นนั่นเอง โดยทอมและเพื่อนๆได้ร้องเพลงที่ร้านอาหาร”เครื่องเทศ” ซึ่งก้อนหน้าที่จะออกซิงเกิ้ลที่เมืองไทยตัวทอมเองก็ได้คัฟเวอร์เพลงลงยูทูปบ่อยครั้งและได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมเพราะเสียงร้องที่มีสเนห์ในสไตล์ R&B จนเมื่อทำเพลงกับค่าย Loveis ของบอย โกสิยพงศ์ซึ่งเป็นเจ้าพ่อเพลงแนวนี้อยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่จะดังเปรี้ยงและเป็นหนึ่งในนักร้อง R&B ที่คนไทยรักทั้งประเทศ
อ็อฟ ปองศักดิ์
หนุ่มเสียงดีขั้นเทพรายนี้แจ้งเกิดจากเวทีประกวด AF ครั้งแรก ซึ่งก็ได้โชว์พลังเสียงอันเป็นจุดเด่นของเขาตั้งแต่การประกวด แม้ว่าจะได้แค่รองชนะเลิศแต่ทาง AF ได้ประสานกับทางค่ายแกรมมี่จนอ็อฟ ปองศักดิ์มีอัลบั้มแรกในชีวิตชื่อว่า Aof V-Friend เพลงของอ็อฟอย่าง “จากคนรักเก่า” ก็เป็นเพลงแจ้งเกิดที่โด่งดังไปทั้งประเทศในสไตล์ R&B ช้าๆที่ฟังแล้วบาดลึกถึงอารมณ์ ก่อนที่อ็อฟจะได้ร้องเพลงแนวนี้มากขึ้นเพราะเป็นแนวถนัดของเจ้าตัวในอัลบั้มต่อๆมาอีก 5 อัลบั้มจนมีซิงเกิ้ลเพลง R&B ฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมืองไม่ว่าจะเป็น “แทงข้างหลัง…ทะลุถึงหัวใจ” และ “ผู้ชายคนนี้กำลังหมดแรง” จนทำให้ชื่อของอ็อฟ ปองศักดิ์ได้รับการยอมรับเป็นนักร้อง R&B แถวหน้าของประเทศและหลายคนยกให้เป็นนักร้อง Diva ฝั่งชายอีกด้วย
เป๊ก ผลิตโชค
นักร้อง R&B อีกรายที่มีผลงานดีๆมาให้แฟนๆได้ฟังกันเพียบ ซึ่งสิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือเป๊กเกือบจะได้ออกเทปเป็นวงบอยด์แบนด์ในชื่อวง G-boyz ร่วมกับฟิล์ม รัฐภูมิก่อนที่โปรเจ็คจะถูกพับไป และมาเป็นนักร้องเดี่ยวในสังกัดแกรมมี่แทน ซึ่งการออกเดี่ยวทำให้เป๊ก ผลิตโชคได้โชว์พลังเสียงในสไตล์ R&B ที่เขาชื่นชอบได้อย่างเต็มที่มากกว่าการเป็นบอยแบนด์ บทเพลงของเป๊กมากมายจึงฮิตติดหูคนฟังภายในเวลาไม่นานตั้งแต่อัลบั้มแรกด้วยเพลง “ไม่มีใครรู้” และ “หรือแค่ขำขำ” ก่อนจะได้มาร่วมงานกับนักร้องคุณภาพอีก 2 คน คือ อ็อฟ และ ไอซ์ ออกอัลบั้มเป๊ก อ็อฟ ไอซ์ ซึ่งก็ยังมีบทเพลงดังอย่าง”แค่คนโทรผิด”ซึ่งเป็นแนว R&B ตามถนัดเป็นเพลงดัง เป็นการยืนยันถึงความเป็น R&B ในตัวนักร้องหนุ่มผู้นี้ได้อย่างชัดเจน
บี พีระพัฒน์
นักร้องเสียงดีที่เป็นที่รู้จักในนามอดีตนักร้องนำวงดังอย่างเครสเซนโด ซึ่งก่อนหน้าที่บี พีระพัฒน์จะมาอยู่วงเครสเซนโดนั้น เขาเคยร่วมงานเป็นนักร้องนำวง RRR&B ในสังกัดแกรมมี่ ซึ่งมีเพลงฮิตคือเพลง”สองเรา”ที่ร่วมร้องกับ เทเรซ่า อากีล่าร์ในสไตล์ R&B (ซึ่งชัดเจนตั้งแต่ชื่อวง) หลังจากหมดสัญญากับทางค่ายก็ได้ตระเวนร้องเพลงตามผับและรับบันทึกเสียงในสตูดิโอ ซึ่งผับที่บี พระพัฒน์ไปร้องก็คือผับสไตล์แจ๊สเบอร์ 1 ของไทยอย่าง Saxophone Pub จนได้มาเจอเพื่อนๆวงเครสเซนโดและถูกชะตากันจึงชวนให้มาเป็นนักร้องนำวงเครสเซนโดก่อนจะมีเพลงฮิตอย่าง “ความจริงในใจ” และ “ดินแดนแห่งความรัก” ที่มีกลิ่นอาย R&B ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ภายหลังแยกมาออกอัลบั้มเดี่ยวยิ่งมีความเป็น R&B ชัดเจนยิ่งขึ้นในเพลง”พูดตรงๆ”เข้าไปอีกต่างหาก
