Ibanez RGDIX6 กีตาร์ไฟฟ้า

ขายเพียง  33,300฿ จาก  37,000฿

Ibanez RGDIX6MRW กีตาร์ไฟฟ้า

ขายเพียง  33,300฿ จาก  37,000฿

6 วิธีง่ายๆที่ช่วยให้ร้องเพลงดีขึ้น

เรื่องการร้องเพลงน่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบเพราะสามารถร้องที่ไหนก้ได้โดยไม่ต้องเสียเงินและไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องดนตรี ถึงขนาดรายการประกวดร้องเพลงบ้านเราผุดขึ้นกันเป็นดอกเห็ด ทำให้หลายๆคนอาจจะมีความฝันที่จะขึ้นไปประกวดบนเวทีต่างๆด้วย แต่ก่อนอื่นนั้นเราก็ต้องฝึกฝนเสียงร้องของเราได้มีคุณภาพเสียก่อน ซึ่งวันนี้ทาง Music Arms จะมาแนะนำเคล็ดลับง่ายๆ 6 ประการที่ทางต่างประเทศนิยมใช้เป็นหลักในการฝึกร้อง เพื่อที่เพื่อนๆทุกคนจะได้มีพัฒนาการการร้องที่ดียิ่งๆขึ้นไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Sing Song Karaoke

1. ความเชื่อมั่น

ข้อแรกนี่เป็นหลักง่ายๆในการร้องเพลงกันเลย เพราะหากมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว ไม่ว่าการทำอะไรก็จะออกมาสัมฤทธิผลได้ดี การร้องเพลงแบบไม่มั่นใจในตัวเองจะทำให้เกิดความสั่นในเนื้อเสียงอีกด้วย ซึ่งฟังแล้วมันไม่รื่นหูเอาเสียเลย ดังนั้นเพื่อนๆจึงต้องร้องเพลงแบบไม่ต้องกังวลกับสิ่งใดแม้จะอยู่บนเวทีที่มีผู้ชมมากมายก็ตาม ซึ่งการจะมีความเชื่อมั่นสูงได้นั้นต้องผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนัก บางคนอาจจะเริ่มจากการร้องในห้องน้ำคนเดียวจนชิน แล้วค่อยไปร้องในกลุ่มให้เพื่อนๆฟัง จนไปถึงร้องเพลงในที่สาธารณะแบบไม่ต้องอายใครเพราะฉันเสียงดีนี่นา ซึ่งจุดนี้จะช่วยในการร้องเพลงเป็นอย่างมาก

Image result for breath to sing

2. รู้จักใช้ปากให้ถูกรูปแบบเสียง

ข้อนี้หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องตลก แต่ความเป็นจริงแล้วการร้องเพลงนั้นต้องใช้ปากออกเสียงเป็นหลักอยู่แล้ว หากบางคนเหนียมอายห่วงสวยห่วงหล่อแล้ว เสียงที่ออกมาก็จะไม่ชัดถ้อยชัดคำและไม่มีพลังเท่าที่ควร ดังนั้นนักดนตรีที่ดีต้องไม่ห่วงลุคของตนเอง เพราะยามขึ้นร้องบนเวทีแล้วนอกจากปากที่ต้องอ้ากว้างๆแล้วบางคนสีหน้ายังเข้าถึงอารมณ์เพลงแบบไม่แคร์สื่ออีกด้วย ซึ่งการร้องเพลงก็คือการสื่ออารมณ์ให้เข้าถึงคนดู หากจะมาเขินในรูปปากตนเองก็จะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการร้องเพลง เริ่มแรกอาจใช้วิธีร้องจากหน้ากระจกเพื่อเพิ่มความมั่นใจกันเล็กน้อยและลองออกเสียงให้ตรงคำและถึงคีย์เพลงที่ร้อง หลังจากนั้นการร้องเพลงของคุณจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

