จะซื้อกลองไฟฟ้าทั้งที ยี่ห้อไหนดี? Roland, Yamaha, Hampback, NUX, HXM
กลองไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เครื่องดนตรีประเภทตีกระทบที่พัฒนาต่อมาจากกลองชุดตามวิวัฒนาการ โดยกลองไฟฟ้าจะให้เสียงจากลำโพงและมีแป้นตีเป็นยาง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการถนอมหนังกลองแต่อย่างใด เสียงที่ได้จากกลองไฟฟ้าจะเป็นลักษณะซาวด์สังเคราะห์เพราะสามารถใส่เอฟเฟคต่างๆลงไปในเสียงกลองได้ อีกทั้งยังสามารถปรับเสียงได้หลากหลายรูปแบบตามที่ตัวกลองไฟฟ้าให้มา กลองไฟฟ้าจึงเป็นที่นิยมทั้งผู้เริ่มต้นและมืออาชีพ เนื่องจากสามารถควบคุมเสียงไม่ได้ดังเกินไปได้จึงซ้อมในบ้านได้อย่างสะดวก หลายคนจึงเริ่มมองหากลองไฟฟ้ากันมากขึ้น

เมื่อมองหากลองไฟฟ้ากันแล้ว หลายๆคนอาจมีข้อสงสัยเพราะแบรนด์ดังที่ผลิตกลองไฟฟ้าในตลาดปัจจุบันมีมากมายหลายยี่ห้อเหลือเกิน ซึ่งก็ต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป จนทำให้ผู้ซื้อเริ่มลังเลใจว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี วันนี้ Music Arms จะขอแนะนำแบรนด์กลองไฟฟ้า 5 แบรนด์ ได้แก่ Roland, Yamaha, Hampback, NUX, HXM ซึ่งน่าจะคุ้นหูเพื่อนๆกันอย่างดี และมีราคาที่คุ้มค่ารวมถึงคุณภาพที่เชื่อถือได้
เริ่มจากแบรนด์แรก Hampback แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องดนตรีชั้นนำที่สร้างชื่อจากการพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมระบบเสียงดนตรีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การตีกลองที่สมจริง ดีไซน์ล้ำสมัย ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นและมืออาชีพที่มองหากลองไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงในราคาสุดคุ้มค่า
กลองไฟฟ้า Hampback มาพร้อมจุดเด่นและตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ดังนี้:
-
สัมผัสสมจริงด้วยผืนหนังมุ้งคุณภาพสูง (Mesh Heads): มอบฟีลลิ่งการเด้งของไม้ที่ใกล้เคียงกลองจริง ช่วยลดเสียงรบกวนขณะซ้อม เสียงเงียบ ไม่รบกวนคนรอบข้าง ทนทานต่อการใช้งานหนัก
-
โมดูลอัจฉริยะ ซาวด์คมชัดระดับสตูดิโอ: มาพร้อมซาวด์เซ็ตคุณภาพสูง ให้มิติเสียงหนักแน่น สมจริง และรองรับลูกเล่นสมบูรณ์แบบ เช่น เทคนิค Rim Shot (ตีขอบ) และ Cymbal Choke (จับฉาบเงียบ)
-
การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth & USB MIDI: รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ได้อย่างสะดวกสบาย จะเปิดเพลงซ้อมตาม ลุยงานสตูดิโอ หรือบันทึกเสียง MIDI ลงซอฟต์แวร์ทำเพลง (DAW) ก็ทำได้ง่ายดาย
-
โครงสร้างแข็งแรง ประกอบง่าย ปรับแต่งได้หลากหลาย: ออกแบบแร็คและโครงสร้างให้มีความมั่นคง ไม่สั่นไหวขณะตีอย่างรุนแรง รองรับการปรับระดับความสูงและมุมมองให้เข้ากับสรีระของผู้เล่นทุกวัย
-
คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุดในตลาด: ให้สเปกและฟังก์ชั่นระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกลองไฟฟ้าคุณภาพดีไว้ซ้อมที่บ้าน ทำคอนเทนต์ หรือแสดงสด