เบน ชลาทิศ
นักร้องคุณภาพขั้นแนวหน้าของประเทศรายนี้เริ่มเส้นทางดนตรีจากการเข้าเรียนที่โรงเรียนดุริยางคศิลป์และรวมวงกับเพื่อนๆตั้งวงชื่อ “โมโนโทน” ขึ้นมา ซึ่งยุคนั้นการทำเพลงแบบอินดี้จะมาแรงมากศิลปินมีกจะทำเพลงเองและส่งให้คลื่นวิทยุช่วยเปิด โดยวงโมโนโทนก็ได้กระแสตอบรับค่อนข้างดี จึงเข้าตา บอย โกสิยพงศ์ ดึงตัวเบนมาร่วมร้องในหลายๆเพลงเช่น คนข้างล่าง, คะแนนชีวิต โดยสองเพลงนี้ก็ดึงความเป็น R&B ในตัวของเบน ชลาทิศออกมาถ่ายทอดให้คนฟังได้อย่างเต็มที่และแจ้งเกิดในวงการอย่างเต็มตัว ก่อนจะมาต่อยอดในนามวง B-Five ร่วมกับศิลปิน R&B อีก 4 ท่าน คือ บี พีระพัฒน์, มาเรียม, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ และ คิว วงฟลัวร์ และยืนหยัดในเส้นทาง R&B มาอย่างยาวนานในวงการเพลงไทย ซึ่งความสามารถของเบนนั้นการันตีด้วยรางวัลดังๆเช่น ศิลปินเดี่ยวแห่งปี จาก “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด เป็นต้น
SQOE SETL300 กีตาร์ไฟฟ้า
ขายเพียง  3,590฿ จาก  4,500฿7 วงไทยอมตะในยุคแรกเริ่ม
วันที่ 20 มีนาคมที่รอยัล พารากอน ฮอลล์นี้จะมีคอนเสิร์ต Music Never Died ของอาต้อย เศรษฐา ศิระฉายา อดีตนักร้องนำวงดิอิมพอสซิเบิ้ล ซึ่งน้องๆหลายคนอาจจะเกิดไม่ทันรับรู้ความดังของอาต้อยในสมัยนั้นก็สามารถไปชมคอนเสิร์ตนี้กันได้ และอาจจะงงกันว่าอาต้อยมีลุคแบบนี้ด้วยหรือเพราะช่วงหลังเห็นในมาดของพิธีกรเท่านั้น วันนี้ Musicarms ก็จะมาขอรำลึกความหลังวงดนตรียุคบุกเบิกของเมืองไทยในช่วงแรกๆ ที่การทำเพลงหรือรวมวงของพวกเขาเหล่านี้นั้นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงวงการเพลงบ้านเราเหลือเกิน
ดิ อิมพอสซิเบิ้ล
วงสตริงคอมโบที่โด่งดังในเมืองไทยช่วงยุค 70 โดยสมาชิกแต่ละคนนั้นระดับหัวกะทิทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นอาต้อย เศรษฐาที่รับหน้าที่กีต้าร์และร้องนำคู่กับคุณวินัย พันธุรักษ์ คุณอนุสรณ์ตีกลองและคุณพิชัยเล่นเบสซึ่งสมาชิกช่วงแรกนั้นมี 4 คนก่อนจะค่อยๆทยอยเพิ่มมาในตอนหลังซึ่งหนึ่งในนั้นคืออาเต๋อ เรวัติ พุฒินันท์ คนดังแห่งค่ายแกรมมี่นั่นเอง วงดิ อิมพอสซิเบิ้ลชื่อเดิมคือ จอยท์ รีแอ็กชั่นซึ่งใช้ในการประกวดวงสตริงคอมโบจัดโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 ปีติดต่อกัน ในช่วงปี 2512-2515 ก่อนเปลี่ยนชื่อวงเป็น ดิอิมพอสซิเบิ้ล โดยอัลบั้มชุดแรกของวงคือเพลงประกอบภาพยนต์เรื่อง โทน ก่อนจะมีเพลงฮิตติดหูวัยรุ่นในสมัยนั้นมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โอรัก, ไหนว่าจะจำ และ เป็นไปไม่ได้ ดิ อิมพอสซิเบิ้ลยังโด่งดังถึงขั้นได้ไปเล่นดนตรีที่ฮาวายและยุโรปเหนือ เป็นเวลากว่า 3 ปี ก่อนจะกลับมาเมืองไทยเมื่อปี 2519 และประกาศยุบวง
แกรนด์เอ็กซ์