3. การควบคุมลมหายใจ

ตรงนี้อาจเป็นเทคนิคขั้นสูงสำหรับมือใหม่เสียหน่อย เพราะหลายๆคนยังไม่รู้วิธีการดึงเสียงจากกระบังช่องลมเท่าไหร่นัก การร้องเพลงที่ถูกต้องต้องหายใจให้ท้องป่องออกมาและดึงลมออกมาที่ช่วงปากให้เสียงมีพลัง ช่วงแรกของการฝึกอาจใช้วิธีร้องเพลงโดยแบ่งวรรคหายใจให้ถูกต้องเสียก่อน เช่น การร้องหน้ากระจกทีละโน๊ตแล้วดูว่าโน๊ตที่เราเปล่งออกมานั้นมีพลังหรือไม่ ซึ่งชาวต่างประเทศส่วนมากจะใช้วิธีวางมือที่หน้าท้องก่อนจะร้องเพลงในแต่ละตัวโน๊ต เพื่อให้แน่ใจว่าการหายใจนั้นปล่อยลมออกมาหมดแล้วจริงๆ หากฝึกทีละตัวโน๊ตจนชำนาญแล้วก็อาจจะเริ่มไปฝึกการร้องเพลงเป็นท่อนๆ เพราะการร้องเพลงแบบแบ่งวรรคนั้นต้องจัดสรรลมหายใจให้ถูกต้องว่าจะหายใจเข้าช่วงไหนอีกด้วย ซึ่งถ้าหากทำได้อย่างถูกหลักแล้วก็จะร้องเพลงได้ไม่ต่างจากมืออาชีพกันเลยทีเดียว

The five basic vowels for singing. Shape the mouth properly for each vowel. Use a mirror to monitor your lip position.

4. พลังปอดที่ดี

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าการร้องเพลงที่ถูกต้องจะใช้การควบคุมลมหายใจ ดังนั้นปอดถือว่าเป็นอวัยวะสำคัญในการร้องเพลง มืออาชีพส่วนใหญ่จึงต้องมีการบริหารช่วงปอดและลำคออีกด้วยเช่น อาจดื่มน้ำอุ่นๆหรือน้ำผึ้งเพื่อรักษาลำคอ หรือในบางรายอาจจะมีการออกกำลังกายเช่นการว่ายน้ำหรือวิ่งจ็อกกิ้งเบาๆ เป็นการเสริมให้ปอดมีพลังในการเก็บลมที่มากขึ้น ช่วงแรกหลายคนจะใช้วิธีเปล่งเสียงยาวๆเช่น อาาาาาาาาา หรือ เออออออออออ เป็นการฝึกปอดและทดสอบพลังเสียง หากเสียงช่วงท้ายของคำเหล่านี้มีอาการสั่นแสดงว่าปอดของคุณอาจจะยังไม่แข็งแรงพอที่จะร้องเพลงบางประเภท ดังนั้นเรื่องสุขภาพการออกกำลังกายก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการฝึกซ้อมร้องเพลง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Sing Song Karaoke

5. พยายามร้องเพลงนอก Range (ระยะเสียง)

คนเราจะมี Range หรือระยะเสียงของตนเอง ซึ่งหากหลายๆคนร้องเพลงไปก็จะพอทราบขีดความสามารถในระดับเสียง แต่ในหลายๆครั้งในตัวเพลงอาจจะมีท่อนที่เสียงสูงหรือต่ำกว่าคีย์ปกติที่เราสามารถทำได้ ดังนั้นการฝึกร้องคีย์พวกนี้จะเป็นการพัฒนาช่วยให้ร้องได้ดียิ่งขึ้น เพราะหากคุณมี Range เสียงที่กว้างขึ้นก็จะสามารถร้องเพลงได้หลากหลายแนวหรือมีประสิทธิภาพมาก แต่ข้อนี้อาจต้องระวังกันหน่อยเพราะถ้ารู้ตัวแล้วว่าเราร้องไม่ถึงจริงๆก็ควรหยุด หากฝืนร้องต่อไปอาจมีผลต่อเส้นเสียงจนเกิดอาการบวมหรือเสียงแหบได้ อีกทั้งด้วยธรรมชาติของมนุษย์แล้วจะไม่สามารถร้องเพลงคีย์สูงกว่าตนได้หลายออคเตปนัก เช่น ผู้ชายเกือบทั้งหมดก็จะไม่สามารถร้องเพลงคีย์ผู้หญิงได้ ดังนั้นจงฝึกแค่ให้ Range กว้างกว่าคีย์ปกติสักเล็กน้อยก็พอ เพราะหากฝืนหนักไปแล้วแทนที่จะเป็นผลดีอาจทำให้การร้องเพลงแย่ลงกว่าเดิม