มาถึง Yamaha แบรนด์ดังจากฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง รายนี้คุ้นชื่อกันดีจากการผลิตเครื่องดนตรีคุณภาพมากมาย จุดเด่นของทาง Yamaha จะเป็นเรื่องความสมดุล และสินค้าที่ได้มาตรฐาน เช่นเดียวกับอุปกรณ์ดนตรีอื่นๆ แต่เรื่องราคาอาจจะแรงกว่าแบรนด์อื่นๆนิด หากคิดถึงคุณภาพที่ได้รับก็ต้องบอกว่าคุ้มค่า เหมาะสำหรับการใช้งานยาวๆ
แบรนด์ Yamaha มีจุดเด่นอีกเรื่องคือเทคโนโลยีที่ทาง Yamaha คิดค้นสิ่งใหม่ๆขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งเสียงแต่ละโซนกลองแต่ละตัวด้วยตนเอง สามารถโหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆมาใช้งานควบคู่กันไปด้วย กลอง Yamaha จึงมีเสียงกลองในรูปแบบต่างๆมากกว่ายี่ห้ออื่นๆ หากใครโอเคกับราคาแล้ว รับรองว่าตัวเดียวใช้ได้ครบทั้งการทำเพลงและบันทึกเสียง
แบรนด์ที่ 3 คือ Roland ที่มีชื่อเสียงด้านกลองชุดมายาวนาน เป็นแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งโดยนาย อิคูทาโร่ คาเคฮาชิ ในเมืองโอซาก้าเมื่อปี 1972 เริ่มจากการผลิตเครื่องดนตรีออร์แกน เพียงแค่ปีเดียวบริษัทก็สร้างชื่อเสียงได้ไปประกวดในงาน NAMM Show ที่อเมริกาทันที จุดเด่นของกลอง Roland จะเป็นเรื่องความประหยัดเพราะราคาไม่แพงมากแต่ได้เซ็ทกลองชุดใหญ่
นอกจากเซ็ทกลองชุดใหญ่แล้ว เรื่องลูกเล่นก็จัดเต็มมาแบบไม่มีกั๊ก เชื่อมต่อได้ทั้ง USB เล่นเพลงไฟล์ MP3 และ WAV ทำเพลงเป็นเรื่องง่าย เสียบหูฟังซ้อมส่วนตัวได้สบายๆ นอกจากนี้ยังปรับเสียงเบสเสียงแหลมได้ตามใจชอบ ซาวด์ใกล้เคียงกลองจริงอย่างมาก เป็นแบรนด์ที่ทำซาวด์แบบกลองจริง โดยซาวด์กลองภาคไฟฟ้าอาจน้อยกว่าแบรนด์อื่นเช่น Yamaha แต่หากใครชอบซาวด์แน่นๆแบบกลองชุดที่ต้องชื่นชอบ
แบรนด์ที่ 4 NUX แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์ดนตรีและเทคโนโลยีเสียงดิจิทัลระดับโลกที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมและการพัฒนาซาวด์เอ็นจินขั้นสูง โดยเน้นการสร้างสรรค์กลองไฟฟ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มอบสัมผัสที่สมจริง ตอบสนองน้ำหนักการตีได้อย่างแม่นยำ เหมาะทั้งการฝึกซ้อมที่บ้าน งานอัดเสียงสตูดิโอ ไปจนถึงการเล่นบนเวทีจริง
-
เทคโนโลยี sound engine และไดนามิกตอบสนองแม่นยำ: ให้โทนเสียงที่สมจริง คมชัด และละเอียดอ่อนตามน้ำหนักมือการตี มอบฟีลลิ่งธรรมชาติใกล้เคียงกลองชุดจริง
-
แป้นแป้นหนังมุ้งเทคโนโลยีเฉพาะตัว (Dual-Trigger Mesh Heads): หนังมุ้งคุณภาพสูง ทนทาน ให้แรงรีบาวด์ที่สมดุล พร้อมรองรับเทคนิคการตีที่หลากหลาย เช่น Rim Shot บนสแนร์ และการทำ Cymbal Choke (จับจับฉาบเงียบ) ได้อย่างแม่นยำ
-
ฟังก์ชันฝึกซ้อมอัจฉริยะ (Coach Function) & App Integration: มีโหมดช่วยฝึกจังหวะ พัฒนาทักษะการตี พร้อมรองรับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันเฉพาะของ NUX เพื่อปรับแต่งซาวด์ เลือกลูกเล่น หรือควบคุมการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้ง่ายดาย