วงดนตรีที่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2513 โดยกลุ่มนักเรียนวิทยาลัยบพิตรภิมุข นำโดย นคร เวชสุภาพร (กีต้าร์และหัวหน้าวง) ซึ่งก็คือคุณพ่อของ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ นั่นเอง ได้รวบรวมเพื่อนวิทยาลัยเดียวกันอีก 6 ท่านเข้าร่วมประกวดวงสตริงคอมโบ้ชิงแชมป์ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2515 ประเภทนักเรียนนักศึกษา โดยเล่นแนวเพลงร็อคซึ่งยังไม่บูมมากในสมัยนั้นเพราะทางวงชื่นชอบ จิมมี่ เฮนดริกซ์ เป็นการส่วนตัว แต่ลุคของวงในสมัยนั้นยังเป็นแนวเรียบร้อยใส่เสื้อเชิตผูกเนคไทเล่นคอนเสิร์ตจึงเป็นที่แปลกตาและเก๋ไก๋เป็นอย่างมาก สมาชิกในวงมีการเปลี่ยนเข้าออกค่อนข้างบ่อยครั้งซึ่งแต่ละท่านนั้นมีชื่อเสียงอย่างมากในยุคปัจจุบันเช่น พี่แจ้ ดนุฟล แก้วกาญจ์ (ร้องนำ), จอนนี่ แอนโฟเน่ (กลอง,คีย์บอร์ด) ออกอัลบั้มจนถึงปี 2531 มีเพลงฮิตมากมายเช่น เชื่อฉัน, เพียงสบตา และ พรหมลิขิต ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามเส้นทาง
ดิ อินโนเซนต์
วงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นไทยในยุค 1980 มีผลงานในช่วงระหว่างปี 2523 – 2532 กับสังกัดนิธิทัศน์ แต่เดิมนั้นมีสมาชิกแค่ 3 คนคือ พีรสันติ จวบสมัย เป็นหัวหน้าวง, สายชล ระดมกิจ และสิทธิศักดิ์ กิจแต่ง เป็นวงดนตรีแนวโฟล์คซองซึ่งได้รางวัลมากมายจากการประกวดที่จังหวัดราชบุรีก่อนจะเข้ามาทำอัลบั้มในกรุงเทพซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มสมาชิกเพราะดนตรีป็อปร็อคในสมัยนั้นกำลังมาแรงในประเทศไทย และหนึ่งในสมาชิกที่มาเพิ่มนั้นคือ โอม ชาตรี คงสุวรรณ มือกีต้าร์มากความสามารถนั่นเอง โดยช่วงแรกของวงนั้นยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเพราะยังติดภาระเรื่องการศึกษา ก่อนจะมาบูมอย่างเต็มตัวในอัลบั้ม”เพียงกระซิบ”ซึ่งเป็นแนวเพลงป็อปร็อคเมื่อปี 2526 และฝากฝังผลงานเพลงดังๆไว้มากมายเช่น ฝันและใฝ่, เพราะเธอหรือเปล่า,ฝากรัก และเพียงกระซิบ
พลอย
วงนี้เริ่มมาจากพี่แจ้ ดนุพล แก้วกาญจ์ อดีตนักร้องวงแกรนด์เอ็กซ์ที่แยกมาออกอัลบั้มเดี่ยวและต้องการฟอร์มวงแบ็คอัพของตนเองขึ้นมา จึงรวมกับ โอม ชาตรี คงสุวรรณและสมาชิกท่านอื่นๆในชื่อวง”แจ้และพลอย”ขึ้นมา ซึ่งแต่ละท่านนั้นชื่อเสียงคุ้นเคยกันดีเช่น พี่ติ๊ก ชีโร่ รับหน้าที่มือกลอง, พี่มืด ไข่มุก ขณะนั้นเล่นเพอร์คัสชั่น หรือพี่ป้อม อภิชัย เย็นพูนสุข โปรดิวเซอร์ชื่อดังเล่นเปียโน โดยวงพลอยออกอัลบั้มกับแจ้ได้ชุดเดียวก็แยกมาออกเป็นวงเองไม่ใช่แบ็คอัพอีกต่อไป และพี่โอมชาตรีก็ได้ออกจากวงเพื่อไปทำหน้าที่กับวงดิ อินโนเซนต์ต่อ โดยได้จิ๊บวสุ แสงสิงแก้วเป็นนักร้องนำซึ่งชุดแรกคือ”สุภาพบุรุษนักฝัน”เมื่อปี 2530 และมีผลงานมาทั้งหมด 3 อัลบั้ม มีเพลงฮิตมากมายเช่น จิ๊บ ร.ด., สูตรรักนักเรียน, ปลงซะ และ ไม่ได้เจตนา ก่อนที่จิ๊บวสุ จะขอลาออกจากวงเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศและติ๊ก ชีโร่แยกไปทำอัลบั้มเดี่ยวทำให้สมาชิกที่เหลือได้ประกาศแยกวงในที่สุด
รอยัลสไปรท์ส