6. พยายามเข้าถึงอารมณ์เพลง

ข้อสุดท้ายนี้จะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก ยิ่งถ้าหากเป็นเพลงสากลที่หลายๆคนไม่ค่อยเข้าใจความหมายแล้วก็อาจจะสื่อไม่ถึงอารมณ์เพลงมากนัก วิธีแก้เบื้องต้นคือต้องทำอารมณ์ให้เข้ากับดนตรีเพลงในแต่ละตัวโน๊ต ซึ่งตรงนี้จะใช้ประสบการณ์ในการ้องค่อนข้างมาก หรือถ้าหากพอจะมีเวลาก่อนที่จะขึ้นร้องบนเวทีต่างๆ ก็ให้ลองทบทวนดูว่าเนื้อเพลงนั้นผู้แต่งต้องการกล่าวถึงอะไร ต้องการสื่ออะไรให้กับคนฟัง เพราะนักร้องนั้นจะรับหน้าที่เป็นคนถ่ายทอดสื่อตรงนี้อยู่แล้ว ต่างประเทศจึงมีคำกว่าว่า”จงแบ่งปันความรู้สึกให้กับคนฟัง” ดังนั้นการร้องเพลงจึงไม่ได้มีแค่พลังเสียงหรือความเพราะเท่านั้น เช่นท่อนเพลงที่เศร้าเสียงร้องอาจจะมีความสั่นเล็กๆเพื่อเข้าถึงจิตใจที่โศกเศร้าของผู้ฟังและผู้แต่งเพลงด้วย หรือหากร้องเพลงสนุกสนานก็จะใช้รอยยิ้มเป็นสื่ออีกประเภทในการร้อง ซึ่งตรงนี้ตัวนักร้องเองต้องทำการบ้านมาพอสมควรถึงจะแสดงออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งหมดนี้คือ 6 เทคนิคในการฝึกร้องเพลงแบบง่ายๆขั้นต้นที่เพื่อนสามารถฝึกฝนได้ด้วยตนเองไม่ต้องไปเสียเงินเรียนที่ไหน แทบทุกข้อสามารถเริ่มทำเองได้ตั้งแต่วันนี้หากคุณรักในการขับร้อง หรือบางคนก็อาจเลือกที่จะเรียนร้องเพลงก็จะได้เทคนิคที่ยากขึ้นไปอีกระดับ ซึ่งก็คงไม่มีวิธีใดดีไปกว่าการฝึกซ้อมและเริ่มลงมือทำ หากร้องเพลงได้อย่างมีคุณภาพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวทีไหนๆก็ขอให้บอกมาเถอะ ถ้ามั่นใจและทำได้เชื่อเลยว่าพร้อมลุยกันทุกเวที