มาถึงแบรนด์สุดท้าย HXM แบรนด์ผู้ผลิตกลองไฟฟ้าชั้นนำระดับโลกที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเครื่องดนตรีดิจิทัลมาอย่างยาวนาน โดดเด่นด้วยการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีกลองไฟฟ้าให้หลากหลายแบรนด์ดัง โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์กลองชุดที่มีมาตรฐานสูง ทั้งเรื่องความทนทาน สัมผัสการตีที่สมจริง และระบบเสียงคุณภาพระดับมืออาชีพ
-
ผืนหนังมุ้งเกรดพรีเมียม ตอบสนองไดนามิกสมบูรณ์แบบ: แป้นหนังมุ้งทุกใบให้สัมผัสการเด้งที่เป็นธรรมชาติ แม่นยำทุกน้ำหนักการตี ช่วยลดเสียงรบกวนได้ดีเยี่ยม และทนทานต่อแรงกระแทกสูง
-
โมดูลเสียงคุณภาพสูง ซาวด์หนาแน่น คมชัด: รวบรวมชุดเสียงกลองและเครื่องเปอคัสชันที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกแนวเพลง พร้อมรองรับเทคนิคขั้นสูงเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Rim Shot, Cross Stick หรือ Cymbal Choke
-
โครงสร้างแร็คเหล็กขนาดใหญ่ แข็งแรงระดับเฮฟวี่ดิวตี้: โครงสร้างกว้าง มั่นคง ไม่สั่นไหวแม้จะตีหนัก ให้ความรู้สึกเสมือนนั่งตีกลองชุดจริง เหมาะสำหรับการซ้อมหนักและใช้งานระยะยาว
และทั้ง 5 ยี่ห้อนี้คือแบรนด์กลองไฟฟ้าหลักๆยอดนิยมที่ขายดีในร้าน Music Arms ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้ใช้งงานแล้วว่าชอบซาวด์แบบไหน หรือต้องการจำนวนกลองกี่ชิ้นเพื่อเล่นเพลงตามแบบที่ชอบได้ หากเพื่อนๆคนไหนยังไม่มั่นใจก็สามารถเดินเข้ามาที่ร้าน Music Arms ของเราทุกสาขาได้เลย ทางพนักงานร้านยินดีต้อนรับและให้คำแนะนำในการเลือกสิ้นค้าทุกชนิด เพื่อเพื่อนๆจะได้สินค้าคุณภาพดีก่อนออกจากร้านไป สนใจกลองไฟฟ้ารุ่นไหน แวะมาที่ Music Arms ได้เลยยย
เทคนิคการเลือกกลองไฟฟ้าให้คุ้มค่า แบบฉบับ Music Arms
การจะเลือกซื้อกลองไฟฟ้าแน่นอนอยู่แล้วว่ายิ่งซื้อของแพงยิ่งได้ของดี แต่ในบางครั้งของที่เราซื้อมาก็ใช้ได้ไม่คุ้มค่า เราจึงอยากแนะนำ 4 หลักการพิจารณาเพื่อให้ซื้อกลองไฟฟ้ามาใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
- 1.การใช้งาน ให้เราดูการใช้งานของเรา ว่าเราต้องการนำไปใช้งานหลักๆ ด้านใด อาจจะไว้ใช้ซ้อม , ใช้อัดเพลง หรือแม้แต่การเล่นดนตรีสด หากต้องการซื้อเพื่อไว้เล่นดนตรีสดบ่อยครั้ง เราก็จะแนะนำเป็น Roland และ Yamaha ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า แต่หากใช้ซ้อมส่วนตัวก็แนะนำเป็น Carlsbro Midiplus Hampback เพื่อให้เซฟเงินเราลงได้อีก
- 2.การตอบสนองต่อความไวในการตี การตอบสนองต่อการตีของกลองถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ และเราจำเป็นต้องทดสอบว่ารุ่นที่เราสนใจนั้น มีสัมผัส ไดนามิกการตอบสนองที่ดีไหม รับความเร็วในการตีได้ดีหรือเปล่า โดยทั้ง 5 แบรนด์ ถือว่าเป็นกลองไฟฟ้าที่เราคัดสรรมาแล้วว่ามีการตอบสนองความไวได้ดีมาก
- 3.ฟังชั่นของกลอง ให้เราสังเกตว่าเรามีความต้องการเน้นฟังชั่นไหนเป็นพิเศษหรือไม่ เช่น ต้องการตัวที่มีฟังชั่นการบันทึกเสียงในตัว , ต้องการตัวที่มีบลูทูธในตัว หรือต้องการ Output ออกเป็น Midi เป็นต้น เราก็จะได้รุ่นที่ตอบโจทย์ของเราได้
- 4.ราคา เทียบราคาของแต่ละแบรนด์ อยากแนะนำให้ลองเทียบรุ่นที่อยู่ใน Rate ราคาใกล้เคียงกัน เพื่อเทียบสเปค เพราะบางทีเราเทียบรุ่นที่คนละ Rate ราคากันทำให้เราเลือกผิดรุ่นพลาดได้