“เจ็ง เจ็ง เจ็งกิสข่าน” เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินเพลงนี้มาเพราะนี่คือซิกเนเจอร์ของวงรอยัลสไปรท์สที่ใส่เนื้อเพลงไทยลงในทำนองเพลงต่างชาติ วงนี้เริ่มก่อตั้งในปี 2512 มีหัวหน้าวงคือ อำนาจ ศรีมา มือกีตาร์ได้รวบรวมเพื่อนๆ ที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนเพาะช่าง โดยมีนักร้องนำคือ อดิศักดิ์ ประคุณหังสิต เป็นวงแนวป็อปร็อคและดิสโก้เข้าประกวดวงสตริงคอมโบเมื่อปี 2513 ได้ตำแหน่งรองแชมป์โดยแพ้ให้กับวง ดิ อิมพอสซิเบิ้ล มีอัลบั้มแรกเมื่อปี 2522 ซึ่งเปลี่ยนนักร้องนำเป็นสุนทร สุจริตฉันท์ โดยอัลบั้มแรกก็สามารถสร้างชื่อเสียงและความฮืฮากับเพลงเจ็งกีสข่านได้ทันที และยังมีเพลง น่าอาย กับ อาลีบาบาที่โด่งดังอีกด้วย รอยัลสไปรท์สยังสานต่อความดังต่อเนื่องด้วยเพลง รักสิบล้อ รอสิบโมงซึ่งเพลงโปรดของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงขนาดนำไปพูดในสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่สมาชิกวงจะแยกย้ายไปทางเส้นทางส่วนตัวเมื่อปี 2530
แม็คอินทอช
วงดนตรีแนวสตริงที่ฟอร์มวงกันตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนมี สมบัติ ขจรไชยกุล มือกี้ตาร์และนักร้องนำรับหน้าที่หัวหน้าวง โดยมีคุณ เสกสรรค์ ภู่ประดิษฐ์ พิธีกรชื่อดังจากรายการโลกดนตรีเป็นผู้ให้การสนับสนุนในช่วงแรก ก่อตั้งวงเมื่อปี 2520 ก่อนที่จะได้มาออกเทปเมื่อปี 2524 ชุดผมอยากดังซึ่งก็สร้างชื่อเสียงได้ในระดับหนึ่ง จนผลงานชุดที่สองคือชุด”ใจสยิว”จึงเปรี้ยงปร้างขึ้นมาด้วยภาพลักษณ์ของพี่ต้นมือกลองและพี่อู๋มือคีย์บอร์ดซึ่งโดนใจสาวๆในขณะนั้นทำให้ชื่อเสียงของวงพุ่งขึ้นมาอยู่แถวหน้าของเมืองไทยทั้งเรื่องฝีมือและรูปร่างหน้าตา วงแม็คอินทอชได้ร่วมแสดงภาพยนต์เรื่อง วันวานยังหวานอยู่และร้องเพลงประกอบภาพยนต์จนร้องกันได้ทั่วประเทศ ออกอัลบั้มมาทั้งหมด 7 ชุด จนระยะหลังที่สมาชิกของวงเริ่มสนใจอยากทำดนตรีจริงๆจังๆมากกว่าการแสดง วงแม็คอินทอชจึงแยกย้ายกันไปเมื่อปี 2530 ซึ่งแต่ละท่านก็ได้เข้าสู่เส้นทางดนตรีจนเป็นเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยคุณภาพ
ชาตรี
วงดนตรีแนวโฟล์คซองที่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2512 โดยนักศึกษาปี2 แผนกช่างภาพ วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ 3 คน คือ นราธิป กาญจนวัฒน์, ประเทือง อุดมกิจนุภาพ และ คฑาวุธ สท้านไตรภพ อยู่ต่อมาอีกไม่นานนัก วงชาตรีก็เกิดมีความคิดอยากจะได้มือกลองขึ้นมา จึงชักชวนอนุสรณ์ คำเกษม เพื่อนร่วมห้องอีกคนหนึ่งมาเล่นกลอง วงชาตรีเริ่มจากการประกวดโฟล์คซองที่จัดโดยชมรมโฟล์คซอง แม้ว่าจะสละสิทธิ์ในรอบ 2 แต่คุณครูไพบูลย์ ศุภวารี ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินครั้งนั้น เห็นแววจึงได้ชวนไปอัดเสียงในรายการวิทยุ วึ่งกระแสตอบรับดีมากมีคนขอเพลงมากันเยอะ วงชาตรีจึงได้มีแผ่นเสียงเป็นของตนเองภายใต้ชื่อชุด “จากไปลอนดอน”เมื่อปี 2518 และออกอัลบั้มมาอย่างต่อเนื่อง 15 ชุดในเวลา 10 ปี สร้างเพลงฮิตทั่วประเทศทั้ง สวัสดีคุณครู, รักแล้วรอหน่อย และแอบรัก ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคเทปคาสเซ็ทซึ่งทำให้แผ่นเสียงนั้นขายไม่ดี วงชาตรีจึงยุติลงเมื่อปี 2528 ด้วยคอนเสิร์ตที่ลานโลกดนตรีเป็นคอนเสิร์ตสุดท้าย
Schecter SGR-S1 กีตาร์ไฟฟ้า
ขายเพียง  7,200฿ จาก  9,000฿10 หนังเกี่ยวกับดนตรีที่ต้องหามาดู !!!