ขอบคุณบทความจาก spinditty

ขอบคุณรูปภาพจาก spinditty, superiorsingingmethods

Ibanez RG370ZB

ขายเพียง  20,700฿ จาก  23,000฿

Ibanez RG350ZB

ขายเพียง  20,700฿ จาก  23,000฿

Ibanez GRX55B กีตาร์ไฟฟ้า

ขายเพียง  7,200฿ จาก  8,000฿

Ibanez GRG255DX

ขายเพียง  13,860฿ จาก  15,400฿

3 วิธีการง่ายๆในการเลือกปิ๊กกีต้าร์

ถ้าพูดถึงปิ๊กกีต้าร์แล้ว หลายๆคนอาจไม่ต้องคิดมากเลยในการเลือกซื้อเพราะเป็นอุปกรณ์ดนตรีที่ราคาถูกมาก ทำให้มีนักดนตรีทั้งสมัครเล่นและมืออาชีพต่างใช้ปิ๊กกีต้าร์ที่ไม่ตรงกับกีต้าร์หรือแนวดนตรีของตนเท่าไหร่นัก หลายๆคนอาจจมองเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่หารู้ไม่ว่าหากเลือกใช้ปิ๊กกีต้าร์ได้ดีแล้ว จะช่วยให้การเล่นกีต้าร์ของคุณราบลื่นขึ้นเพราะมีความถนัดมือ เพราะปิ๊กกีต้าร์แต่ละแบบจะแตกต่างกันไปตามขนาดความกว้างและความหนาของตัวปิ๊ก นอกจากนั้นยังมีการแบ่งตามวัสดุที่ใช้ผลิตปิ๊กแต่ละอันอีกด้วย จึงกล่าวได้ว่าความสำคัญของปิ๊กกีต้าร์นั้นแทบจะไม่น้อยไปกว่าตัวกีต้าร์ที่เล่นเลย ดังนั้นทาง Music Arms ก็จะขอนำเสนอการเลือกปิ๊กกีต้าร์ให้เหมาะสมกับตนเองอย่าง่ายๆดังนี้

เลือกความหนาของปิ๊ก

ปิ๊กกีต้าร์ตามปกติแล้วจะมีความหนา 3 ชนิด ซึ่งก็จะบอกขนาดไซด์อยู่ที่ตัวปิ๊กได้แก่

  • “T” หรือ Thin แบบบาง (0.45–0.69 มม.) แบบนี้มือกีต้าร์มักจะใช้ในตัวกีต้าร์โปร่ง เพราะเวลาดีดตัวปิ๊กจะลู่ไปกับสายกีต้าร์ทำให้เสียงคอร์ดค่อนข้างกลมกลืน ซาวด์จะออกมาสมูธมากขึ้น หรือจะใช้ในกีต้าร์ไฟฟ้าก็ได้หากเป็นการตีคอร์ด
  • “M” หรือ Medium ขนาดกลาง (0.70–0.84 มม.) เสียงตัวโน๊ตแต่ละตัวจะออกมาชัดเจน ใส และแข็งแรง เหมาะทั้งโซโล่และตีคอร์ด
  • “H” หรือ Heavy (0.85–1.20 มม.) เป็นปิ๊กที่เหมาะกับการเล่นกีต้าร์โซโล่ที่เน้นการเล่นที่ต้องการความเร็ว เสียงที่ได้ก็จะมีความหนา

Image result for pick guitar size

เลือกรูปทรงของปิ๊ก

รูปทรงของปิ๊กกีต้าร์ที่ทำออกมาจำหน่ายก็จะมีหลายรูปแบบ โดยมากแล้วการเลือกรูปทรงของปิ๊กจะเน้นแค่ถนัดมือเท่านั้น แต่มีการเล่นดนตรีบางประเภทที่ต้องคำนึงถึงรูปทรงเช่นกันเช่น หากต้องการโซโล่เสียงกรีดแหลมแบบร็อคก็ต้องเลือกปิ๊กขนาดเล็ก หรือที่บ้านเราเรียกว่า”กัดปิ๊ก”นั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีปิ๊กเฉพาะทรงเช่น ทรงแจ๊สที่ผลิตมาเพื่อนักดนตรีแจ๊สอีกด้วย สำหรับทรงของปิ๊กที่ค่อนข้างนิยมจะเป็นทรงหยดน้ำที่พบเห็นได้ทั่วไปเพราะเป็นทรงสแตนดาร์ดเหมาะกับดนตรีทุกแนว หรือถ้าเล่นกีต้าร์โปร่งและชอบตีคอร์ดก็ต้องเลือกปิ๊กที่เป็นทรงสามเหลี่ยมเพื่อเสียงที่นุ่มนวล นอกจากนี้รูปทรงของปิ๊กยังมีแบบปิ๊กนิ้วหรือสวมนิ้วสำหรับสาวกฟิงเกอร์สไตล์เช่นกัน