ดนตรีเป็นสิ่งประกอบที่สำคัญในการทำหนังแต่ละเรื่องอยู่แล้ว เพราะดนตรีนั้นจะเป็นตัวกำกับจังหวะหรืออามาณ์ของเรื่องในขณะที่ดำเนินอยู่ อีกทั้งยังต้องมีเพลงประกอบภาพยนต์ซึ่งหลากหลายเพลงทำออกมาได้ดีและโด่งดังไม่แพ้ภาพยนต์เรื่องนั้นๆ ในประเทศไทยเองก็มีหนังที่เกี่ยวกับดนตรีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่อง โหมโรง หรือ Succeed ห่วยขั้นเทพ ที่คอดนตรีทั้งหลายไม่น่าจะพลาดในการเข้าชม วันนี้ Musicarms ก็จะพาไปแนะนำภาพยนต์เกี่ยวกับดนตรี 10 เรื่องที่ต้องหามาดูเพราะทั้งบทหรือความประทับใจนั้นซึ่งจนต้องแบ่งปัน
School of Rock
หนังที่เข้าฉายเมื่อปี 2003 โดยมีดาวตลกชื่อดังอย่าง แจ็ค แบล็ค รับบทดารานำเรียกเสียงฮาเป็น ดูอี้ ฟินน์ ไอ้หนุ่มคลั่งดนตรีร็อคตกงานที่โดนวงไล่ออก บังเอิญต้องไปเข้าไปสวมรอยสอนหนังสือแทนเพื่อนร่วมห้องอพาร์ทเมนต์ ซึ่งเป็นโรงเรียนลูกผู้ดีสุดเนี้ยบที่เล่นดนตรีคลาสสิคกับคุณครูใหญ่ผู้เจ้ากี้เจ้าการ สุดท้ายก็ทนความร็อคในตัวไม่ไหว ต้องไปตั้งวงกับเด็กๆหลังจากที่เห็นพวกเด็กๆซ้อมดนตรีกับวงออเคสตร้ากันอยู่ ซึ่งเรื่องนี้บรรดาแก๊งค์เด็กที่แสดงต่างมีฝีไม้ลายมือที่ไม่ธรรมดากันเลยเพราะคัดบทนักแสดงกันมาอย่างดี เจ้าหนุ่มดูอี้จะทำอย่างไรกับการปฏิวัติเด็กๆให้มาเป็นวงร็อครุ่นเยาว์สุดจี๊ด และจะฝ่าด่านพ่อแม่รวมไปถึงบรรดาคุณครูท่านอื่นอีกเช่นกัน หนังเรื่องนี้ได้รับคำชมอย่างมากทั้งเรื่องการวางพล็อตและแง่ข้อคิดว่าพ่อแม่ไม่ควรบังคับลูกมากนัก บางครั้งเด็กๆก็ต้องการอิสระทางความคิด ทำให้เรื่องนี้ แจ็ค แบล็ค ได้รับรางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมจาก Golden Globe และหนังตลกยอดเยี่ยมจาก MTV Movie Award โดยโกยรายได้ไป 131.3 ล้านดอลลาร์
Raise your voice
หนังเรื่องนี้เข้าฉายเมื่อปี 2004 โดยก่อนเข้าฉายนั้นโดนค่อนแคะไม่น้อยว่าเป็นหนังที่ทำเพื่อ ฮิลารี่ ดัฟฟ์ ป็อปสตาร์สาวได้โชว์ตัวเท่านั้น แต่พอเข้าฉายจริงกลับเซอร์ไพร์สคนดูอย่างมาก เพราะนอกจากดัฟฟ์ที่โชว์ให้คนทั่วโลกเห็นว่าเธอไม่ได้มีดีแค่การร้องเพลงโดยตีบท เทอรี่ เฟล็ทเชอร์ นางเอกของเรื่องแตกกระจุยแล้ว พล็อตของเรื่องยังทำมาได้ซึ้งกินใจกับความฝันของสาวน้อยคนหนึ่งที่ต้องการจะเข้าเรียนโรงเรียนดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดในลอสแองเจลิส เป้าหมายสุดท้ายคือการชิงทุนการศึกษาก้อนใหญ่ที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น เรื่องนี้แฝงไปด้วยข้อคิดมากมายไม่ว่าจะเป็นการแก่งแย่งชิงดีในสังคม, เรื่องปัญหาครอบครัวกับการต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ยอมแพ้ต่อความฝัน หรือปัญหาสีผิวที่พ่อแม่ชาวผิวดำหวังให้ลูกคว้าทุนการศึกษาแต่สังคมจากคนผิวขาวไม่ยอมรับ ตอนจบของเรื่องนี้ให้บทสรุปที่ค่อนข้างดี โกยรายได้ไป 14.6 ล้านเหรียญ ส่งผลให้คนรับรู้ถึงพรสวรรค์ด้านการแสดงของ ฮิลลารี่ ดัฟฟ์ และเพลงประกอบภาพยนต์อย่าง Someone watching over me ที่เธอร้องก็ติดลมบนในชาร์ตเพลงทั่วโลก
Crossroads
ถ้าคุณเป็นมือกีต้าร์ต้องไม่พลาดเรื่องนี้อย่างแรง เพราะหนึ่งในดารานำในเรื่องนี้คือ สตีฟ วาย พ่อมดแห่งวงการกีต้าร์ โดยดารานำคือ ราล์ฟ มาคซิโอ้ จากเรื่องคาราเต้คิดส์ มารับบทเป็น ยูจีน เด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ทางกีต้าร์เป็นเลิศ พ่อแม่จึงส่งไปเรียนกีตาร์คลาสสิคยังโรงเรียนอันดับหนึ่งในนิวยอร์ค แต่เจ้าตัวหลงใหลในเพลงบลูส์จนหนีออกจากหอพักไปสู่ดินแดนต้นกำเนิดเพลงบลูส์ และหากินด้วยการเล่นกีต้าร์ร้องเพลงจนได้พบชายแก่เป็นเพื่อนนักดนตรีคู่ใจ ถึงทราบความจริงว่าจะเป็นสุดยอดมือกีต้าร์แห่งบลูส์ได้นั้นต้องขายวิญญาณให้กับซาตานเสียก่อน ชายแก่นั้นเคยขายวิญญาณมาแล้วและเบื่อชีวิตนักดนตรีอยากกลับไปเป็นคนธรรมดาจึงต้องดวลกีต้าร์เพื่อไถ่วิญญาณคืน โดยพระเอกขออาสาสู้แทนชายแก่เพื่อนของเขาซึ่งคู่ต่อกรก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือ แจ็ค บัตเลอร์ ที่รับบทโดยสตีฟ วายนั่นเอง หนังเรื่องนี้อาจทำรายได้ไม่มากแค่ 5.8 ล้านเหรียญเพราะเป็นหนังเฉพาะกลุ่ม แต่ฉากดวลกีต้าร์ในตอนจบรวมไปถึงเพลงบลูส์กว่า 30 เพลงที่ประกอบภาพยนต์เรื่องนี้กลับเป็นที่ฮือฮาจนถึงปัจจุบัน
Once
เข้าฉายเมื่อปี 2006 และโกยรายได้ไปถึง 23.3 ล้านเหรียญ สร้างความประทับใจไปทั่วโลกกับความรักของหนุ่มนักกีต้าร์ข้างถนนที่ไม่กล้าร้องเพลงที่ตัวเองแต่งจนมาพบกับนางเอกที่ชอบเล่นเปียโนแต่ไม่มีเป็นของตัวเองต้องไปขอเล่นที่ร้านดนตรี ทั้งคู่มาพบกันและได้รู้ถึงพรสวรรค์ทางด้านดนตรีของแต่ละฝ่าย จึงต่างพยายามผลักดันให้อีกฝั่งประสบความสำเร็จในชีวิต เรื่องนี้เป็นหนังรักแนวอบอุ่นแต่แฝงด้วยดราม่าลึกซึ้ง นักแสดงก็ได้ กล็น แฮนซาร์ด นักร้องนำและมือกีตาร์วงร็อคไอริชชื่อดัง The Frames และ มาร์เกตา เออร์โกลว่า นักดนตรีหญิงชาวเชคชื่อดังรับบทพระ-นางซึ่งทำได้ยอดเยี่ยมจนหลายคนต้องเสียน้ำตา ว่ากันว่าเรื่องนี้มีเค้าโครงมาจากชีวิตของ แฮนซาร์ด เอง นอกจากบทประพันธ์จะลงตัวแล้ว เพลงประกอบภาพยนตร์ “Falling Slowly” ที่ร้องโดยพระเอกและนางเอกของเรื่องยังคว้ารางวัลออสการ์สาขา Best Original Song รวมถึงรางวัลเอ็มไพร์ อวอร์ดกับซาวแทรคยอดเยี่ยมอีกเช่นเดียวกัน
8 Mile
หนังเอาใจขาแร๊พฮิพฮ็อพด้วยการนำ Eminem แร๊พเปอร์ชื่อดังของโลกมารับบทพระเอกหนุ่ม “จิมมี่” ที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องแร๊พชื่อก้องโลก แต่เจ้ากรรมจิมมี่ดันเป็นคนผิวขาวซึ่งดนตรีแร๊พนั้นเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของคนผิวดำไปแล้ว เจ้าหนุ่มจิมมี่เลยต้องพิสูจน์ตนเองว่าข้าก็ทำได้ คำว่า 8 Mile นั้นหมายถึงถนนที่ล้อมรอบเมืองดีทรอยท์โดยได้กลายเป็นเส้นแบ่งเขตแดนเมืองกับชานเมือง ระหว่างคนผิวดำและผิวขาว ซึ่งแน่นอนว่าปูมาขนาดนี้แล้วธีมของเรื่องก็ไม่พ้นการแบ่งแยกสีผิว