Image result for pick guitar

เลือกวัสดุที่ใช้ผลิต

ส่วนมากปิ๊กที่เห็นตามท้องตลาดจะทำจากพลาสติก แต่เนื้อพลาสกติกแต่ละประเภทย่อมแตกต่างกันไปทั้งเซลลูลอยด์ ไนล่อน และคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งรุ่นที่นิยมใช้กันมากทั่วโลกจะเป็นแบบคาร์บอนไฟเบอร์ขนาด 1.0 ของ Dunlop ซึ่งปิ๊กที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์จะแข็งกว่าพลาสติกชนิดอื่นๆ ทำให้ปิ๊กชนิดนี้เข้ากับแนวเพลงค่อนข้างมากและใช้กับกีต้าร์ไฟฟ้าได้ดี มือกีต้าร์ที่เล่นแนวไฟฟ้าจึงค่อนข้างนิยมเพราะสามารถโซโล่ก็ได้ ตีพาวเวอร์คอร์ดก็แน่น แต่หากเป็นสายกีต้าร์โปร่งจะเน้นแบบปิ๊กไนล่อนที่ให้ความนุ่มนวลของเสียง ข้อเสียของปิ๊กแบบไนล่อนคือเสียงที่ออกมาจะค่อนข้างเบาแต่ให้ความต่อเนื่องของเสียงดี นอกจากนี้ยังมีปิ๊กที่ทำจากวัสดุอื่นๆ เช่น เหล็ก หรือ กระดูก แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนักเพราะแข็งมากจึงทำให้สายกีต้าร์เสื่อมหรือขาดง่าย

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการเลือกปิ๊กก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยต่อการเล่นกีต้าร์ เพราะหากเลือกปิ๊กไม่ตรงตามกีต้าร์ที่เล่นแล้ว การดูแลรักษาสายกีต้าร์ก็จะยุ่งยากเช่นใช้ปิ๊กแบบหนามาเล่นอะคูสติกก็มีโอกาสที่สายจะขาดง่าย หรือใช้ปิ๊กแบบบางไปหัดโซโล่ก็จะทำให้การโซโล่เป็นไปอย่างยากลำบากจนมือใหม่หลายคนอาจรู้สึกท้อไปเลย หรือบางคนอาจชอบแนวกัดปิ๊กแต่ไปใช้ปิ๊กขนาดใหญ่ทรงสามเหลี่ยมก็ทำให้เสียงกัดปิ๊กไม่ค่อยออกหรือ sustain ไม่ยาวเท่าที่ควร ดังนั้นอย่าละเลยจุดง่ายๆในการเล่นกีต้าร์อย่างการเลือกปิ๊ก เพราะนี่จะเป็นทริคเล็กๆน้อยๆที่ช่วยในการเล่นกีต้าร์ของเพื่อนๆให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นรวมไปถึงการบำรุงรักษาสายกีต้าร์อีกด้วย รู้แล้วก็อย่าลืมไปเลือกปิ๊กให้เหมาะสมกันนะจ๊ะ

ขอบคุณบทความจาก learntoplaymusic

ขอบคุณรูปภาพจาก wholesaler, howlingmonkeypick ,harmonycentral , guitartopreview

Epiphone Lee Malia Les Paul Custom กีตาร์ไฟฟ้า

ขายเพียง  28,800฿ จาก  32,000฿

ระดับเสียงร้องของมนุษย์

การขับร้องถือเป็นการสร้างสรรค์ดนตรีที่ง่ายและเป็นพื้นฐานที่สุดของมนุษยชาติ ซึ่งเสียงของนักร้องทั่วไปนั้นก็จะแตกต่างกันไปตาม เพศ ชาติพันธุ์ วัย รวมไปถึงการออกเสียงตามลักษณะภาษาอีกด้วย เสียงร้องเพลงของมนุษย์นั้นจะขึ้นอยู่กับลมหายใจ ดังนั้นการร้องเพลงที่ดีคือการหายใจที่ถูกจังหวะและดึงเสียงออกมาจากช่องลม ซึ่งหลายคนน่าจะเคยได้ยินมา นอกจากนั้นยังมีประเภทเสียงแบบต่างๆซึ่งหากเรียนขับร้องแล้วจะต้องรู้ว่าระดับเสียงของตนเองนั้นอยู่ในช่วงใด จึงจะเลือกเพลงที่เหมาะสมกับตนหรือร้องประสานเสียงกับผู้อื่นได้อย่างกลมกลืน ดังนั้นเราจะมาดูวิธีการแยกประเภทลักษณะเสียงแต่ละประเภทกันก่อน เพื่อเพื่อนๆผู้อ่านจะได้แนวทางการร้องเพลงของตนเองที่ถูกต้อง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Soprano Voice