แต่เรื่องนี้ยังสอดแทรกข้อคิดเรื่องการใช้ชีวิต, เพื่อน, และการไม่ย่อท้อต่อความฝันเข้ามา โดย Eminem นั้นแสดงได้สมบทบาทอย่างมากทั้งที่เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาที่นอกจากจะฝากผลงานด้านการแสดงแล้ว ยังสามารถคว้าออสการ์รางวัลซาวด์แทร็คยอดเยี่ยมในเพลง “Lose Yourself” เพลงแร็พที่เขาเป็นผู้ขับร้องเองอีกเช่นกัน เรื่องเข้าฉายเมื่อปี 2002 เปิดตัวขึ้นอันดับหนึ่ง Box Office ยอดรายได้สูงถึง 51.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใน 3 วันแรกที่เข้าฉาย และโดยรายได้ทั้งหมด 242.9 ล้านเหรียญ
Nana
หนังญี่ปุ่นที่เข้าฉายเมื่อปี 2005 โดยมีเค้าโครงมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อเดียวกันมาก่อนจะทำภาพยนตร์ตัวเรื่องนั้นจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ของสองสาวที่มีนามว่า นานะ เหมือนกันแต่นิสัยแตกต่างกันสุดขั้ว ตัวนักแสดงได้ มิกะ นากาชิมะ ศิลปินป็อปร็อคชื่อดังของประเทศมารับบท นานะ โอซากิ นางเอกคนแรกซึ่งในเรื่องเป็นนักดนตรีที่ต้องการทำตามความฝันเป็นศิลปินจึงยอมลงทุนมาจากบ้านนอก และ อาโออิ มิยาซากิ รับบทนานะโคมัทสึ สาวซื่อๆทีมาจากต่างจังหวัดเช่นเดียวกัน ทั้งคู่ต้องมาพักที่อพาร์ทเมนต์เดียวกันจึงทำให้มิตรภาพระหว่างสองสาวเริ่มต้นขึ้นทั้งที่ไลฟ์สไตล์คนละแบบ เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการประสบความสำเร็จด้านดนตรีเพราะนานะ โอซากิต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อจะเป็นนักร้องอาชีพและสอดแทรกเรื่องมิตรภาพระหว่างวงดนตรีรวมไปถึงความฝันของแต่ละคน ส่งผลให้โกยรายได้ไป 34.6 ล้านเหรียญและทำภาค 2 ออกมาอย่างต่อเนื่องในปี 2006 ตามกระแสเรียกร้อง
Amadeus
หนังอิงอัตชีวประวัติของ โมสาร์ท นักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้ โดยใช้วิธีเล่าเรื่องผ่าน อันโตนิโอ ซาเลียรี่ (รับบทโดย เมอร์เรย์ อับบราฮัม) ที่ตามประวัติศาสตร์สนิทกับโมสาร์ท (รับบทโดย ทอม ฮัลซ์) แต่ในเรื่องนั้นวางบทซาเลียรี่เป็นตัวร้ายซึ่งอิจฉาพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมาให้กับเพื่อนของเขา จึงต้องวางแผนขัดขวางไม่ให้โมสาร์ทรุ่งเรืองทางด้านดนตรี ซึ่งใครชอบดนตรีคลาสสิคหรือชื่นชอบโมสาร์ทรับรองว่าเต็มอิ่มไปกับเพลงของโมสาร์ทที่ใส่มาทั้งเรื่องรวมไปถึงประวัตินักดนตรีชื่อก้องโลกรายนี้ แม้ว่ารายได้จะค่อนข้างน้อยแค่ 52 ล้านเหรียญเมื่อเทียบกับการลงทุนด้านฉากหรือเครื่องแต่งกายที่อลังการเพราะเป็นหนังแนวเฉพาะกลุ่ม แต่เรื่องนี้กลับกวาดไปถึง 8 รางวัลออสการ์ทั้งภาพยอดเยี่ยม มิกซ์เสียงยอดเยี่ยม, ดารานำชายยอดเยี่ยม, คอสตูมยอดเยี่ยม และอื่นๆ จึงเป็นการการันตีคุณภาพของหนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีว่าเจ๋งแค่ไหน หนังค่อนข้างเก่าพอสมควรเพราะเข้าฉายเมื่อปี 1984 แต่หากใครจะหามาดูในปัจจุบันยังพอหาได้ ทั้งฉากและดนตรีแสนอลังการสมกับ 8 รางวัลออสการ์จริงๆ
The Phantom of the Opera
สุดยอดวรรณกรรมคลาสสิคที่นำมาฉายเป็นภาพยนตร์อยู่บ่อยครั้งรวมไปถึงการนำมาทำเป็นละครเวที เนื้อเรื่องหลักคือการที่เจ้าแพนท่อมหลงรัก คริสทีน นักร้องโอเปร่าสาวและได้สอนเธอร้องเพลงจนคริสตินร้องเพลงเก่ง แต่คริสตินรักกับราอูลเจ้าของโรงละคร แพนท่อมรู้เข้าจึงไม่พอใจและลักพาตัวเธอมาเป็นของตนเอง ปีล่าสุดที่ทำเป็นภาพยนต์คือปี 2004 รับบทโดย เจอร์ราร์ด บัทเลอร์ แสดงเป็นแพนท่อม และ เอมมี่ รอสซัม นักร้องโอเปร่าสาวจากอเมริกาแสดงเป็นคริสตีน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นแบบมิวสิคคัลคือต้องร้องเพลงเรื่อยๆแทบทุกฉากในการแสดงทำให้ผู้รับบทคริสทีนต้องคัดเอานักร้องโอเปร่าระดับแนวหน้ามาเล่น รวมไปถึงการใช้วงออเคสตร้าวงใหญ่มาเล่นเพลงประกอบ เรื่องนี้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา Best Art Direction และ Best Original Song โดยภาคล่าสุดเมื่อปี 2004 นั้นสามารถโทำรายได้ถึง 154.6 ล้านเหรียญกันเลยทีเดียว
Begin Again
ภาพยนตร์ที่เข้าฉายไม่นานเมื่อปี 2013 โดยพล็อตเรื่องคือชีวิตของคนสองคนที่กำลังจะพังทลาย โดยฝ่ายชายเป็นโปรดิวเซอร์ที่ล้มเหลวในชีวิตรับบทโดย มาร์ค รัฟฟาโล ได้มาตกหลุมรักกับนักร้องสาวที่กำลังผิดหวังในความรักและจะล้มเลิกความฝันที่จะเป็นนักร้องรับบทโดย เคียร่า ไนท์ลี่ย์ เสียงดนตรีจึงเป็นเครื่องเยียวยาทั้งสองให้กัลบมาเริ่มต้นอีกครั้ง นอกจากนี้ยังได้ศิลปินดังอย่าง อดัม เลอวีน มาเล่นเป็น เดฟ โคห์ล นักดนตรีแฟนหนุ่มของนางเอกและยังรับจ็อบร้องเพลงประกอบภาพยนต์ Lost Star เรื่องนี้กล่าวถึงพลังแห่งดนตรีที่ช่วยชุบชีวิตคนสองคนที่กำลังหลงทางให้เข้ารูปเข้ารอย แฝงข้อคิดด้านการใช้ชีวิตและความฝันทำให้เรื่องนี้ติดลมบนในเมืองไทยภายในเวลาอันรวดเร็ว ดีกรีผลงานจากผู้กำกับเรื่อง Once ไม่ทำให้ผิดหวัง นอกจากนี้เพลง Lost Star ยังรางวัลออสการ์ในสาขา Best Original Song โดยตัวหนังสามารถทำรายได้ถึง 63.5 ล้านเหรียญ
Moulin Rouge
ภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 8 สาขา และได้รับรางวัลสองสาขา จากการออกแบบเครื่องแต่งกาย และการออกแบบฉากเข้าฉายเมื่อปี 2001 โดยเนื้อเรื่องกล่าวถึงคริสเตียน (อีวาน แม็คเกรเกอร์) ชายหนุ่มนักเขียนที่เดินทางมายังกรุงปารีสจนเจอ มูแลง รูจ ไนท์คลับที่ชายหลายคนถวิลหา และพบรักกับ ซาทีน (นิโคล คิดแมน) นักเต้นของคลับแห่งนี้ แต่เธอนั้นเป็นเป้าหมายของท่านดุค ผู้มีพระคุณต่อผับมูแลง รูจ ความรักอันตรายจะจบลงอย่างไร เรื่องนี้โดดเด่นอย่างมากในด้านดนตรีประกอบเพราะใช้เพลงจากศิลปินดังๆไม่ว่าจะเป็น วงควีน, มาดอนน่า หรือ คริสติน่า อีกีเลร่า ซึ่งการที่ภาพยนตร์ใช้เพลงฮิตจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้เวลาเกือบสองปีในการติดต่อเรื่องลิขสิทธิ์ แต่ผลตอบแทนถือว่าคุ้มค่าเพราะโกยรายได้ไปถึง 179.2 ล้านเหรียญ สองรางวัลออสการ์ และสามรางวัลลูกโลกทองคำ