ปกติแล้วเสียงของมนุษย์จะแบ่งเป็น 6 ประเภท ได้แก่ ฝ่ายหญิง 3 ประเภท เรียงจากเสียงสูงไปหาต่ำ เช่น โซปราโน (Soprano) เมซโซโซปราโน (Mezzo-soprano) และอัลโต (Alto) สำหรับฝ่ายชาย 3 ประเภทเรียงจากเสียงสูงไปหาต่ำ เช่น เทเนอร์ (Tenor) บาริโทน (Baritone) และเบส (Bass) แต่ก็อาจมีข้ามระดับกันได้บ้างในกรณีที่ฝ่ายหญิงมีโทนเสียงต่ำหรือฝ่ายชายมีโทนเสียงที่สูงกว่าปกติ ในบางครั้งจึงอาจเห็นผู้ชายร้องเสียงโซปราโนได้ หรือผู้หญิงร้องเสียงเบสได้ ซึ่งวงขับร้องประสานเสียงคอรัสจะต้องการความกลมกลืนในระดับเสียงที่แตกต่างกันไป

โซปราโน (Soprano)

เป็นเสียงที่สูงที่สุดของผู้หญิง ซึ่งอยู่ในตัวโน๊ต A หรือ Bb ที่ออคเต็ป 3 โน๊ตที่ต่ำที่สุดของโซปราโนคือ F ที่ออคเต็ป 3 ในขณะที่โน๊ตสูงสุดอาจไปถึง G ออคเต็ป 6 เลยทีเดียวเหมือนที่ Jules Massenet เคยทำได้ในคอนเสิร์ตโมสาร์ท Popoli di Tessaglia! นักร้องเสียงโซปราโนจะมีการใช้ลูกเล่นที่ช่วงคอ ปกติแล้วเสียงโซปราโนมักจะเอาไว้ร้องเพลงดนตรีคลาสสิคเช่น โมสาร์ท หรือ เพลงของบีโธเฟ่น และมักจะเป็นการขับร้องประสานเสียงซะเป็นส่วนมาก เพราะลักษณะเสียงค่อนข้างสูงและกังวานนั่นเอง

เมซโซโซปราโน (Mezzo-soprano)

เป็นเสียงที่ระดับคีย์ต่ำลงกว่าโซปราโนเล็กน้อย ปกติแล้วเสียงประเภทนี้เราจะได้ยินในการร้องเพลงละครเวทีหรือจำพวกโอเปร่าของทางฝั่งยุโรป เสียงเมซโซโซปราโนจะมีคีย์ที่ค่อนข้างกว้างเพราะเป็นเสียงร้องได้หลายประเภทดนตรี ปกติแล้วเสียงเมซโซโซปราโนจะอยู่ที่ A ออคเต็ป 3 ไปจนถึง A ออคเต็ป 5 ซึ่งกว้างสุดในย่านคีย์ของนักร้องผู้หญิง โทนเสียงประเภทนี้จะมีความเข้มกว่าโซปราโนและมีมิติอารมณ์ จึงปรากฏในละครเวทีหลายเรื่อง เรื่องที่ดังที่สุดคงไม่พ้น โรมีโอ แอนด์ จูเลียต ของวิลเลี่ยม เช็คสเปียร์ ซึ่งถ้าใครอยากฟังเสียงเมซโซโซปราโนก็ไปหาฟังในละครเรื่องนี้ได้

อัลโต (Alto)

เป็นเสียงต่ำสุดของผู้หญิงซึ่งในเพลงสมัยใหม่เราจะได้ยินเสียงโทนนี้ค่อนข้างเยอะไม่ว่าจะเป็นป็อป ร็อค บลูส์ แจ๊ส เพราะจะเป็นคีย์มาตรฐานที่นักร้องหญิงในปัจจุบันร้อง (ไม่นับพวกตัวแม่อย่างเช่น Mariah Carey หรือ Celine Dion ที่จะทำคีย์ได้สูงกว่านี้) คีย์ของอัลโตจะอยู่ที่ E ออคเต็ปที่ 3 จนถึง F ออคเต็ป 5 เสียงอัลโตนี้จะไม่ค่อยได้เห็นในวงประสานเสียงมากนักเพราะส่วนมากนิยมผสมเสียงระหว่างชายหญิงเองมากกว่า ทำให้เสียงอัลโตต้องไปหาฟังในเพลงสมัยใหม่ซะเป็นส่วนใหญ่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Voice Tenor

เทเนอร์ (Tenor)

เสียงคีย์สูงของเพศชายโทนนี้จะอยู่ในคีย์ C3- B4 เสียงเทเนอร์จะนิยมใช้มากในเพลงโอเปร่าที่เป็นเสียงผู้ชาย คีย์สูงที่สุดที่เคยบันทึกไว้คือ F5 โดย Bellini puritani นักร้องโอเปร่าชาวอิตาลีในคอนเสิร์ต “Credeasi misera” ชื่อเทเนอร์นั้นมาจากภาษาละตินมีความหมายว่า ควบคุม ดังนั้นเสียงเทเนอร์จึงมักจะเป็นเสียงหลักในดนตรีโอเปร่า โดยมักจะนำไปผสมกับเมซโซโซปราโนเพื่อให้ได้เสียงอัลโตนั่นเอง นอกจากนี้แล้วเสียงเทเนอร์ยังเป็นเสียงคีย์มาตรฐานในเพลงของโมสาร์ทอีกด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Voice Baritone

บาริโทน (Baritone)

เป็นเสียงผู้ชายที่พบมากที่สุด โดยคำว่าบาริโทนมาจากภาษากรีก แปลว่าลึกหรือหนัก เสียงบาริโทนจะอยู่ในคีย์ G2 จนถึง G4 แม้ว่าเป็นเสียงผู้ชายทั่วไปแต่เสียงบาริโทนกลับได้รับการยอมรับในวงกว้างไม่เหมือนเสียงอัลโต เพราะตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 บาริโทนก้ได้เป็นเสียงหลักในการร้องเพลงโอเปร่าที่อิตาลีแล้ว จนมาถึงศตวรรษที่ 20 ก็ยังเป็นเสียงหลักในดนตรีสมัยใหม่ของทางอังกฤษและอเมริกาอีกด้วย เสียงบาริโทนจึงเป็นเสียงที่หาฟังได้ง่ายที่สุดตั้งแต่เพลงโอเปร่าจนมาถึงเพลงคลาสสิคปัจจุบันนั่นเอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Voice Bass

เบส (Bass)

ตามชื่อภาษาอังกฤษเลยเพราะเสียงนี้จะเป็นคีย์ของเครื่องดนตรีประเภทเบสหรือเสียงที่ต่ำกว่าออคเต็ปปกติ ปกติแล้วเสียงโทนนี้จะไม่เป็นเสียงหลักในการร้อง ดังนั้นเราจะไม่เห็นเสียงเบสในเพลงปกติเท่าไหร่นัก ยกเว้นการร้องประสานเสียงที่เสียงเบสเป็นกุญแจสำคัญในการประสานให้เข้ากับเสียงโทนอื่น ดังนั้นเราจะพบเสียงเบสในการร้องเป็นวงแทบทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นโอเปร่า เพลงคลาสสิคโบราณยุคโมสาร์ท บีโทเฟ่น จนมาถึงเพลงปัจจุบันที่ขาดเสียงเบสไม่ได้เลย เสียงเบสนั้นจะอยู่ในคีย์ D2- E4

หากนักร้องค้นพบว่าเสียงของตนเองอยู่ในระดับใด ก็จะง่ายต่อการหาคีย์ในการร้องเช่นเดียวกับการประสานเสียงกับผู้อื่น และนักดนตรีที่เป็นแบ็คอัพก็จะรู้สึกง่ายในการหาคีย์อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถฝึกร้องเพลงให้ถูกต้องกับโทนเสียงตนเอง เช่น โซปราโนก็จะเน้นการสั่นของลูกคอ ในขณะที่เสียงเบสจะเน้นช่องลมบริเวณท้องเป็นอย่างมาก พอรู้จักระดับเสียงของตนเองก็จะง่ายในการฝึกฝนเพื่อเป็นนักร้องคุณภาพในอนาคต

ขอบคุณบทความจาก choirly

ขอบคุณรูปภาพจาก choirly

Fender American Elite Telecaster Thinline กีตาร์ไฟฟ้า

ขายเพียง  72,000฿ จาก  80,000฿